โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

สดุดี "เจ้าฟ้านักกฎหมาย" เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้ทรงพลิกโฉมหน้ากระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

Thai PBS

อัพเดต 9 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นเจ้าฟ้าหญิงผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถรอบด้านและทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย โดยทรงผสมผสานความรู้ด้านกฎหมายเข้ากับพระเมตตาธรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสและสร้างมาตรฐานความยุติธรรมในระดับสากล ดังรายละเอียดแห่งพระราชประวัติและพระกรณียกิจที่ขยายความเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

สดุดี

พระราชประวัติและการศึกษา

สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงประสูติเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์โตในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

ทั้งยังทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระองค์ทรงเริ่มการศึกษาระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี จากนั้นเสด็จไปทรงศึกษาต่อระดับมัธยมปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นก้าวแรกสู่สังคมนานาชาติ ก่อนจะเสด็จกลับมาทรงสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนจิตรลดา

ในระดับอุดมศึกษา พระองค์ทรงแสดงพระวิริยอุตสาหะอย่างยิ่งยวดด้วยการทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี 2 สาขาพร้อมกันในปี พ.ศ.2544 คือ นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ความสนพระทัยในเชิงลึกด้านกฎหมายส่งผลให้พระองค์เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา จนทรงสำเร็จการศึกษา ปริญญามหาบัณฑิต (LL.M.) ในปี 2545 และ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมาย (J.S.D.) ในปี 2548

โดยวิทยานิพนธ์ของพระองค์เป็นการศึกษาเปรียบเทียบเรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ด้านสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังทรงสำเร็จการศึกษาเป็นเนติบัณฑิตไทยในปีเดียวกันด้วยพระปรีชาสามารถ

สดุดี

เจ้าฟ้านักกฎหมาย และ "โครงการกำลังใจ"

พระองค์ทรงเริ่มต้นรับราชการในสายงานกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มภาคภูมิในตำแหน่ง อัยการผู้ช่วย ในปี พ.ศ.2549 และทรงปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานอัยการสูงสุดหลายแห่ง อาทิ อัยการจังหวัดอุดรธานี พัทยา หนองบัวลำภู และระยอง โดยทรงดำรงตำแหน่งสูงสุดในสายงานคืออัยการผู้เชี่ยวชาญ

พระองค์ทรงเป็นข้าราชการที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวและโปร่งใส โดยทรงยึดหลักนิติธรรมที่ต้องเข้าถึงคนทุกระดับอย่างเท่าเทียม

พระกรณียกิจที่โดดเด่นคือการริเริ่ม "โครงการกำลังใจ" (Inspire Project) เมื่อปี พ.ศ.2549 ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากการที่พระองค์ได้เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลางขณะยังทรงเป็นนักศึกษาและทรงพบเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำของผู้ต้องขังหญิง

โครงการนี้ไม่ได้เพียงแต่ประทานความช่วยเหลือด้านวัตถุสิ่งของ แต่ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการฝึกอาชีพ เช่น การทำอาหาร สปา และการเกษตร รวมถึงการดูแลเด็กติดผู้ต้องขังและหญิงตั้งครรภ์ให้ได้รับสวัสดิภาพทางการแพทย์อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ยังทรงขยายผลไปยังกลุ่มเยาวชนที่กระทำผิดผ่านโครงการด้านธรรมะและจิตอาสา เพื่อให้พวกเขาได้รับ "โอกาส" ในการกลับตัวเป็นพลเมืองดีและไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ ซึ่งผลการดำเนินงานโครงการนี้มีอัตราผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 7.7 เท่า

"ข้อกำหนดกรุงเทพ" และ เวทีโลก

ในบทบาทนักการทูต พระองค์ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา (พ.ศ.2555–2557)

พระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจด้วยความสง่างามและมีพระปฏิภาณไหวพริบจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทรงได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 21 และรองประธานคณะกรรมาธิการยาเสพติด

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวทีโลกคือการผลักดัน "ข้อกำหนดกรุงเทพ" (The Bangkok Rules) หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ซึ่งได้รับการรับรองโดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2553 ข้อกำหนดทั้ง 70 ประการนี้ถือเป็นมาตรฐานโลกฉบับแรกที่ให้ความสำคัญกับความละเอียดอ่อนทางเพศสภาวะและการคุ้มครองสิทธิสตรีในเรือนจำ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็น ทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงและความยุติธรรม

สดุดี

พระกรณียกิจด้านกีฬาและการทหาร

ในด้านการทหาร พระองค์ทรงมีความมุ่งมั่นในการทรงงานด้านความมั่นคงของชาติ โดยทรงรับราชการในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ทรงผ่านการฝึกหลักสูตรทางทหารที่เข้มงวดและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว

พระองค์ทรงได้รับพระราชทานยศเป็น พลเอกหญิง และตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ก่อนจะได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น พลเอก (พิเศษ) หญิง ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2568

ทางด้านกีฬาและพระนิสัยส่วนพระองค์ ทรงโปรดการออกกำลังกายโดยเฉพาะการวิ่ง การขี่ม้า และการฝึกสุนัขทหาร

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2565 สำนักพระราชวังได้แถลงว่าพระองค์ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัย ระหว่างทรงทำการฝึกสุนัขทรงเลี้ยง ณ จังหวัดนครราชสีมา พระองค์ประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดด้วยเครื่องมือช่วยการทำงานของพระหทัย พระปัปผาสะ (ปอด) และพระวักกะ (ไต)

ปี พ.ศ. 2569 คณะแพทย์รายงานว่าพระอาการยังคงไม่คงที่เนื่องจากการติดเชื้อในกระแสพระโลหิตและช่องท้อง

ต่อมา วันที่ 12 มิ.ย.2569 แถลงการณ์จากสำนักพระราชวังประกาศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารีณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

สดุดี

ด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระปรีชาสามารถอันรอบด้าน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปรากฏพระองค์ในฐานะ "เจ้าฟ้านักกฎหมาย" ผู้ทรงใช้ทั้งพระปรีชาชาญทางวิชาการและน้ำพระทัยเมตตาเป็นแสงสว่างส่องทางแก่ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสอย่างแท้จริง

พระกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญ ทั้งในบทบาทอัยการ นักการทูต และนายทหารผู้เด็ดเดี่ยว ล้วนสะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะสืบสานพระราชปณิธานของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของอาณาประชาราษฎร์อย่างไม่ทรงย่อท้อ

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่จากการผลักดัน "ข้อกำหนดกรุงเทพ" และการริเริ่ม "โครงการกำลังใจ" ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับมาตรฐานความยุติธรรมของไทยสู่เวทีสากล แต่ยังเป็นอนุสรณ์แห่งความรักและความหวังที่พิสูจน์ให้โลกประจักษ์ถึงพลังแห่งการหยิบยื่น "โอกาส" เพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่ผู้ที่พลั้งพลาด

พระองค์จึงทรงเป็นดั่งมิ่งขวัญ แรงบันดาลใจอันล้ำค่า และต้นแบบของผู้นำยุคใหม่ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรมและสันติสุขให้แก่ปวงชนสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

นายกฯ เรียก ครม.ประชุมด่วน หลังสำนักพระราชวังประกาศ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” สิ้นพระชนม์

52 นาทีที่แล้ว

ฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากอย่างเป็นทางการ พิธีเปิดประเดิมที่ "เม็กซิโก"

58 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ในพระราชสำนัก อื่น ๆ

แถลงการณ์ สำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

มาดามเม้าท์

HRH Princess Bajrakitiyabha passes away at 47

Thai PBS World

ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

สยามนิวส์

ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

สำนักพระราชวัง เปิดให้ทรงน้ำพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา 13 มิ.ย.

INN News

ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

sanook.com
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...