ยูแอนด์ไอ กระจายความเสี่ยงแตกแบรนด์ลูก “ลายเส้น” บุก A la carte
“ยูแอนด์ไอ” ลดเสี่ยงธุรกิจ แตกแบรนด์ “ลายเส้น ก๋วยเตี๋ยวเรือพรีเมียม” บุกตลาด A la carte ปักหมุดแรก “มาร์เช่ทองหล่อ” กวาดกำลังซื้อพรีเมียม วางเป้า 10 สาขา ใน 3ปี กรุยทางเข้าตลาดหลักทรัพย์
[caption id="attachment_66778" align="aligncenter" width="750"]
นายนฤชิต โรจนยางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยู แอนด์ ไอ กรุ๊ป จำกัด[/caption]
“สุกี้-ชาบู บุฟเฟ่ต์” นับเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง และมีมูลค่ารวมกันกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท นอกจาก ผู้ประกอบการไทย ทั้งเชนใหญ่และรายเล็ก ที่ตบเท้าเข้าสู่ตลาดนี้กันอย่างคึกคักแล้ว แบรนด์ดังจาก “จีน” ที่มีไม้เด็ดเป็น“หม้อร้อน หมาล่า” ยังเข้ามาแย่งแชร์ในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง
บวกกับบทเรียนช่วงโควิด ที่ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ โดยเฉพาะร้านที่เปิดในห้าง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากทั้งมาตราการเว้นระยะห่าง และ ห้ามนั่งทานในร้าน ทำให้มู้ดการทานบุฟเฟ่ต์ของคน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จากโจทย์นี้ “ยูแอนด์ไอสุกี้พรีเมียมบุฟเฟต์” ที่มีแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์เร็ว ๆ นี้ ต้องหันกลับมาทบทวนโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
[caption id="attachment_66779" align="aligncenter" width="500"]
นายนฤชิต โรจนยางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยู แอนด์ ไอ กรุ๊ป จำกัด[/caption]
นายนฤชิต โรจนยางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยู แอนด์ ไอ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารร้าน ยูแอนด์ไอ (YOU & I) เปิดเผยกับ “MB online” ว่า แลนสเคปธุรกิจร้านอาหารปี 2566 มีทิศทางที่ดีกว่าปี 2565 อย่างชัดเจน เนื่องจากไตรมาส 1-2 ของปีที่ผ่านมา ยังอยู่ในช่วงการระบาดของโควิด 19
ขณะที่ปี 2566 เป็นปีที่ธุรกิจกลับมาเปิดบริการได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับไตรมาส 1และ 2 ของปีนี้ เป็นช่วงขาขึ้นของธุรกิจจากซีซั่นวันหยุดหลายวาระ
ในส่วนของ“ ยู แอนด์ ไอ กรุ๊ป” ปัจจุบันมีธุรกิจในมือ คือ“ยูแอนด์ไอสุกี้พรีเมียมบุฟเฟต์” ปัจจุบัน มีทั้งหมด 20 สาขา จากการขยายสาขาเพิ่มในปีนี้ 4 สาขา นอกจากนี้ ยังมีแพลนขยายสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นในปี 2567
อย่างไรก็ตาม นอกจากช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจร้านอาหาร ในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นฤดูฝน บรรยากาศฝนตก รถติด ทำให้คนเข้าห้างน้อยลงแล้ว อีกการเข้ามาของคู่แข่งต่างชาติอย่าง แบรนด์จีน ที่เข้ามาเปิดชาบู-หมาล่า ยังมีส่วนในการแบ่งมาร์เก็ตแชร์ไปบ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะอินไซด์หลักของคนที่กินบุฟเฟ่ต์ คือการควบคุมงบประมาณในการกินซึ่งเป็นหัวใจหลัก
“ร้านชาบู-หมาล่าที่เข้ามาแข่งทั้งแบรนด์จีนและแบรนด์ไทย อาจจะเป็นละไทป์กับเรา ถ้าไปกินจำนวนน้อย อาจจะไม่รู้สึกคุ้มค่า เพราะมีทั้งค่าบริการน้ำซุป น้ำจิ้ม ที่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่เราเป็นบุฟเฟ่ต์ ต่อบิลประมาณ 3 คน เพราะฉะนั้นลูกค้าจะเป็นคนละกลุ่มกัน และอยู่ใน positioning ที่แตกต่างกัน
*“ยู แอนด์ ไอ” เด่นในเรื่องน้ำซุป เนื้อนำเข้าจากออสเตรเลีย และความหลากหลายของวัตถุดิบและอาหาร แต่แบรนด์จีนจะเน้นเซอร์วิส และความยิ่งใหญ่เวอร์วัง เมนูแปลกละลานตา และการ celebrate บางอย่าง ขณะที่บางแบรนด์เน้นไปทางญี่ปุ่นชัดเจน บางแบรนด์เป็นชาบูผสมซูชิ”*
นอกจากแบรนด์หลักอย่าง “ยูแอนด์ไอสุกี้พรีเมียมบุฟเฟต์” ล่าสุด ยังมีการแตกแบรนด์ใหม่ “ลายเส้น ก๋วยเตี๋ยวเรือพรีเมียม” เปิดสาขาแรกที่ มาร์เช่ทองหล่อ เมื่อ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นแบรนด์เรือธงในการข้ามเข้ามาในธุรกิจ A la carte (อะ ลา คาร์ท)
แม้ในปีนี้ จะเปิดบริการเพียง 1 สาขาเท่านั้น แต่ผู้บริหารได้วางแพลนเปิดเพิ่ม 4 สาขาในปี 2567 และในปีถัดไป (2568) ขยายเพิ่ม 5 สาขา รวมเป็น 10 สาขา ใน 3 ปี
“การขยายธุรกิจครั้งนี้ เป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจอาหาร เพราะเรามีแผนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ การกระจายความเสี่ยงจึงสำคัญ โดยเฉพาะในบางสถานการณ์ เช่น โควิด ที่เกิดขึ้น บางร้านอยู่รอด บางร้านไปไม่รอด
ธุรกิจบุฟเฟ่ต์เองก็เจอผลกระทบค่อนข้างหนัก ลูกค้าสั่งไปทานที่บ้านรู้สึกว่าไม่ได้รับความคุ้มค่ามากเท่ากับกินที่ร้าน เราจึงอยากสปรินออฟออกมาเป็น A la carte อีก 1 ช่องทางด้วย”
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า “เราอยากทำก๋วยเตี๋ยวเรือ เพราะมองว่าเป็นอาหารที่ทานง่าย ไม่เบื่อ กินได้ทุกวัน และจุดแข็งของเราคือเนื้อและน้ำซุป โดยเฉพาะซุปก๋วยเตี๋ยวเรือที่ได้รับความนิยมอย่างมากในร้าน“ยูแอนด์ไอสุกี้พรีเมียมบุฟเฟต์” ประกอบกับการแข่งขันในตลาดก๋วยเตี๋ยวเรือ ถือว่ายังแข่งขันไม่ดุเดือดเท่ากับตลาดชาบู และช่วงหลัง อาหารไทย เริ่มมีตัวตนในสายตาของลูกค้าต่างชาติและลูกค้าคนไทยมากขึ้น”
ส่วนสาเหตุที่เลือกเจาะทำเล ทองหล่อ เป็นสาขาแรกนั้น ผู้บริหารให้เหตุผลว่า “ลายเส้น” ต้องการยกระดับอาหารของแบรนด์ให้ฟิลลิ่งดูดี ตามแพลนคือ เปิดสาขาแรกที่ มาร์เช่ทองหล่อ
เพราะทองหล่อมีองค์ประกอบที่ครบคือ
- ทองหล่อ ตอบโจทย์เรื่องของชาวต่างชาติ
- คือ Spending Power ของลูกค้ามีกำลัง และ
- มาร์เช่ทองหล่อ เป็นตึกที่รอบข้างมีทั้งคอนโดและออฟฟิศ ที่มีพนักงาน 3,000 กว่าคน ส่วนสาขาอื่น ๆ ที่จะเปิดในอนาคต จะยึดทำเลที่ตอบโจทย์ 4 มิตินี้เช่นเดียวกัน
“กลุ่มลูกค้าที่เราต้องการเจาะ เป็นกลุ่มคนไทย 60% ต่างชาติ 40% ซึ่งตอนนี้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลมีผลอย่างมากในการช่วยธุรกิจ หลังจากนี้เราจะเน้นการสื่อสารในช่องทางที่เข้าถึงลูกค้าต่างชาติ เพราะช่วง soft openingเรามีลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น ยุโรปหรืออเมริกา เข้ามาใช้บริการถึง 40% และจะต่อยอดการเติบโตในช่องทางเดลิเวอรี่เพิ่มเติมด้วย”
สำหรับการขยายสาขาต่อไป จะยังคงยึดทำเลศักยภาพในหัวเมืองโซนต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ เป็นหลัก เช่น อารีย์ สำหรับสาขาที่ 2 ตามแพลนจะเริ่มขยายในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2567
ซึ่งข้อดีของ ร้านลายเส้น คือการลงทุนที่น้อยกว่า “ยูแอนด์ไอ” ประมาณ 2 เท่า ด้วยไซส์ที่เล็กกว่าเท่า 1 ตัว ทำให้งบการลงทุนอยู่ที่ราว ๆ 5 ล้านบาทต่อสาขา ขณะที่ “ยูแอนด์ไอ”ต้องใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทขึ้นไปต่อสาขา
“เราเป็น The creator ใหม่ในวงการก๋วยเตี๋ยวเรือ คอนเซ็ปต์ในการดีเวลลอปร้านจะมองใน 3 ด้านหลัก ๆ คือ 1. พรีเมี่ยม ซึ่งเรามองทั้งกระบวนการตั้งแต่การผลิต การปรุง และวัตถุดิบ 2. Innovative เราครีเอทเมนูเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนร้านอื่นทั่วไป ซึ่งเป็น DNA ของ You And I
3. เมนูครีเอทแต่ต้องไม่หลุดโลก ไม่ใช่ลูกค้ามากินครั้งเดียวเพื่อถ่ายรูปแล้วไม่กลับมาเพราะเข้าถึงไม่ได้ และราคาที่เข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น เราจึงตกผนึกคอนเซ็ปต์ร้าน เป็นการยกระดับก๋วยเตี๋ยวเรือธรรมดาให้เป็น “เรือยอร์ช” นำแบรนดิ้งมาสะท้อนผ่านเมนู ผ่านคอนเซ็ปต์ในการตกแต่งและโลโก้ด้วย”