ย้อนสำรวจบทบาทการเป็นผู้สนับสนุนศิลปะไทยร่วมสมัยของ ‘เพชร โอสถานุเคราะห์’
วันนี้ทุกคนคงจะได้ทราบข่าวการจากไปของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ศิลปินเจ้าของเพลงซินธ์ป็อปที่ร้องตามกันได้ตั้งแต่ยุค 80s ผู้ฝากผลงานระดับตำนานไว้มากมาย
แต่นอกจากบทบาทในฐานะนักดนตรีและเจ้าของบทเพลงอมตะอย่าง ‘เพียงชายคนนี้…ไม่ใช่ผู้วิเศษ’ ซึ่งเป็นภาพจำในของเพชรในความรับรู้ของคนทั่วไปแล้ว อีกหนึ่งบทบาทหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของศิลปินผู้จากโลกไปในวัย 63 ปีคนนี้ ก็คือการเป็นผู้สนับสนุนและผลักดันศิลปะไทยร่วมสมัย ทั้งในทางตรงและทางอ้อม และการเป็น ‘คอลเลกเตอร์’ คนสำคัญของแวดวงศิลปะร่วมสมัยผู้มีงานศิลปะในครอบครองกว่า 600 ชิ้น
ในปี 2564 ข่าวที่ทำให้หลายคนต้องตกตะลึงไปตามกัน ก็คือข่าวการเทขายหุ้นธุรกิจครอบครัวของเพชรอย่าง ‘โอสถสภา’ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาทุ่มกับโครงการด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมในประเทศไทย ซึ่งเขามองว่าเป็นภารกิจสำคัญที่ตนสามารถผลักดันเพื่อประเทศของตัวเองได้
‘DIB Bangkok Museum of Contemporary’ คือโปรเจกต์ศิลปะในฝันของเพชร โอสถานุเคราะห์ ที่ใช้เวลาบ่มเพาะนานถึง 30 ปี และเดิมมีกำหนดเปิดตัวในเดือนมินายนที่ผ่านมา พื้นที่ศิลปะในฝันของเพชรแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่าห้าไร่หลังมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ใกล้กับถนนพระราม 4 ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพื้นที่ขนาดใหญ่ในทำเลสำคัญเช่นนี้มักจะถูกนำมาใช้สร้างตึกสูงซึ่งจะได้ผลตอบแทนมหาศาล แต่เพชรก็เลือกที่จะใช้พื้นที่มูลค่าระดับนี้ในการสร้างหอศิลป์สูงสี่ชั้น เพื่อเปิดให้ผู้ชมทั่วไปได้เข้าชมผลงานของศิลปินไทยแถวหน้าอย่าง มณเฑียร บุญมา ไปจนถึงผลงานของศิลปินระดับโลกอย่าง ปาโบล ปิกัสโซ, เดวิด แซล หรือ เดเมียน เฮิร์สต์
นอกจากบทบาทในฐานะนักสะสมงานศิลปะและผู้สนับสนุนแวดวงศิลปะไทยด้วยการอัดฉีดเงินทุนในโครงการด้านศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ แล้ว เพชรยังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้สร้างสรรค์แหล่งผลิตคนทำงานในแวดวงสร้างสรรค์ของประเทศไทย จากการก้าวเข้ามารับบทอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมเปลี่ยนวิสัยทัศน์และรูปแบบการเรียนการสอนที่ดำเนินมายาวนานกว่าร้อยปี ให้มีความสร้างสรรค์และตอบโจทย์กับระบบอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมากขึ้น ด้วยการยกเครื่องรูปแบบการเรียนการสอนทั้งระบบ และเปิดสาขาวิชาใหม่ ๆ ที่ตอบรับความต้องการของโลกและเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน
ม.กรุงเทพ จึงเป็นมหาวิทยาลัยแรก ๆ ของไทยที่เปิดหลักสูตรเกมและสื่ออินเทอร์แอคทีฟ รวมทั้งยังมีสาขาวิชาล้ำ ๆ อย่างการผลิตสื่อนวัตกรรม การผลิตอีเวนต์และการจัดการนิทรรศการและการประชุม การตลาดดิจิทัล การวางแผนการเงินและการลงทุน ฯลฯ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถเหนือ ‘ปัญญาประดิษฐ์’
ในแง่ของการเป็นศิลปิน เพชรได้ชื่อว่าเป็นคนทำเพลงที่มีความล้ำยุค และเป็นศิลปินผู้ทดลองซาวด์ดนตรีใหม่ ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือผลงานเพลงในอัลบั้ม ‘ธรรมดา…มันเป็นเรื่องธรรมดา’ ที่วางแผนในปี 2530 ซึ่งเต็มไปด้วยบทเพลงที่สะท้อนการทดลองปรับซาวด์ในแบบที่ฟังตอนนี้ก็ยังดูล้ำ ไม่ว่าจะเป็นเพลงแดนซ์ ‘ดิ้นกันไหมลุง’ ที่เขานำเสนอเอกลักษณ์ของซาวด์ดนตรียุค 80s อย่างซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างจัดจ้าน
หรือในอัลบั้ม ‘Let's Talk About Love’ ที่เพชรได้รวมดาวผู้กำกับภาพยนตร์ออเตอร์ของไทยอย่าง เป็นเอก รัตนเรือง, วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง, อภิชาติพงษ์ วีระเศรษฐกุล มาทำเอ็มวีประกอบ จนทำให้อัลบั้มนี้เป็นดังผลงานศิลปะที่ประกอบด้วยผลงานวิดีโออาร์ตและการทดลองทางดนตรีที่พาคนฟังและผู้ชมไปสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในแวดวงศิลปะไทย
ครั้งหนึ่ง เพชรได้ให้ความหมายของศิลปะในแบบของเขา ที่ดูจะเป็นบทสรุปแนวคิดและความทุ่มเทที่เขามีต่อแวดวงศิลปะไทยไว้ว่า “สำหรับผม “ศิลปะคือการได้ครุ่นคิดและมีประสบการณ์ร่วมกับช่วงเวลานั้น ๆ โดยหวังว่ามันจะพาเราก้าวข้ามข้อจำกัดของกรอบความคิดอันแสนธรรมดาและตื้นเขิน”
GroundControl ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียหนึ่งในบุคคลผู้มีคุณูปการต่อแวดวงศิลปะไทยในครั้งนี้