ขอคู่กับตัวร้าย
ข้อมูลเบื้องต้น
เพราะตัวร้ายนั้นหน้าตาหล่อเหลาถูกใจเป็นที่สุด เธอที่เป็นนางเอกจึงต้องเขี่ยพระเอกทิ้งแล้วทำให้ตนได้คู่กับตัวร้ายเสียเอง!!
“ปักษาสววรค์” คือนางเองนิยายเรื่อง “เส้นทางรักยอดดวงใจพระราม” เนื้อเรื่องยุคปัจจุบันที่เน้นไปที่นางเอกของเรื่องต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อทำให้ตนจะมีฐานะพอที่จะครองคู่กับคนรักอย่าง “พระราม” ผู้ซึ่งเป็นพระเอกที่มีชาติตระกูลดีพร้อม เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์
เพียงแต่…
เคยได้ยินไหมว่ามักจะมีคนที่ตายแล้วมาเกิดใหม่เป็นร่างของตัวละครนั้นๆ
“เส้นทางรักยอดดวงใจพระราม” ก็มีคนที่มาเกิดใหม่ด้วยเช่นกัน “เวียงพิงค์” เป็นน้องสาวต่างมารดาของนางเอก เธอเคยอ่านนิยายเรื่องนี้และชื่นชอบพระเอกที่คลั่งรักมากจนหมายที่จะแย่งทุกสิ่งทุกอย่างของนางเอกมาไว้ที่ตนเอง จนทำให้เนื้อเรื่องในนิยายวุ่นวายและป่นปี้ไม่มีชิ้นดี นางเอกของเรื่องต้องตายอย่างไรดินกลบหน้าด้วยน้ำมือพระเอกของเรื่อง
ดีที่สววรค์มีตาได้ให้โอกาส “นางเอก” ของเรื่องเลือกเส้นทางชีวิตใหม่อีกครั้ง ถือว่าเป็นการชดเชยที่ทำให้คนจากโลกอื่นเข้ามาในโลกนี้ เรื่องราวที่เริ่มต้นใหม่ทำให้ “ปักษาสวรรค์” เจอกับคนที่รักและจริงใจกับเธอมากที่สุดจนพระเอกของเรื่องไม่อาจเทียบได้!
ส่วนพระเอกของเรื่องนะหรอ?
เธอขอบายค่ะ.. ในเมื่อน้องสาวผู้เสแสร้งของเธอชอบเช่นนั้นเธอก็จะมอบชายหลายใจคนนี้ให้อีกฝ่ายไป!
"พี่สาวเป็นอะไรไปคะ? หรือว่าน้องทำไม่ถูกใจพี่…" ใบหน้างดงามที่เคล้าไปด้วยหยาดน้ำตาทำให้ผู้คนที่พบเห็นเจือไปด้วยสงสารก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
ปักษาสวรรค์หรือ “ปริ๊นซ์” มองการแสดงตรงหน้าดวงแววตาที่แวววับไปด้วยความสมเพช การแสดงที่สุดแสนจะต่ำชั้นเช่นนี้นะหรือที่ทำให้เธอตกหลุมพรางครั้งแล้วครั้งเล่า หยาดน้ำตาที่สั่งได้นี่นะหรือที่ทำให้เธอต้องมีจุดจบที่เลวร้าย?
เช่นนั้นพี่สาวคนนี้จะเปิดม่านทำการแสดงให้ “น้องสาวคนดี” ได้เห็นว่าการแสดงที่แท้จริงมันเป็นยังไง!!
***************************
เปิดเรื่องใหม่ที่เป็นอีกมุมมองของนางเอกที่ถูกกระทำ
ใครที่ติดตามเรื่อง (อดีต) นางร้าย ก็จะเห็นในอีกมุมมองที่มีคนหลุดเข้ามา
ส่วนเรื่องนี้…ใช่ค่ะ มีคนหลุดเข้ามาและมาแย่งบทของนางเอกไป ทำให้นางเอกตัวจริงต้องตาย แต่พอมีโอกาสได้กลับมาก็ไม่ลืมที่จะสั่งสอนดวงวิญญาณที่เข้ามาอยู่ในร่างของน้องสาวตัวเอง
แม้ว่าจะไม่ได้แก้แค้นเหวอหวาแต่ก็เน้นไปทางทำให้อีกฝ่ายลำบากลำบนพอสมควร
ปล. ไรต์ทำการแต่งแล้วลงเลยในกรณีที่มีคำผิดและสำนวนที่ยังไม่ได้ขัดเกลา
ไรต์จะทำการเข้ามาแก้ไขหลังจากลงจบแล้วค่ะ
มีการติดเหรียญอ่านล่วงหน้า/ติดเหรียญถาวรแล้วแต่ดุลพินิจของนักเขียน
*** ในตอนนี้ไรต์ได้มีการเปิดขาย E-book ผ่านทาง Meb แล้วนะคะ นักอ่านท่านใดที่เริ่มอ่านสามารถกดเข้าไปดูได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยค่ะ ***
ลิงค์สำหรับ Meb : http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTcwNjc4MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjI2MDc1MDt9
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง บุคคล สถานที่ ความเชื่อและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องเป็นสิ่งที่ผู้แต่งเขียนมันขึ้นมาเองทั้งหมด ไม่อิงประวัติศาสตร์ใดๆ ไม่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ ดัดแปลงหรือจำหน่าย
© ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) ปี พ.ศ.2558 ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง เผยแพร่ สแกนหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วเท่านั้น
ขอคู่กับตัวร้าย : เนื้อเรื่องในนิยายกับนางเอกที่ถูกกระทำ
ตอนที่ 1 เนื้อเรื่องในนิยายกับนางเอกที่ถูกกระทำ
“ปริ๊นซ์ ปักษาสววรค์ ศิลปกุล” คือนางเองนิยายเรื่อง “เส้นทางรักยอดดวงใจพระราม” เนื้อเรื่องที่เน้นไปที่นางเอกที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อที่ตนจะมีฐานะพอที่จะครองคู่กับคนรักอย่าง “พระราม หม่อมราชวงศ์พระนารายณ์ เชาวกรเกียรติธิกุล” ผู้ซึ่งเป็นพระเอกที่มีชาติตระกูลดีพร้อมเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์
ด้วยความรักต่างชนชั้นทำให้นางเอกของเรื่องจำต้องยกฐานะให้เพียบพร้อมกับพระเอก ทุกอย่างที่กำลังจะดำเนินไปได้ด้วยดีกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากเดิม อย่างเช่น “พิ้งค์ เวียงพิงค์ ศิลปกุล” ที่แต่เดิมมีนิสัยอ่อนหวานและใสซื่อไม่ทันคนกลายเป็นหญิงสาวที่มากเล่ห์ทำทุกอย่างให้พี่สาวของตนอับอาย
จะอะไรก็แล้วแต่ปักษาสวรรค์ผู้มองโลกในแง่ดีไม่เคยว่ากล่าวน้องสาวต่างมารดาคนนี้ทั้งยังเอ็นดูอีกฝ่ายเช่นเดิมจนเรื่องดำเนินมาถึงตอนที่คนรักของเธอไม่รู้ว่าไปหลงรักน้องสาวของตนตอนไหน และถือว่ากว่าที่เธอจะรู้ตัวนั่นก็คือจุดจบของเธอเสียแล้ว
"พี่ราม… นี่มันหมายความยังไงคะ? ทำไมพี่กับพิ้งค์ถึงได้…" น้ำเสียงที่ขาดห้วงทำให้ร่างบางที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำจากกระทำอันต่ำช้าจากคนรัก เธอคิดว่าใครจะทำร้ายเธอก็ได้แต่ไม่ใช่กับคนรักที่สัญญากันไว้ว่าจะรอจนกว่าเธอจะพร้อมสำหรับเคียงคู่กับเขา!
"พี่ปริ๊นซ์อย่ามาทำไม่รู้เรื่องรู้ราวทั้งๆที่พี่เป็นคนนอกใจพี่รามก่อนนะคะ เรื่องนั้น… พะ พิ้งค์เป็นคนเห็นกับตาไม่อย่างนั้นพี่จะสั่งให้คนมาปิดปากพิ้งค์ทำไม"
ชายหนุ่มที่ยื่นนิ่งไม่ได้ปริปากเอ่ยอะไรมีเพียงร่างบางอ้อนแอ้นที่ยืนอยู่ข้างกันเท่านั้นที่เป็นคนเอ่ยออกมาน้ำเสียงใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความสั่นกลัว หยาดน้ำตาที่เริ่มไหลรินราวกับเจอเรื่องสะเทือนใจทำให้ร่างน้อยนั่นสั่นสะท้านอย่างอดไม่อยู่
ในความหมายนั้นปักษาสวรรค์ไม่รู้เลยว่าที่น้องสาวกล่าวนั้นหมายถึงอะไร เพียงแต่เท่านี้เธอก็สามารถจับต้นชนปลายได้แล้วว่าถูกน้องสาวคนนี้หักหลังอย่างเลือดเย็น!
เมื่อใดกันหนอที่น้องสาวผู้น่าสงสารคนนี้ของเธอกลายเป็นคนเสแสร้งไม่ใช่คนอ่อนแอน่าสงสารอีกต่อไป…
คงจะเป็นตอนนั้นกระมัง… ตอนที่อีกฝ่ายป่วยหนักและเธอหยุดงานของตนไปเฝ้าอีกฝ่ายที่โรงพยาบาลเพียงคนเดียว เพราะหลังจากที่น้องสาวคนนี้ลืมตาขึ้นมาความรู้สึกของอีกฝ่ายก็เริ่มเปลี่ยนไปจนเธอสังเกตได้!
"ฮะฮ่าๆ เวียงพิงค์เป็นพี่ที่เชื่อใจน้อง เห็นเธอเป็นเด็กที่น่าสงสารแม้ว่าแม่ของเธอจะปีนเตียงคุณพ่อทำให้แม่ของฉันโศกเศร้าเสียใจจนตรอมใจตาย แต่ฉันก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองกลับเลี้ยงดูเอาใจใส่เธอมาโดยตลอด แล้วดูตอนนี้สิ… ผลตอบแทนที่เธอมอบให้ฉันก็คือการแย่งคนรักของฉันแล้วมอบความตายให้ฉันอย่างนั้นหรือ!"
"ก็ช่วยไม่ได้… แกมันโง่เองนี่นา ฉันจะบอกให้รู้ไว้ว่าฉันไม่ใช่นังเด็กเวียงพิงค์ขี้โรคอะไรนั่นหรอก มันตายไปตั้งแต่ฉันลืมตาขึ้นมาในโรงพยาบาลนั่นแล้ว.. ฉันถึงได้วางแผนแย่งคนรักของแกมายังไงล่ะ! ครั้งนี้แกก็ตายตามไปหาน้องสาวกับแม่ของแกเสียสิ อย่ามาอยู่ขวางทางฉันอีกต่อไปเลยนะ… แม่นางเอก"
เวียงพิงค์ที่เห็นเช่นนั้นก็เดินเข้ามากระซิบพูดเสียงลอดไรฟันบอกความจริงให้กับคนตรงหน้าที่มีสภาพน่าสมเพชได้รู้เรื่องราวบางอย่าง สิ้นเสียงกระซิบที่ได้ยินเพียงสองคน ร่างบางที่ยืนอยู่ก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบยาบางอย่างขึ้นมากรอกปากพี่สาวคนนี้อย่างโหดเหี้ยมตาไม่กระพริบทั้งปิดปากไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีโอกาสคายเอาเม็ดยาหลายสิบเม็ดนี่ออกมา
จะเรียกว่าพี่สาวก็ไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายคือ “นางเอก” ของนิยายเรื่อง “เส้นทางรักยอดดวงใจพระราม” นี่นา… แต่ตอนนี้บทดังกล่าวมันคือของเธอแล้ว ในเมื่อนางเอกตกตายไปทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องเป็นของเธอ!
เมื่อสิ้นลมหายใจไปสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือความว่างเปล่าแม้จะรู้ว่าตัวเองสมควรรู้สึกอย่างไรแต่ปักษาสวรรค์กลับไม่เข้าใจอยู่ดีว่าอารมณ์ที่สมควรจะโกรธหรือเคียดแค้นนั้นหายไปไหน ก่อนที่เธอตัดสินใจจะเดินออกไปจากตรงนี้ก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่าง
พอมองไปรอบๆบรรยากาศรอบข้างที่เต็มไปด้วยเนินเขากลับกลายเป็นเพียงสีขาวใสไร้สิ่งอื่นใดคล้ายกันมีที่กั้นมาขวางเอาไว้ แม้จะตกใจแต่กระนั้นความรู้สึกทุกอย่างกลับแสดงออกยังคงเป็นศูนย์
"เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่? รู้แล้วหรือยังว่าคนที่กำลังสวมร่างน้องสาวของเจ้าอยู่คือผู้อื่น"
"ท่านเป็นใคร?"
เสียงของชายสูงวัยที่ดังก้องกังวานทำให้ร่างบางเริ่มทำตัวไม่ถูก เพราะเธอมองไม่เห็นตัวตนของอีกฝ่ายมีเพียงกระจกใสที่สะท้อนเงาของเธอออกมาเท่านั้น
"เจ้าไม่อยากไปทวงทุกอย่างของตัวเองคืนหรืออย่างไร? คนรัก หรือแม้ว่าความลับบางอย่างที่ทำให้น้องสาวของเจ้าคนนี้ถึงกลับลงมือฆ่าเจ้าด้วยตัวเอง"
"เพราะอะไรคะ?"
"ศิลปกุลไม่ใช่นามสกุลดั้งเดิมของบิดาเจ้า เขาเพียงออกจากตระกูลตนเองเพื่อหนีการขึ้นเป็นหัวหน้าผู้นำตระกูล แท้ที่จริงแล้วชื่อของเขาคือ ซ่งเวยเล่อ คุณชายเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลซ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างไรเล่า แม้ว่าเขาจะตายไปแล้วแต่ว่าทายาทยังคงอยู่เพียงแต่ทายาทมีสองคนไม่แปลกที่น้องสาวของเจ้าอยากจะแย่งสิ่งที่ควรจะเป็นของเจ้ามา"
เดิมทีตระกูลซ่งนั้นยกยอและให้ความสำคัญกับคำว่าสายเลือดตรง ดังนั้นไม่แปลกที่คนที่มีสายเลือดรองอย่างดวงวิญญาณดวงนั้นจะรู้และหมายที่จะปลดชีวิตของเธอหลายครั้ง คำว่าคนตายพูดไม่ได้คนเป็นที่ยังอยู่จึงสามารถแต่งเติมเรื่องราวอะไรก็ได้ทั้งนั้น
คำกล่าวดังกล่าวทำให้ร่างโปร่งแสงเกิดความสะเทือนใจขึ้นมา ตระกูลซ่งเป็นตระกูลใหญ่ไม่แพ้ตระกูลอดีตคนรักของเธอ แม้ว่าคุณพ่อของเธอจะตรอมใจตายตามแม่ของเธอไปแต่เขากลับไม่เล่ารายละเอียดอะไรให้เธอฟังคงหวังว่าเธอจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับตระกูลนี้อีก
เพียงแต่ว่า…
ผู้นำตระกูลซ่งตอนนี้ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ของเธอกำลังตามตัวทายาทเพื่อสืบทอด หญิงสาวคนที่สวมร่างน้องสาวของเธอจึงคิดกำจัดเธอให้พ้นทาง
แต่ที่เธอไม่อาจจะเข้าใจได้ก็คือ
อะไรคือนางเอก?
"โฮ๊ะๆ นางเอกนะหรือ? เดิมทีโลกที่เจ้าอยู่เป็นโลกในนิยาย ดวงวิญญาณที่มาจากโลกเดิมนั้นเคยอ่านนิยายเรื่องนี้จึงไม่แปลกที่จะคิดไม่ดีกับเจ้าตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาในร่างนี้ ระยะเวลาเพียงสองปีก็สามารถทำให้คนรักของเจ้าเปลี่ยนใจจากเจ้าได้ นับเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว"
"เพื่อเป็นการชดเชยให้แก่เจ้า หนังสือเล่มนี้เจ้าจงอ่านให้จบและเมื่อถึงเวลาข้าจะส่งเจ้ากลับไป…."
เสียงหนังสืมเล่มหนาก็ปรากฏบนมือบางโปร่งแสงก่อนที่เสียงนั้นจะหายไปเหลือเพียงเธอและกระจกโปร่งใสนี่เท่านั้นที่ยังคงอยู่เหมือนเดิม
“เส้นทางรักยอดดวงใจพระราม”
ร่างบางมองชื่อหนังสือเล่มหนาตรงหน้าก่อนจะนั่งลงและเปิดอ่านทีละหน้าอย่างไม่เร่งรีบ ปักษาสวรรค์เข้าใจคำกล่าวปริศนานั้นเป็นอย่างดี หากเธออ่านจบเรื่องทุกอย่างคงกระจ่างจากนั้นเธอก็จะมีโอกาสย้อนกลับไปแก้ไข
หากแต่ยามอ่านเรื่องราวทุกอย่างเธอก็เข้าใจในความโชคดีของตัวเองที่ทำไม่ถึงสร้างความอิจฉาริษยาให้กับดวงวิญญาณดวงนั้นจนถึงขึ้นมาแย่งเส้นทางชีวิตที่จะดำเนินไปตามทางของเธอ เพราะไม่ว่าจะตระกูลซ่งหรือตระกูลพระเอกต่างยอมลงให้เธอผู้มีพรสวรรค์ดั่งฟ้าประทาน
ความงามของปักษาสวรรค์ที่เป็นนางเอกก็นับว่าเป็นที่ต้องตากับผู้คนที่พบเห็นไม่ว่าจะเป็นออร่าของนางเอกที่สว่างสไวหรือแม้กระทั่งรูปโฉมที่สดใส ดวงตาเต็มไปด้วยความซื่อตรงและดื้นรั้นไม่ยอมใครอันเป็นเหตุให้ผู้คนพบเห็นนั้นรู้สึกรักและเอ็นดูได้ไม่ยาก
แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่โครงหน้าของเธอกลับคล้ายบิดาที่ล่วงลับไป ไม่แปลกที่ผู้นำตระกูลซ่งจะรักและเอ็นดูยามเห็นหน้าของเธอเป็นครั้งแรก ด้วยความที่ใบหน้าถูกผสมผสานระหว่างข้อดีของบิดาและมารดาเอาไว้ทำให้เธอมีรูปโฉมที่ตราตรึงกว่าผู้เป็นน้องสาวที่ออกไปทางอ่อนหวานและเรียบร้อย
ใครๆก็ชอบผู้หญิงที่ดื้นรั้นและหยิ่งผยองเพราะมันดูท้าทายที่จะปราบพยศมากกว่าไม่ใช่หรือ?
แน่นอนว่าพระเอกของเรื่องก็เป็นเช่นนั้น เดิมทีปักษาสวรรค์ไม่ได้ชอบเขาตั้งแต่แรกเห็นมีเพียงเขาที่ถูกใจเธอและคอยตาจีบอยู่นานเป็นปีจนเธอเป็นฝ่ายใจอ่อน
ในเมื่อมีความรักสิ่งที่ตามมาก็คือเรื่องชนชั้น เธอที่เป็นเพียงลูกสาวของคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำมีหรือจะสู้ชาติตระกูลของเขาที่เป็นถึงเชื้อเจ้าได้
นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้ร่างบางเปลี่ยนแปลงตนเองให้กลายเป็นหญิงสาวที่เพรียบพร้อมสำหรับหม่อมราชวงศ์พระนารายณ์ เชาวกรเกียรติธิกุลมากที่สุด เพียงแต่ความพยายามที่ผ่านมาของเธอทั้งหมดกลับศูนย์เปล่าด้วยเวลาที่เธอมุ่งมั่นไปกับการสร้างฐานะให้พ่อแม่ของอีกฝ่ายยอมรับกลับกลายเป็นช่องโหว่ทำให้น้องสาวที่ถูกวิญญาณอื่นเข้ามาอยู่แย่งชิงความรักนั้นไป!
ทั้งๆที่เธอควรจะได้กลับไปตระกูลซ่งเป็นคุณหนูที่เพรียบพร้อมจนว่าที่พ่อแม่สามียอมลงให้เพราะเกรงกลัวในอำนาจบารมีของแก๊งเจ้าพ่อจากเกาะเอช กลับกลายเป็นเธอต้องมาตกตายและถูกวิญญาณแย่งชิงวาสนาไปอย่างช่วยไม่ได้
ปึก!
หนังสือเล่มหนาถูกปิดลงพร้อมกับใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก เมื่อเรื่องราวทุกอย่างกระจ่างชัดร่างบางก็รู้สึกได้ว่านางเอกในนิยายที่เป็นเธอนั้นช่างแสนโง่เขลาสิ้นดี ไอ้นิสัยดื้อรั้นเรียกหาความยุติธรรมและความอยากเอาชนะไม่ยอมคนกลับกลายเป็นจุดอ่อนให้วิญญาณนั่นเล่นงานเธอได้ตรงจุด!
แม้จะมีความโชคดีด้วยเป็นนางเอกของเรื่อง
แต่นี่นะหรือคือนิยาย?
สรุปแล้วตัวเธอถูกสร้างมาจากหนังสือพวกนี้นะสินะ…
"ที่เจ้าเข้าใจถูกแล้ว เดิมทีเจ้าถูกสร้างมาจากหนังสือ แต่ต่อจากนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นในเมื่อข้าให้โอกาสเจ้าก็จงเดินตามทางที่เจ้าปรารถนาเสีย อยากทำไรจงจำตามใจของเจ้า… เอาล่ะเจ้ากลับไปในที่ๆควรของเจ้าได้แล้ว"
สิ้นเสียงไม่รอการตอบกลับใดๆแสงสว่างก็วาบคลุมร่างบางไปทั้งตัว ด้วยแสงที่เจิดจ้าทำให้ปักษาสวรรค์จำต้องหลับตาเพื่อกันแสงแสบตาเหล่านั้นมารู้สึกอีกตัวอีกทีด้านหน้าของเธอเป็นน้องสาวที่ยังอ่อนมีท่าทางอ่อนแรงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เต็มใบหน้าเรียกความสงสารได้เป็นอย่างดี
"พี่สาวเป็นอะไรไปคะ? ระ หรือว่าน้องทำไม่ถูกใจพี่…" ใบหน้างดงามที่เคล้าไปด้วยหยาดน้ำตาทำให้ผู้คนที่พบเห็นเจือไปด้วยสงสารก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
ปักษาสวรรค์หรือ “ปริ๊นซ์” มองการแสดงตรงหน้าดวงแววตาที่แวววับไปด้วยความสมเพช การแสดงที่สุดแสนจะต่ำชั้นเช่นนี้นะหรือที่ทำให้เธอตกหลุมพรางครั้งแล้วครั้งเล่า หยาดน้ำตาที่สั่งได้นี่นะหรือที่ทำให้เธอต้องมีจุดจบที่เลวร้าย?
เช่นนั้นพี่สาวคนนี้จะเปิดม่านทำการแสดงให้ “น้องสาวคนดี” ได้เห็นว่าการแสดงที่แท้จริงมันเป็นยังไง!!
……………………………
เปิดเรื่องใหม่หลังจากวางพล็อตเอาไว้นานมีม๊ากกก
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรื่องนี้ต่างจากเรื่องอื่นๆที่แต่ง
เพราะว่าเรื่องนี้คือนางเอกของเรื่องเป็นนางเอกค่ะ ไม่ใช่นางร้ายแบบที่ผ่านๆมา
ใดๆคือจะมองในมุมของนางเอกที่ถูกคนมาสวมร่างแย่งชิงวาสนาและเปลี่ยนเนื้อเรื่องไป
เรื่องนี้จะเน้นไปทางสบายสมองค่ะ ไม่มีหักมุมใดหรือเปล่า?
แต่ที่แน่ๆคือนางเอกฉลาดหลังจากตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
ส่วนพระเอกที่เราวางตัวไว้ก็ “ไม่โบ้” แน่นอนค่ะ 555555
ขอคู่กับตัวร้าย : รอยยิ้มของพี่สาวแสนดี
ตอนที่ 2 รอยยิ้มของพี่สาวแสนดี
เมื่อเห็นท่าทางอ่อนแอเรียกร้องความน่าสงสารร่างบางจึงอดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ดวงตามีเสน่ห์จึงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่มีแต่หยาดน้ำตาคลอเคลียราวกับว่าเธอมองเห็นการแสดงดังกล่าวอย่างทะลุปรุโปร่งนั้นแล้ว แต่คำกล่าวที่ตรงกันข้ามทำให้เวียงพิงค์ที่เริ่มรู้สึกแปลกๆขึ้นมายังคงเชื่อมั่นว่าอย่างไรแม่นางเอกคนนี้ก็ยังเป็นหญิงสาวโง่เง่าเหมือนเดิม
"เปล่าจ๊ะ น้องหายแล้วใช่ไหม? ดีเลยหลังจากวันนี้พี่จะย้ายไปอยู่ที่คอนโดน้องเองอยู่ที่บ้านก็ต้องดูแลตัวเองดีๆนะ เพราะพี่คงต้องเร่งทำโปรเจ็กนี้ให้เสร็จ"
"พะ พี่สาวหมายความว่ายังไงคะ? แล้วเรื่องค่าเทอมของพิ้งค์…"
"เวียงพิงค์น้องอายุห่างจากพี่ไม่ถึงปี หลังจากเสียคุณพ่อไปพี่ก็ทำงานหาเลี้ยงน้องมาตลอดแต่ตอนนี้พี่ว่าน้องโตพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว หรือน้องไม่คิดแบบนั้นจ๊ะ?"
น้ำเสียงหวานที่เจือไปด้วยความสดใสถามกลับมาทำให้คนที่ถูกเรียกว่าน้องสาวถึงกลับชักสีหน้าไม่พอใจอยู่แวบหนึ่งแต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาที่มองมาอยู่เสมอของปักษาสวรรค์ รอยยิ้มที่มุมปากจึงจุดขึ้นหลังจากเห็นกิริยานั้น
เดิมทีเรื่องค่าใช้จ่ายของเวียงพิงค์เธอเป็นคนหามาให้อีกฝ่ายเพราะเห็นว่าน้องสาวคนนี้น่าสงสารและมีทีท่าอ่อนแออยู่เป็นนิจ ไม่ว่าจะค่ากินค่าเทอมในมหาลัยเธอก็ต้องวิ่งวุ่นหางานพาร์ทไทม์ทำจนไม่มีกลุ่มเพื่อนอย่างเด็กสาวคนอื่นเพื่อใช้เวลานั้นมาหาเงินมาจุนเจือน้องสาว ทั้งๆที่มีเงินประกันของพ่อแล้วแต่ว่าด้วยจำนวนเงินพร้อมระบุคนรับที่เป็นเธอเพียงคนเดียว บวกกับอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ทางประกันจึงยังไม่ให้เงินทั้งหมดเพียงแบ่งจ่ายเป็นงวดแต่ละเดือนให้พอกับค่าใช้จ่ายของเธอคนเดียวในชีวิตประจำวันและเงินค่าเทอมที่แยกต่างหาก
เพราะเงินในส่วนตรงนี้ไม่มีของน้องสาว ปักษาสวรรค์ที่สงสารอีกฝ่ายจึงดิ้นรนออกหางานทำและนำเงินตรงนั้นมาเลี้ยงดูงูพิษตัวนี้ เธอในตอนนั้นใสซื่อเสียเหลือเกินทั้งๆที่อีกฝ่ายมีอายุห่างจากเธอไม่ถึงปี มีมือมีตีนเหมือนกันกลับหยิบจับทำอะไรไม่เป็น
ตอนนี้เธอสำนึกได้แล้วและก็ไม่อยากกลับไปทำงานหลังขดหลังแข็งแบบนั้น ดังนั้น… นังน้องสาวอสรพิษนี้จะต้องหาเงินมาใช้และส่งเสียตัวเองเรียนเอาเอง!
หากหาไม่ได้จะวิ่งแร่ไปขายตัวให้ชายชั่วคนนั้นก็เชิญ!
"พะ พี่สาว คือว่า…"
"มีอะไรอีกหรอจ๊ะ?"
"น้องเป็นห่วงค่ะ ไปอยู่ที่คอนโดกับผู้ชายแบบนั้น…" คำกล่าวในเชิงเสียหายของเวียงพิงค์ทำให้ปักษาสวรรค์เกิดแสงสว่างวาบในดวงตาก่อนจะปรับสีหน้าและแววตาให้เหมือนเดิมพร้อมเงยตอบกลับน้องสาวอย่างพี่สาวที่แสนดีเช่นที่ทำทุกครั้ง
"พี่กับริดเป็นเพื่อนกัน ไม่มีอะไรเกินเลยหรอกจ๊ะ"
เพราะว่าริดหรือเรืองฤทธ์นั้นเป็นชายไม่แท้หรือก็คือเป็นชายที่ชอบผู้ชายนั่นเอง อีกฝ่ายเป็นเพื่อนที่สนิทกับปักษาสวรรค์ตั้งแต่เข้ามหาลัยปีหนึ่ง ด้วยความสนิทและเรียนสาขาเดียวกันไม่แปลกที่ทั้งคู่จะคบกันมาถึงปัจจุบันนี้ที่อยู่ในชั้นปีที่สองใกล้จะเรียนจบปีการศึกษานี้แล้ว
เรืองฤทธิ์ถือว่าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีพอสมควรแต่ถึงอย่างนั้นด้วยนิสัยที่ใจถึงและมองคนออก อีกฝ่ายมักจะเตือนเธอเรื่องน้องสาวและแฟนหนุ่มอยู่เสมอ เมื่อก่อนปักษาสวรรค์ไม่เชื่อเพราะว่าเชื่อใจน้องสาวและแฟนหนุ่มของตนคิดว่าเขาคงเอ็นดูเวียงพิงค์เหมือนน้องสาว
ไม่คิดว่าคำเตือนของเพื่อนจะมาเป็นจริง ทั้งตอนที่เธอรู้จะกลายเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตด้วย!
เรื่องนี้ปักษาสวรรค์ไม่รู้จะบอกเพื่อนอย่างไรยามเห็นหน้า ดีที่ตอนนี้เธอกลับมาก่อนที่หญิงสาวตรงหน้าและชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังตามจีบเธออยู่จะพลอดรักและหักหลังเธออย่างเลือดเย็น ถือว่าคนที่ส่งเธอมากะเวลาได้ดีเลยทีเดียว
อีกหนึ่งเหตุผลก็คืออีกไม่กี่เดือนเธอจะมีอายุคบยี่สิบปีบริบูรณ์เรื่องเงินประกันที่บิดาทำไว้ให้จะตกมาอยู่ในมือเธอทั้งหมดแม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มากแต่ก็มากพอที่จะทำให้เธอสามารถเรียนจบและมีทุนเล็กๆไว้ทำกิจการอีกนิดหน่อย
ซึ่งปักษาสวรรค์จะกันตัวเองออกจากน้องสาวคนนี้และเลือกจะเก็บเงินนั้นไว้สำหรับใช้จ่ายของตนเองไม่คิดจะเผื่อแผ่ให้อีกฝ่ายแม้ว่าจะเป็นลูกที่เกิดจากพ่อเดียวกัน เพราะว่า…. ผู้รับมอบตามที่ผู้ทำประกันระบุชื่อคือเธอคนเดียวนั้นก็หมายความว่าพ่อของเธอไม่เคยเห็นเด็กสาวตรงหน้าอยู่ในสายตาไม่ใช่หรอ?
"แต่ว่าพี่ชายคนนั้นเขาอาจะคิดเกินเลยกับพี่ก็ได้นี่คะ?"
ถ้อยคำที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงตัดกับน้ำเสียงและสายตาที่ดูแคลนทำให้ปักษาสวรรค์ต้องยกยิ้มอย่างสมเพชขึ้นมา ไม่ใช่ว่าน้องสาวตรงหน้านี่รู้ดีอยู่แล้วหรือว่าเพื่อนชายของเธอคนนี้คือชายไม่แท้? แล้วเหตุใดถึงได้กล่าวออกมาอย่างหน้าตาเฉยแสดงออกถึงความเป็นห่วงและรักพี่สาวยิ่งชีพขนาดนี้?
ก่อนที่ร่างบางจะทันได้ตอบอะไรหางตาก็เหลือบไปเห็นเงากระจกที่สะท้อนถึงร่างสูงของใครบางคนที่อยู่ด้านหลัง สิ่งที่เห็นทำให้ปักษาสวรรค์ถึงกับร้องอ่อในใจ เพราะว่าคำพูดของเวียงพิงค์เมื่อครู่คือการใส่ไฟเธอกับเพื่อนชายให้ใครบางคนที่เธอรู้สึกชังน้ำหน้าได้ยินนั่นเอง
นับว่าแผนการช่างแยบยลจริงๆ หากเธอไม่ได้ย้อนกลับมาและรู้เรื่องราวทั้งหมดคนที่จะเสียท่าและตายอีกครั้งก็คงจะไม่พ้นเธอ!
"ทำไมน้องพูดแบบนั้น? น้องก็รู้อยู่แก่ใจว่าเรืองฤทธิ์ชอบผู้ชาย การที่น้องพูดออกมาแบบนี้เหมือนกับว่าต้องการพูดให้พี่สาวเสื่อมเสียชื่อเสียงหากใครได้ยินงั้นหรือ?"
คำกล่าวที่ดักทางและน้ำเสียงน้อยใจของปักษาสวรรค์ทำให้คนที่กำลังทำการแสดงอยู่ถึงกับเลิ่กลั่กรีบตอบขึ้นมาด้วยท่าทางลนลานอย่างปิดไม่มิด "มะ ไม่ใช่นะคะ! พิ้งค์ไม่รู้ว่าพี่ชายคนนั้นเป็น… เป็น"
"น้องไม่รู้? จริงหรอทำไมวันนั้นน้องยังชื่นชมเพื่อนของพี่จนพี่ต้องบอกอยู่เลยว่าหากน้องชอบคงต้องอกหักแล้วเพราะเรืองฤทธิ์ไม่ได้ชอบผู้หญิง"
"นะ น้อง… อ๊ะ! พี่รามมาพอดีเลย!"
เมื่อหาทางแก้ตัวไม่ได้เวียงพิงค์พึ่งแสร้งมองเห็นใครบางคนก่อนจะเอ่ยทักออกมาเรียกความสนใจของปักษาสวรรค์โดยการหันไปมองพร้อมกับมอบรอยยิ้มยินดีแต่คนเห็นกลับชะงักในรอยยิ้มนั้นพร้อมกับรูขุมขนตามร่างกายที่ขยายกว้างและลุกซู่ขึ้นมา
"พี่รามมาแล้วหรอคะ?"
"ทำอะไรกันอยู่สองสาว"
รอยยิ้มอ่อนโยนที่มักจะมีประดับใบหน้าหล่อเหลาไว้เสมอทำให้ร่างบางที่มองอยู่ถึงกับเกิดความรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา ยามที่นึกตอนที่ตนเองจะตายปักษาสวรรค์ไม่สามารถมองชายหนุ่มคนนี้ให้ดีเช่นเดิมได้เลยจริงๆ ทั้งๆที่คนตรงหน้ามักจะมอบรอยยิ้มและความอบอุ่นคอยเป็นที่ปรึกษาให้เธอบ่อยครั้ง แต่ถึงยามที่เลือดเย็นอีกฝ่ายก็สามารถตัดเธอออกจากชีวิตได้ตาไม่กระพริบ
นี่สินะที่เขาเรียกว่าความเป็นพระเอก… จะร้ายกับทุกคนเพื่อดีกับนางเอกเพียงคนเดียว ซึ่งในกรณีของเธอที่ถูกแย่งชิงคนรักไปกลับมองว่ามันคือความโลเลสองใจของผู้ชายมักมากต่างหาก!
หากพระรามเชื่อมันในตัวเธอและเลือกจะเชื่อใจเธออย่างสุดหัวใจว่าคนอย่างเธอไม่มีวันทำเช่นนั้น ชีวิตของทั้งสองคนจะไม่ต้องเป็นเช่นที่ดวงวิญญาณร้ายได้ขีดเขียนเส้นทางเอาไว้ให้ ปักษาสวรรค์ไม่โทษความไม่หนักแน่นของเขาฝ่ายเดียวเพียงแต่เธอกลับคิดว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งเหมือนกับที่เธอเคยโง่และเชื่อในเด็กสาวตรงหน้านี่อย่างไร!
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ยัยพิ้งค์แค่เตือนปริ้นซ์เรื่องไปอยู่คอนโดกับริดเพื่อนสนิทของปริ้นซ์น่ะค่ะ ว่าแต่วันนี้พี่ไม่มีเรียนหรอคะ?"
"เริ่มเรียนช่วงบ่ายน่ะ เห็นว่าเหลือเวลาว่างเลยกะจะมารับปริ้นซ์ไปด้วยกัน"
เสียงทุ้มนุ่มนวลตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มประดับที่มุมปากเช่นทุกครั้ง ปักษาสวรรค์มองเห็นความจริงใจในนั้นแต่มันก็ซ้อนทับกับความใจร้ายที่เคยเกิดขึ้นอยู่ดี เพื่อที่จะกันตนเองออกจากหญิงร้ายชายเลวคู่นี่แล้วหญิงสาวเลือกจะเปิดทางให้ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันลึกซึ้งและเลือกที่จะเดินไปตามทางที่น้องสาวต่างแม่วางไว้ เพียงแค่ตัวคนแสดงกลับไม่ใช่เธอแต่เป็นทั้งสองคนตรงหน้าและจะเป็นเธอที่คอยเฝ้ามองพวกมันต่างหาก!
"ดีเลยงั้นปริ้นซ์ฝากยัยพิ้งค์ไปกับพี่ก็แล้วกันนะคะ พอดีของปริ้นซ์อาจารย์แจ้งยกเลิกคลาสวันนี้ปริ้นซ์เลยว่าง"
"ได้สิ"
"จะ จะดีหรอคะพี่สาว"
น้ำเสียงกล้าๆกลัวๆพร้อมกับร่างเล็กที่สั่นเล็กน้อยคล้ายกับลูกนกชวนให้คนมองเกิดความสงสารและเอ็นดูทำให้ชายหนุ่มเพียงคนเดียวของวงสนทนาถึงกับยกยิ้มด้วยความเอ็นดู มือหนาจึงลูบผมสีเข้มเบาๆพร้อมกับกล่าวขึ้นมาอย่างปลอบประโลม
"ไม่เป็นไรครับ ไปกับพี่ก็ได้น้องพิ้งค์ไม่ต้องกังวลหรือเกร็งนะ"
"คะ ค่ะ ขอบคุณพี่รามมากเลยนะคะที่ปลอบใจพิ้งค์"
สองหนุ่มสาวที่กำลังส่งกำลังใจให้กันต่อหน้าต่อตาของปักษาสวรรค์โดยไม่ทันได้สังเกตว่าคนที่ฝากฝังไว้ตั้งแต่แรงนั้นเค้นยิ้มสมเพชที่มุมปากมากขนาดไหน
ปักษาสวรรค์ไม่อยากจะเชื่อว่าเพียงเธอเปิดทางให้นิดเดียวหญิงโลภมากอย่างเวียงพิงค์ก็รีบตะคลุบเอาไว้ในทันทีโดยไม่คิดไตร่ตรองให้รอบครอบเสียก่อน แน่ละ…อีกฝ่ายคงคิดว่าเธอมันเป็นคนโง่ที่มองไม่ออกและยังเป็นนางเอกที่มองโลกในแง่ดีและใสซื่อแสดงแค่ความซื่อตรงอยู่สินะ
เหอะๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีก็แล้วกันพอถึงเวลาตลบหลังมันจะได้สะใจอย่างไร!
พระรามและเวียงพิงค์ออกไปเรียนแล้วเหลือเพียงร่างบางที่ยังคงนั้นอยู่โซฟารับแขกเพียงคนเดียว ปักษาสวรรค์กำลังคิดอะไรบางอย่างและกำลังทบทวนเนื้อเรื่องที่อ่านมา ตอนนี้ยังคงถึงจุดเริ่มเรื่องเพราะเธอยังไม่ได้ตบปากรับรักพระเอกอย่างพระราม และเนื้อเรื่องก็พึ่งเริ่มขึ้นแต่คนที่หลุดเข้ามาในนี้ได้พักใหญ่อย่างเวียงพิงค์คงเดินเกมส์ไปไม่น้อยแล้ว
แม้จะเป็นการเสียมารยาทที่มาค้นห้องคนอื่นแต่ปักษาสวรรค์ไม่นึกหน้าบางอะไรทั้งนั้น เธอมีชีวิตใหม่แล้วย่อมต้องการความปลอดภัยของตนเองเป็นที่สุดดังนั้นการเข้ามาห้องของเวียงพิงค์เพื่อค้นหาของที่อีกฝ่ายพอจะมีหรือเตรียมไว้ใช้สำหรับดำเนินเรื่องเธอจะต้อง “ขโมย” มันมาเก็บไว้กับตัวก่อน
หากเป็นในเนื้อเรื่องนางเอกอย่างปักษาสวรรค์ไม่มีทางทำเรื่องน่าอายและไร้ความผิดชอบชั่วดีเช่นนี้ได้แน่ แต่ว่าตอนนี้เธอคือ “NEWปักษาสวรรค์” ที่ไม่คิดจะเป็นนางเอกของเรื่องอีกต่อไป ต่อให้เธอทำเลวมากกว่านี้แล้วชีวิตยังคงอยู่รอดหญิงสาวก็ไม่เกี่ยงที่จะกระทำเลยทีเดียว!
พอคิดมาถึงตรงนี้… บทนางร้ายผู้เสแสร้งก็คงจะไม่เลวนัก
……………………………….
ไม่ใช่เปลี่ยนจากบทนางเอกเป็นนางร้าย แต่เปลี่ยนเป็นนางเอกเป็นหัวขโมยแทนต่างหาก 5555
อย่าถามหาความดีจากนางเอกของไรต์เพราะน้องถูกกระทำมาก่อนจึงเลือกที่จะเป็นคนเห็นแก่ตัวที่รักชีวิตตนเองมากกว่าใครทั้งหมดก็เท่านั้นเอง
** พรุ่งนี้งดอัพหนึ่งวันค่ะ **
ขอคู่กับตัวร้าย : บทนางร้ายผู้เสแสร้ง
ตอนที่ 3 บทนางร้ายผู้เสแสร้ง
ร่างบางของปักษาสวรรค์ค้นไปทั่วห้องอยู่พักใหญ่ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับกล่องเล็กๆธรรมดาที่แอบซ่อนเอาไว้อยู่หลังภาพถ่ายของเธอและเวียงพิงค์ มือบางหยิบกล่องดังกล่าวก่อนจะค่อยๆเปิดออกมา ในนั้นคือสิ่งที่ปักษาคิดอยู่ในใจอยู่แล้วว่ามันคืออะไรบ้าง
เงินสดจำนวนหนึ่งที่ถูกมัดเอาไว้กับเศษกระดาษที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในนิยายอย่างละเอียด ดวงตากวางกวาดมองไล่อ่านตัวหนังสือที่ถูกเขียนเอาไว้ไม่ให้ตกไปสักบรรทัดเดียวก่อนจะเค้นยิ้มออกมาเพราะมันตรงกับหนังสือที่เธออ่านราวกับจับวาง
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วปักษาสวรรค์จึงละความสนใจจากเศษกระดาษแล้วหยิบเงินที่ถูกมัดไว้แทน หากนับจำนวนก็คงจะเกือบสองหมื่นเลยทีเดียว นับว่าเวียงพิงค์ค่อนข้างเตรียมตัวเองดีพอสมควร แต่ปักษาสวรรค์หรือจะให้เป็นอย่างนั้น?
ร่างบางเก็บเงินดังกล่าวใส่กระเป๋าตัวเองหน้าตาเฉยเดินออกจากห้องพร้อมกับโยนกล่องเล็กๆนั่นทิ้งกลางห้องอย่างไม่ใยดี ไม่คิดจะเก็บมันเข้าที่ต่างอย่างใด ก่อนที่จะออกจากห้องสิ่งหนึ่งที่ร่างบางไม่ลืมก็คือตู้เสื้อผ้าที่มีเสื้อผ้าหลากหลายสีสันและล้วนแต่ใหม่เอี่ยมด้วยสายตามาดร้าย เปลวไฟที่สะท้อนกับดวงตาถูกทิ้งลงในกองเสื้อผ้าพร้อมกับรอยยิ้มสะใจที่แทบจะเก็บเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
ไม่มีทั้งเงิน ไม่มีทั้งเสื้อผ้า แบบนี้น้องสาวสุดที่รักของเธอจะทำอย่างไรนะ?
ก่อนที่ไฟจะลามไปส่วนอื่นมากกว่านี้ปักษาสวรรค์ก็เดินเข้ามาให้ห้องอีกครั้งพร้อมโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ยังคงใช้งานได้ก่อนจะหยิบยกมันขึ้นมาต่อสายไปหาปลายทางเจ้าของห้อง
"ฮัลโหลพิ้งค์! น้องทำอะไรลืมจุดไฟทิ้งไว้ที่ห้องหรือเปล่า? ตอนนี้ห้องของน้องไหม้ไม่เหลือชิ้นดีเลย ดีนะที่พี่ได้กลิ่นไหม้เลยมาดูจึงสามารถดับไฟไม่ให้ลามไปทั่วบ้านได้ทัน"
น้ำเสียงร้อนรนตัดกับดวงหน้าสะใจไม่ได้ทำให้ปลายสายสงสัยหรือคิดมาแต่อย่างใด เวียงพิงค์ที่ได้ยินก็ลุกพรวดขึ้นยืนก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งมองหามอไซค์รับจ้างเพื่อมาที่บ้านท่ามกลางความมึนงงของเพื่อนกลุ่มเดียวกัน
สิ่งที่เธอเป็นห่วงก็คือเงินที่แอบเก็บซ่อนเอาไว้และกระดาษที่เธอไล่เรียงเรื่องราวในนิยายต่างหาก!
ร่างบางที่ซ้อนท้ายพี่วินก็ได้แต่บอกให้เขาเร่งบิดพาเธอไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุดจนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุสิ่งแรกที่เวียงพิงค์เห็นคือห้องของเธอที่เละไม่เหลือเค้าเดิม ข้าวของที่เคยจัดเป็นระเบียบก่อนหน้าต่างมีสีดำกระด่างจากการถูกเผาไม้ แม้บางส่วนจะพอใช้งานได้แต่ก็น้อยนัก ยิ่งกล่องที่เธอหวงแหนแล้วด้วยยามเห็นมันไหม้ละลายไปกับพื้นทางเดินร่างบางแทบจะทรุดลงไปกับพื้น
ปักษาสวรรค์มองท่าทางหมดอาลัยตายอยากของน้องสาวต่างแม่อย่างพึงพอใจก่อนจะเดินเข้าไปปลอบเจ้าตัวเบาๆอย่างสิ่งที่พี่สาวแสนดีสมควรกระทำ
"ไม่เป็นอะไรนะพิ้งค์ ของพวกนี้มันก็แค่ของนอกกายไม่ได้มีค่าอะไร"
ใช่ไม่ได้มีค่าอะไรแต่มันมีเงินหลักหมื่นอยู่ไง!
ร่างบางที่ทรุดตัวอยู่กับพื้นอยากจะสวนกลับและด่าทอนางเอกคนนี้แต่ยังดีที่สติยังไม่แตกกระเจิงทำอะไรที่เป็นเรื่องน่าสงสัยออกมา ใบหน้าน่ารักจึงได้แต่ทำทีท่าตกใจและเสียใจอย่างยิ่งยวดอย่างที่ชอบทำเรียกความน่าสงสาร ก่อนจะเปิดปากอะไรออกมาปักษาสวรรค์ที่รู้เท่าทันคำขอก็ขอตัวก่อนจะอ้างว่าเพื่อนของเธอโทรมาหาแล้ว
"พะ"
"โอ๊ะ! ริดโทรมาพอดี พี่ขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ"
"คะ ค่ะ"
เมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามในสิ่งที่เธอคิดมือบางจึงกำเข้าหากันแน่ ตอนนี้เงินที่เธอลงทุนเก็บออมพร้อมกับปลอกลอกเพื่อนโง่ๆมาได้หายวับไปกับตาแผนการที่ถูกวางเอาไว้เนิ่นนานจึงต้องหยุดชะงักก่อนจะเริ่มปรับเปลี่ยนมาแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าก่อน
ยิ่งคนที่เธอมองว่าโง่เริ่มจะหายโง่ขึ้นมาทำให้เธอลำบากหาเงินเรียนเอง เวียงพิงค์ไม่มีทางยอมเรื่องนี้ได้ แต่คนที่จะยอมหรือไม่ปักษาสวรรค์ไม่มีทางเดินตามแผนของหญิงสาวตรงหน้า หลังจากผ่านวันที่เข้าไปทำลายห้องนั้นวันรุ่งขึ้นกระเป๋าใบใหญ่ก็ถูกลากออกมาจากห้องต้องการให้คนที่อยู่ห้องติดกันรู้ว่าตอนนี้เธอพร้อมจะโดยบินและไม่คิดจะสนใจน้องสาวคนนี้อีกต่อไปแล้ว
"พะ พี่สาวจะไปแล้วหรอคะ?"
"ใช่จ๊ะ พี่นัดกับริดไว้หลายวันแล้วจะเลื่อนไปอีกพี่ก็เกรงใจที่ริดอุตส่าห์ขอรถที่บ้านมาช่วยพี่ขนของ พิ้งค์เองก็ย้ายมานอนห้องพี่ก่อนไหมจ๊ะ?"
"ไม่เป็นไรค่ะ น้องกลัวทำพี่สาวลำบากใจ"
"ไม่หรอกจ๊ะ พี่ไม่ได้กลับมาที่นี่อยู่แล้วอย่างไรพิ้งค์ก็สามารถใช้ได้เต็มทีเลยนะ"
เพราะว่าพี่คิดจะประกาศขายที่นี่ออกไปอย่างไร….
คำหลังเป็นปักษาสวรรค์คิดเองในใจและไม่ปริปากบอกอีกฝ่าย รอยยิ้มอ่อนโยนของผู้เป็นพี่ยังแสดงออกมาเช่นเดิมแต่เวียงพิงค์กลับรู้สึกว่ามันขัดตายิ่งกว่าครั้งไหน แม้ว่าเมื่อก่อนเธอจะไม่ชอบอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งรู้สึกเกลียดชังเข้าไปกันใหญ่ หากว่าไม่มีความโชคดีของนางเอกหญิงสาวตรงหน้าจะต้องเป็นคนที่ถูกไฟไหม้ห้องไม่ใช่เธอแน่ๆ ร่างบางคิดอย่างนั้นก็ได้แต่กะกดกั้นความไม่พอใจเอาไว้
ปักษาสวรรค์ที่มองการแสดงตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์ก็ขอตัวมายืนรอเพื่อนชายที่มารับด้วยความสงบจนกระทั่งรถยุโรปคันนึงมาจอดเทียบหน้าบ้านพร้อมกับร่างสูงเพรียวของคนที่คุ้นตาเป็นอย่างดี รอยยิ้มจริงใจจึงปรากฏขึ้นมาบนใบหน้างดงาม แน่ล่ะ…ตอนนี้คนที่รักเธอและหวังดีกับเธอนอกจากเพื่อนคนนี้ก็ไม่มีใครที่ไหนอีกแล้ว
แม้ว่าเธอจะยังมีญาติอย่างคุณปู่เจ้าพ่อคนนั้นอยู่แต่ปักษาสวรรค์กลับไม่คิดหวังอะไรอีกฝ่าย เธอเองก็พอจะเตรียมใจยอมรับเรื่องความสัมพันธ์มาบ้างแล้ว อย่างที่บอกแม้จะเป็นปู่หลานแต่บิดาของเธอไม่ต้องการให้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เรื่องที่เธอจะเข้าไปหาทางนั้นอย่างโจ่งแจ้งจึงจำเป็นต้องระมัดระวัง ไม่เพียงเฉพาะศัตรูของแก๊งเจ้าพ่อแต่ยังมีน้องสาวต่างมารดาอย่างเวียงพิงค์ด้วย
ปักษาสวรรค์จำต้องเคลียร์เรื่องราวของเธอให้ได้เร็วที่สุดและบินลัดฟ้าไปหาทางนั้นก่อนที่แม่น้องสาวตัวดีจะนำหน้าเธอไป หญิงสาวคิดว่าการที่เธอได้ย้อนเวลามาในช่วงก่อนที่อะไรจะเริ่มสายไปแล้วนับว่าเป็นความโชคดีของเธอโดยแท้จริง
"ตัดสินใจได้แล้วสินะ"
"อืม ยังไงฉันรบกวนนายด้วยนะ"
"เรื่องเล็ก ยังไงฉันก็อยู่คนเดียวอยู่แล้วห้องอีกห้องก็ว่างมีเธอไปอยู่ดีนับว่าเป็นการดีกว่าปล่อยให้ห้องโล่ง"
เสียงทุ้มตอบกลับพร้อมกับยักไหล่ราวกับว่าเรื่องที่เธอไปขออาศัยอยู่ด้วยนั้นเล็กมาก อีกฝ่ายไม่เคยคิดจะเปลืองสมองอะไรกับเรื่องแบบนี้ พอเห็นว่าเพื่อนเป็นแบบนั้นปักษาสวรรค์ก็เบาใจลงก่อนจะยิ้มขอบคุณอีกครั้งพร้อมเดินตามขึ้นรถไป
ร่างบางที่แอบอยู่ด้านบนของตัวบ้านมองลงมาด้วยความไม่ชอบใจ เดิมเวียงพิงค์เกลียดชังพวกรักร่วมเพศอยู่แล้วพอมาเจอนางเอกที่มีเพื่อนเป็นพวกนี้เธอจึงชังน้ำหน้าเพื่อนชายคนนี้ของแม่นางเอกยิ่งนัก หญิงสาวมองคนทั้งคู่ด้านล่างด้วยความสมเพชก่อนจะหันกลับมาสนใจห้องของตนและคิดทบทวนว่าต่อจากนี้เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี
เรืองฤทธิ์ชอบผู้ชายและเป็นฝ่ายรับก็จริงแต่บุคคลิกของเขากลับไม่แสดงออกมาให้ใครได้สังเกตเห็นเลยสักครั้ง แม้ว่าจะมีคนจับตามองร่างสูงบ้างก็ยังคงปฏิบัติตัวตามปกติเหมือนผู้ชายธรรดาคนหนึ่ง เดิมทีปักษาสวรรค์ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบผู้ชายแต่เจ้าตัวกลับเปิดใจและบอกออกมาโดยตรง หญิงสาวที่มีเพื่อนน้อยแสนน้อยก็ใจกว้างไม่คิดจะดูถูกความจริงใจนั้นแต่อย่างใดกลับมองว่าเป็นความกล้าหาญที่เรืองฤทธิ์คนนี้กล้าที่จะเปิดปากบอกเธอต่างหาก
สมัยนี้ความรักระหว่างเพศเดียวกับยังไม่ได้รับการยอมรับมากนักดังนั้นแล้วไม่แปลกที่เรืองฤทธิ์จะต้องใช้ความกล้าเป็นอย่างมากในการเปิดเผยความชอบนี้ของตน ปักษาสวรรค์ไม่ใช่คนคิดมากเธอไม่ได้รังเกียจออกจะชื่นชมในตัวเพื่อนคนนี้ด้วยซ้ำ อีกอย่างเธอในตอนนั้นเป็นนางเอกของเรื่องที่ชอบผดุงความยุติธรรมอย่างออกนอกหน้านี่นา การที่เพื่อนรักเพศเดียวกันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเธอแต่กลายเป็นจุดประกายทำให้เธอมีแรงพลักดันด้านสิทธิเท่าเทียมความรักระหว่างเพศต่างหาก
หญิงสาวรู้ดีว่าในอนาคตข้างหน้านี้เพื่อนสนิทคนนี้จะต้องได้รับความรักที่สามารถออกนอกหน้าได้อย่างแน่นอน เพราะเธอคือคนที่จะช่วยอีกฝ่ายอย่างไร ทั้งในตอนนี้และในนิยายเลยล่ะ!
"ว่าแต่เธอออกมาอยู่กับฉันแบบนี้แล้วน้องสาวสุดที่รักของเธอล่ะ?"
"ฉันบอกให้พิ้งค์หาเงินส่งเสียตัวเองเรียนได้แล้ว ฉันไม่อยากมานั่งหลังคดหลังแข็งทำให้งานให้อีกฝ่ายต่อไปแล้วล่ะ อีกอย่าง…. โปรเจ็กงานของเราก็สำคัญกว่านี่นา"
ใบหน้าสดใสตอบกลับมาอย่างไม่รู้สึกผิดหรือผิดปกติแต่อย่างใดแต่การกระทำและคำพูดดังกล่าวกลับทำให้คนฟังต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแทน ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าปักษาสวรรค์คนนี้รักน้องแค่ไหนแต่การที่สามารถตัดเด็กคนนั้นออกไปได้เลยต่างหากนี่คือสิ่งที่เรืองฤทธิ์สนใจมากกว่า
"นี่เธอไม่ไม่สบายใช่ไหม? ทำไมถึงได้ดูปล่อยวางไม่เป็นยัยเพิ้งบ้างานพาร์ทไทม์แล้วล่ะ"
"น้องสาวฉันโตแล้วนะ เธออายุห่างจากฉันไม่ถึงปีมีมือมีเท้าเหมือนกันดังนั้นฉันจึงอยากหันมาสนใจตัวเองแทนที่จะต้องบ้างานแบบเมื่อก่อน"
"อ้อ"
การตอบรับสั้นๆของเพื่อนทำให้ปักษาสวรรค์อมยิ้มขึ้นมาก่อนจะขอร้องบางอย่างออกมาอย่างอารมณ์ดี "ไหนๆก็จะไปคอนโดแกแล้ว แวะห้างให้ฉันก่อนได้ไหม? โทรศัพท์ฉันเก่าเต็มทีละอยากได้เครื่องใหม่"
เพียงเรื่องน้องสาวเจ้าปัญหาทำให้เรืองฤทธิ์แปลกใจแล้วยังมามีเรื่องคำขอถัดมาอีก ดีที่เขาขับรถแข็งมากและมีสติดีไม่เช่นนั้นเท้าที่กำลังเหยียบคันเร่งอยู่อาจจะกระตุกได้
ต้องบอกก่อนเลยว่าเมื่อก่อนปักษาสวรรค์เป็นคนที่ค่อนข้างขี้เหนียวไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ หากของพวกนั้นทำให้น้องสาวของเธอสุขสบายได้หญิงสาวก็ไม่เกี่ยงที่จะทำไหนจะบ้าหางานพาร์ทไทม์ทำเป็นบ้าเป็นหลังอีก เรียกได้ว่าวันนี้เรียนเสร็จอีกฝ่ายก็วิ่งโร่ไปทำงานเสริมต่อในทันที เพราะฉะนั้นพวกของฟุ่มเฟือยอย่างโทรศัพท์เครื่องใหม่หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าใหม่ๆปักษาสวรรค์คือไม่มีมันเลย
เรื่องนี้จะไม่ทำให้คนขับรถตกใจก็เห็นจะเป็นไปไม่ได้ ร่างบางเจ้าของคนขอเองก็รู้ว่าเพื่อนคิดอะไร หญิงสาวยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวบอกเพื่อนไปโดยตรง
"ฉันเห็นพิ้งค์มีเงินเก็บเกือบสองหมื่นแต่ฉันที่ทำงานให้งกๆไม่มีแม้แต่พันเดียว นายคิดว่าฉันควรจะรู้สึกอย่างๆไร?"
"โอ้ เด็กนั่น…"
"อืม ฉันเลยไปขโมยเงินนั้นแล้วเอามาปรนเปรอตนเองดีกว่า อีกอย่างที่ให้หางานทำเอาเองเพราะฉันรู้ว่าเด็กคนนั้นสนใจพี่รามอยู่"
แป๊ะ!
"เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าสายตาของฉันไม่เคยพลาด"
มือหนาที่ตบเข้าที่หน้าตัดแล้วกล่าวออกมาเพราะเรื่องนี้เรืองฤทธิ์เคยเตือนเพื่อนสาวเอาไว้แล้ว แม้ในคราแรกหญิงสาวจะไม่เชื่อแต่เขารู้ดีว่าอีกไม่นานคนฉลาดอย่างปักษาสวรรค์จะต้องสังเกตเห็นและคิดได้ ทั้งที่มันไม่ควรจะรวดเร็วทันใจแบบนี้ก็เถอะ
…………………………….
ใดๆคือนางเอกก็สามารถเป็นโจรและเป็นคนวางเพลิงได้ 55555
พลิกโฉมนางเอกแบบใหม่ที่ใจกล้ายิ่งกว่านางเอกคนไหนๆ