โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้จัก "เมืองศรีเทพ" โบราณสถานสำคัญ ตำนานเมืองเทพ-เทวดา ก่อนเป็นมรดกโลก

Khaosod

อัพเดต 19 ก.ย 2566 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2566 เวลา 04.26 น.

รู้จัก "เมืองศรีเทพ" ตำนานเมืองเทพ-เทวดา โบราณสถานแหล่งอารยธรรมสำคัญแห่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนจะขึ้นเป็นมรดกโลก

ร่วมลุ้นไปพร้อม ๆ กัน สำหรับการประกาศ “เมืองศรีเทพ” จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย วันนี้ทีมข่าวสดขอพาทุกคนมาทำความรู้จักเมืองศรีเทพเพิ่มเติม

"ศรีเทพ" เมืองโบราณแหล่งอารยธรรมสำคัญ

เมืองศรีเทพ ตั้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ถือเป็นเมืองโบราณอายุราว 1,400 ปี และเป็นแหล่งอารยธรรมสมัยทวารวดีที่ดีที่สุดของเมืองไทย

ที่มา เฟซบุ๊กอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

โดยภายในจะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนแรกเป็นพื้นที่ในส่วนเมืองโบราณศรีเทพ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,889 ไร่ มีลักษณะเป็นเมืองที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบแบบเมืองในวัฒนธรรมทวารวดี มีโบราณสถานซึ่งได้รับการขุดแต่งและบูรณะแล้วทั้งหมดประมาณ 48 แห่งซึ่งมีโบราณสถานเขาคลังใน โบราณสถานปรางค์สองพี่น้อง และโบราณสถานปรางค์ศรีเทพ เป็นกลุ่มโบราณสถานสำคัญ รวมทั้งสระน้ำและหนองน้ำขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปประมาณ 70 สระ

ในขณะที่เมืองนอกมีพื้นที่ 1,589 ไร่ เป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าต่อออกไปทางด้านทิศตะวันออกของเมืองใน มีช่องประตูเมือง 6 ช่องทาง และมีโบราณสถาน รวมทั้งมีสระน้ำขนาดใหญ่จนถึงเล็กกระจายอยู่ทั่วไปประมาณ 30 แห่ง มีสระขวัญเป็นสระน้ำสำคัญที่มีขนาดใหญ่และตั้งอยู่กลางเมือง

เขาคลังใน

ส่วนที่สองเป็นโบราณสถานที่อยู่นอกเมือง ได้ขุดค้นสำรวจเกือบหมดแล้ว ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองโบราณศรีเทพ โดยมีโบราณสถานเขาคลังนอกที่เป็นสถาปัตยกรรมเนื่องในวัฒนธรรมทวารวดี และโบราณสถานปรางค์ฤาษีที่เป็นสถาปัตยกรรมเนื่องในวัฒนธรรมเขมร

โดยเมืองศรีเทพถือเป็นหลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า สถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยมีมนุษย์อาศัยอยู่และมีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก มีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมทวารวดีและเขมรตามลำดับ ก่อนที่จะถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างด้วยสาเหตุโรคระบาดร้ายแรง หรือปัญหาภัยแล้งประการใดประการหนึ่ง

เขาคลังนอก

การค้นพบเมืองศรีเทพ

ในปีพ.ศ. 2447สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ครั้งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยได้ทรงค้นพบเมืองโบราณแห่งนี้ พระองค์ได้ค้นพบทำเนียบเก่าที่บอกรายชื่อหัวเมืองและมีชื่อเมืองศรีเทพ แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าว่าเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ใด

ต่อมาพระองค์ทรงค้นพบสมุดดำเล่มหนึ่ง กล่าวถึงการให้คนเชิญตราสารไปบอกข่าวการสิ้นพระชนม์ของรัชกาลที่ 2 ไปตามหัวเมืองต่างๆ และมีอยู่เส้นทางหนึ่งไปทางเมืองสระบุรี เมืองชัยบาดาล เมืองศรีเทพ เมืองเพชรบูรณ์ จึงตั้งสมมติฐานว่าเมืองศรีเทพน่าจะอยู่ทางลำน้ำป่าสัก

เมื่อเสด็จตรวจราชการมณฑลเพชรบูรณ์ได้จัดหาผู้ชำนาญพื้นที่ และถามไถ่หาความจากชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อที่จะสอบถามว่ามีเมืองโบราณอยู่ใกล้ลำน้ำป่าสักที่ไหนบ้าง และได้ทำการค้นหาอย่างจริงจัง จนในที่สุดก็ค้นพบเมืองโบราณแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับลำน้ำป่าสัก และทรงเรียกเมืองนี้ว่า “เมืองศรีเทพ”

ซ้าย:ปรางค์ศรีเทพ ขวา:ปรางค์สองพี่น้อง

ตำนานเมืองเทพ-เทวดา

การขุดค้นเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 โดยกรมศิลปากร และเป็นที่น่าแปลกใจเมื่อเห็นว่า ภายในพื้นที่บริเวณเขตเมืองโบราณนั้น ไม่มีชาวบ้านคนไหนเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่ภายในเมืองโบราณเลย แต่กลับสร้างบ้านและตั้งถิ่นฐานอยู่รอบนอกเขตเมืองโบราณเท่านั้น

โดยชาวบ้านเล่าว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความเชื่อว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่อยู่ของเทพเทวดา เมืองโบราณแห่งนี้เทพเทวดาได้สร้างเอาไว้ก่อนที่จะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ ในสมัยก่อนจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่อาศัย และมีความเชื่อว่าหากใครเข้าไปอยู่ในพื้นที่เมืองโบราณแห่งนี้จะเกิดอาเพศ บ้างก็ล้มป่วยโดยไม่มีสาเหตุ หรือบางคนถึงขั้นเสียสติ ชาวบ้านจึงทำได้แค่อาศัยพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ประกอบอาชีพ อย่างการล่าสัตว์ หรือหาอาหารเท่านั้น

คนแบกใต้ฐานเขาคลังใน

ด้านพิธีกรรมความเชื่อ สมัยก่อนชาวบ้านมักจะไปกราบไหว้และนำเครื่องเซ่นไปไหว้ ศาลที่ตั้งไว้บนเนินดินบริเวณขอบพื้นที่เมืองโบราณ หรือเนินที่กรมศิลปากรเชื่อว่าน่าจะเป็นกำแพงเมือง หลังจากที่เมืองโบราณเปลี่ยนเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ทางอุทยานฯได้อัญเชิญศาลลงมาไว้ด้านล่าง และเทวรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในศาลนั้น ชาวบ้านเรียกขานกันว่า“เจ้าพ่อศรีเทพ”

หลังจากที่ทำการย้ายศาลลงมา ทางอุทยานฯ ก็ได้เข้ามาควบคุมดูแลพื้นที่บริเวณศาล ทำให้การกราบไหว้ศาลของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนแปลง ชาวบ้านเลิกนำของเซ่นเข้ามากราบไหว้ศาลแต่ยังจุดธูปเทียนอยู่ และส่วนใหญ่ชาวบ้านจะนำอาหารมาเซ่นไหว้ศาลในวันที่ทางอุทยานฯ จัดงานบวงสรวงขึ้น ซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 จึงกลายเป็นงานประจำปีในปัจจุบัน

เจ้าพ่อศรีเทพ

โดยทางกรมศิลปากรได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้ จึงได้ดำเนินการและเตรียมนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองโบราณศรีเทพ และผลักดันให้ "ศรีเทพ" เป็นมรดกโลกด้วย

ขอบคุณที่มา SILPA-MAG.COM

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...