โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดความงามไทยมูลค่า1.7 แสนล. ยังโตได้ไกล ‘ศรีจันทร์’ หนุนเครื่องสำอางไทย ซอฟต์พาวเวอร์สุดแรง

The Better

อัพเดต 20 ก.ย 2566 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2566 เวลา 02.20 น. • THE BETTER
ศรีจันทร์ฯ มองตลาดความงาม 1.7 แสนล้านบาทแข่งขันสูง ส่งแบรนด์ศศิ ชิงตลาดสีสันเปิดตัว 'เก้า-สุภัสสรา' พรีเซ็นเตอร์คนแรกรอบ6 ปี ดันยอดขายโตทะลุ 50% สิ้นปีบริษัทฯ รายได้แตะ พันล้านบาท

รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางแบรนด์ ศรีจันทร์ (SRICHAND) และ แบรนด์ศศิ (SASI) กล่าวว่าปัจจุบันตลาดสินค้าความงามและผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล (Beauty & Personal care) ในประเทศไทยไม่รวมธุรกิจคลินิก คาดมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1.7 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 5-6 % ทั้งจากความต้องการสินค้าของผู้บริโภค และการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ๆในตลาด อย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะตลาดความงามและเครื่องสำอางหลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย รวมถึงการเข้ามาของผู้เล่นแบรนด์ท้องถิ่น (Local Brand) ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดสูงขึ้น เช่นกัน

“เทรนด์สินค้าความงามในหมวดคัลเลอร์ในตลาดรวม เริ่มทยอยกลับมาเติบโตเป็นไปตามแนวโน้มผู้บริโภค หลังโควิดคลี่คลายและมีความผ่อนคลายการสวมใส่หน้ากากอนามัย จากก่อนหน้าสินค้าความงามกลุ่มนี้ชะลอการเติบโต” รวิศ กล่าว

จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯได้วางแผนการทำตลาดเชิงรุกสินค้าความงามและเครื่องสำอางทั้ง 2 แบรนด์อย่างต่อเนื่องนับแต่ต้นปี 2566 ที่ผ่านมา โดยวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในคอลเล็กชันใหม่ในทุกๆไตรมาส เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการจดจำแบรนด์สินค้าในตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบการตลาดสัดส่วน 10-15% ของยอดขาย

ล่าสุดบริษัทฯ เปิดตัวสินค้าแบรนด์ศศิ คอลเล็กชันใหม่ ‘sasi Girls Can SURVIVE’ มาพร้อมคุณภาพผลิตภัณฑ์โดยมีสินค้าเด่นในกลุ่มคัลเลอร์ ลิปสติก รุ่น ลิปกร้าวใจ sasi Can SURVIVE Matte Up และแป้งหน้าล็อก sasi Girls Can SURVIVE Foundation Power เป็นสินค้าเด่น

พร้อมเปิดตัวนักแสดงสาว 'เก้า-สุภัสสรา ธนชาต' มาเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ศศิ คนแรกหลังแบรนด์ทำตลาดมา 6 ปี โดยยังมาพร้อมกับแคมเปญ #เชื่อศิ You Got This! ก้าวผ่านได้ SURVIVE ทุกแรงกดดัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพลังให้กับกลุ่มเป้าหมาย

สำหรับแบรนด์ศศิ วางตำแหน่งทางการตลาดสินค้าความงามเครื่องสำอางเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคทั่วไป ในกลุ่มเป้าหมายหลักวัยเริ่มสาว (Beauty Begin) และในกลุ่มหญิงสาวไม่จำกัดช่วงวัย พร้อมวางกลยุทธ์ราคาสินค้าระดับหลักร้อยบาท เพื่อเข้าถึงได้ในวงกว้างในช่องทางหลัก ร้านค้าปลีกสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกยาและเครื่องสำอาง ทั่วประเทศ

รวิศ กล่าวว่า “ในปี2565 ศศิ ยังได้รีแบรนดิงผลิตภัณฑ์ หลังอยู่ในตลาดมา 6 ปี และมีการเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยในปี 2566 นี้ ศศิมียอดขายเติบโตสูงถึง 50% จากปัจจัย ตลาดกลับมาฟื้นตัวหลังโควิด การได้กลุ่มลูกค้ามากขึ้นจากสินค้าไอเทมลิปสติกที่ขยายตัว และการเพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับแบรนด์เพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นในปีนี้”

สำหรับแบรนด์ศรีจันทร์ บริษัทยังมุ่งให้ความสำคัญการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันส่งออกในตลาดประเทศจีน ญี่ปุ่น และ ลาว โดยแบรนด์ศรีจันทร์ มีความแข็งแกร่งในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ไทยในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และจากนี้ไปบริษัท ได้เตรียมแผนขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะให้ความสำคัญในประเทศอินโดนีเซีย ด้วยมีประชากรมากสุดในภูมิภาคนี้

สำหรับปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโตราว 30-40% จากปี 2565 แบ่งสัดส่วนเป็นแบรนด์ศรีจันทร์ 70% และอีก 30% เป็นแบรนด์ศศิ โดยปี 2565 มีรายได้ราว 730 ล้านบาท

รวิศ กล่าวอีกว่า "การทำตลาดสินค้าเครื่องสำอางและความในภาพรวมของประเทศไทยนั้น สามารถผลักดันสู่การเป็นซอฟต์พาวเวอร์เพื่อมีส่วนร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพใหญ่ทั้งองคาพยพ เช่นเดียวกับแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ประสบความสำเร็จในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งหากรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และการได้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เชื่อว่าเป็นเรื่องดีต่อการสนับสนุนสินค้าความงามไทยให้เติบโตได้ในระดับโลก"

โดยล่าสุดบริษัทยังได้นำแบรนด์เครื่องสำอางศรีจันทร์ เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ (Sponsor Official) ในภาพยนตร์ไทยเรื่องแมนสรวง เพื่อนำแบรนด์ศรีจันทร์สะท้อนสู่ความเป็นแบรนด์ระดับสากลผ่านคอนเทนต์ภาพยนต์ไทย หากนำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวเข้าร่วมในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ได้อีกช่องทางหนึ่ง เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...