โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สายวิ่งมาราธอนต้องอ่าน!! แนะ ‘5 แนวปฏิบัติสำหรับนักวิ่ง’ เพื่อความปลอดภัย

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ก.ย 2565 เวลา 01.57 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2565 เวลา 01.59 น. • The Bangkok Insight

สายวิ่งมาราธอนต้องอ่าน!! กรมอนามัย แนะ '5 แนวปฏิบัติสำหรับนักวิ่ง' เพื่อความปลอดภัย ย้ำผู้จัดงานวิ่ง ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วงนี้ผู้จัดงานวิ่งมาราธอนได้เริ่มกลับมาจัดงานอีกครั้ง ซึ่งการวิ่งมาราธอนเป็นหนึ่งในรูปแบบการมีกิจกรรมทางกาย

แนวปฏิบัติสำหรับนักวิ่ง

หากร่างกายไม่พร้อม จะส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจ รวมทั้งระบบกล้ามเนื้อ โดยจะมีอาการหน้ามืด หายใจไม่ออกแน่นหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ รวมถึงหมดสติและหัวใจหยุดเต้นได้

5แนวปฏิบัติสำหรับนักวิ่ง

นักวิ่งจึงควรปฏิบัติดังนี้

  • เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนแข่ง ผ่านการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ร่างกายมีการปรับตัวให้พร้อมกับกิจกรรมทางกายที่มีระยะเวลานาน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7 - 9 ชั่วโมงทุกวัน
  • เลือกกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ควรเน้นกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมปัง กล้วย ไม่ดื่มแอลฮอล์ และดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • การวิ่งแต่ละครั้ง นักวิ่งควรมีการอบอุ่นร่างกายเพื่อให้เลือดสูบฉีดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และก่อนหยุดออกกำลังกายให้ชะลอความเร็วโดยการคลายอุ่น (cool down) ด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกครั้ง เพื่อลดอาการปวดเมื่อยและบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
  • ขณะวิ่ง ให้สังเกตร่างกายตนเองว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น ความเหนื่อย ความอ่อนล้าหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น หากไม่มั่นใจให้รีบขอความช่วยเหลือยังจุดปฐมพยาบาลทันที

แนวปฏิบัติสำหรับนักวิ่ง

จัดงานต้องเป็นไปตามมาตรฐาน

ทั้งนี้ สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (International Association of Athletics Federations: IAFF) ได้จัดทำมาตรฐานการจัดกิจกรรมวิ่งประเภทถนน โดยเน้นที่การออกแบบการแข่งขัน ทั้งการวางเส้นทาง ความปลอดภัย จัดให้มีน้ำดื่มและอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวกกับผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

สำหรับการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนนั้นจะต้องมีหน่วยแพทย์ รถพยาบาล ประจำตลอดการแข่งขัน รวมถึงจุดพยาบาลตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงกลางและปลายของการวิ่ง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงว่าอาจมีผู้บาดเจ็บเมื่อมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทีมแพทย์ฉุกเฉินจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือและปฐมพยาบาลได้อย่างทันท่วงที เช่น การปั๊มหัวใจด้วยวิธีซีพีอาร์ (CPR) เป็นต้น โดยกำหนดให้มีหน่วยแพทย์ในการแข่งเพื่อให้ได้มาตรฐานการจัดกิจกรรม

นอกจากนี้ ขอให้ผู้จัดงานและนักวิ่ง เข้มงวดในการป้องกันตนเองจากโควิด-19 ด้วยหลัก UP (Universal Prevention) อย่างต่อเนื่องด้วย

แนวปฏิบัติสำหรับนักวิ่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...