เดือด! ผู้ปกครองกว่า 50 คน ตั้งขบวนแห่ไล่ ผอ.โรงเรียนดัง บริหารงานไม่โปร่งใส
เดือด! ผู้ปกครองกว่า 30 คน ตั้งขบวนแห่ไล่ ผอ.โรงเรียนดัง บริหารงานไม่โปร่งใส
ผู้ปกครอง 50 กว่า คนเดือดตั้งขบวนแห่ไล่ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งเหตุบริหารงานไม่โปร่งใส ขีดเส้นตายวันพรุ่งนี้ห้ามให้เห็นหน้าอีก ถ้าไม่อย่างนั้นจะมีการเคลื่อนไหวเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการต่อไป
เมื่อวันที่ 20 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีชาวบ้านผู้ปกครองนักเรียนประมาณ 50 กว่าคน รวมตัวกันร้องเรียนเพื่อขับไล่ผู้อำนวยการให้พ้นจากโรงเรียน โดยมีการชูป้ายขับไล่ระบุข้อความว่า ผอ.ออกไป ผอ.ไม่ไปนักเรียนไม่มา ไม่เอา ผอ.คนนี้ และมีการพูดผ่านเครื่องขยายเสียงกล่าวถึงการทำงานที่ไม่มีการพัฒนาและไม่โปร่งใสของผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างเข้มข้น
บรรยากาศเต็มไปด้วยความไม่พอใจของผู้ปกครองต่างตะโกนขับไล่ ผอ.คนดังกล่าว
โดย นายฑรัท เหลืองสะอาด นายอำเภอท่าม่วง มอบหมายให้ นายวัชร รุ่งโรจน์วณิชย์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง นำกำลัง อส.ร่วมกับ ร.ต.ท.สมจิตร ห้วยกรุด หน.จุดตรวจเขาคันหอก สภ.สำรอง นายนิพัฒน์ เชิดชู กำนันตำบลพังตรุ อำนวยการความสงบเรียบร้อย ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนแห่งนี้ ได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียน ที่สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 แล้ว เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและความโปร่งใส และความต้องการของผู้ปกครอง เรื่องที่ 1 คือเรื่องกรรมการของสถานศึกษาโรงเรียนมีใครบ้าง เสียชีวิตไปแล้วกี่คน ลาออกกี่คน ข้อที่ 2 เรื่องของการจัดการแข่งขันกีฬาสีมีการไปขอรับบริจาคเงินเข้ามา ซึ่งเงินบริจาคทางผู้ปกครองไม่เห็นว่ามีใบเสร็จ หรือเงินเข้าในส่วนกลาง แล้วได้นำไปใช้อะไรบ้าง
จึงอยากทราบข้อเท็จจริง เพราะนอกจากการใช้ในการจัดกิจกรรมกีฬาสีแล้ว ยังมีการไปขอรับบริจาคเพื่อซื้อชุดกีฬาให้กับนักเรียนด้วย และข้อที่ 3 ทาง ผอ.โรงเรียน ไม่เข้าร่วมกับชุมชน ถึงแม้จะไม่ได้บังคับให้มาร่วมกับชุมชน แต่มนุษย์สัมพันธ์และจิตสำนึกของผู้บริหารสถานศึกษาต้องร่วมกับชุมชน ซึ่งมีประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชุมชน เช่น ปฏิเสธการจัดประเพณีลอยกระทง ซึ่งควรให้ความสำคัญกับเด็กนักเรียนและชุมชนด้วย เพราะถือว่าเป็นหน้าตาของชุมชน ในครั้งนี้ ผอ.สพป.กจ เขต 1 ได้รับเรื่องและรับปากจะพิจารณาตรวจสอบ โดยขอเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และได้นัดชี้แจงในวันนี้ (20 ก.ย.65) แต่ก็ทราบว่าจะมีการเลื่อนเวลาเป็นช่วงบ่าย ทำให้ผู้ปกครองไม่พอใจ
นางภรทิพย์ ศิริสมบูรณ์ อายุ 33 ปี ผู้ปกครอง และในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งนี้ กล่าวว่า ตั้งแต่ ผอ.คนนี้ย้ายมาประมาณเกือบจะ 3 ปี แล้วโรงเรียนไม่มีการพัฒนาขึ้น โรงเรียนแต่เดิมนักเรียนที่นี่จะเรียนดีและกีฬาต้องเด่น จะต้องติด 1 ใน 3 ของกีฬากลุ่มมาโดยตลอด จะต้องได้ถ้วยรางวัลรวมและมีชื่อเสียง ตั้งแต่ ผอ.คนนี้มา ชื่อเสียงไม่มี มีแต่ชื่อเสีย ชาวบ้านผู้ปกครองนินทา เข้ากับชาวบ้านไม่ได้ ตั้งแต่กีฬาสีที่ผ่านมา และกีฬากลุ่มเป็นอะไรที่แย่มาก ขนาดขบวนพาเหรด ชุดเก่ามาก ถึงจะไม่ได้มีการประกวดแต่ปีหนึ่งจัดแค่ครั้งเดียว ซึ่งถือเป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน ซึ่งทราบว่าทางโรงเรียนขอทุนบอกว่าเป็นทุนสนับสนุนให้กับการกีฬาให้กับเด็ก แต่ทำไมชุดวิ่งแข่งชุดกีฬา ถ้าไม่มีสปอนเซอร์มาให้จะไม่มีให้นักเรียนเลยหรืออย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากได้มีการเรียกร้องของผู้ปกครองโรงเรียนแห่งนี้ ได้มีการติดต่อไปยัง ผอ.โรงเรียน เพื่อให้มาทำการพูดคุยกับชาวบ้าน แต่ได้รับการแจ้งว่า ผอ.ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลด่วน
ต่อมา ดร.สมหมาย เทียนสมใจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของ ผอ.คนดังกล่าว เดินทางพบกับผู้ปกครองเพื่อชี้แจ้งข้อสงสัยของกลุ่มชาวบ้านทั้งหมดที่ได้ไปยื่นหนังสือ และนำ จนท.ตรวจสอบการเงิน มาร่วมชี้แจงและได้ตกลงกับผู้ปกครองว่าจะมีการย้าย ผอ.คนดังกล่าวให้ไปช่วยราชการ ที่ สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ก่อน เพื่อลดแรงกดดันจากกลุ่มผู้ปกครอง ส่วนจะให้มีการย้าย ผอ.คนนี้หรือไม่นั้น ต้องรอให้คณะกรรมการสถานศึกษาจังหวัดเป็นผู้พิจารณา
ดร.สมหมายเปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากปัญหาของการบริหารงานของผู้บริหารกับชุมชน เบื้องต้นได้พูดคุยกับทาง ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า ผอ.โรงเรียนเข้าโรงพยาบาล แต่รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ได้มอบให้กับครูการเงินโรงเรียนชี้แจง ซึ่งก็ได้ชี้แจงในที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะนำเอาหลักฐานทั้งหมดเข้าคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องให้กับกรรมการสถานศึกษาได้รับทราบว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวต้องแก้ปัญหาในการบริหารงานบุคคล ซึ่งในองค์คณะบุคคลจะเป็นผู้พิจารณาโดยการนำเสนอของตนในฐานะผู้บังคับบัญชาเบื้องต้น ก็จะขอนำเรียนคณะกรรมการสถานศึกษาจังหวัดให้พิจารณาประเด็นนี้ โดยอาจจะต้องหาวิธีทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับตำแหน่งของ ผอ.โรงเรียน อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะให้ ผอ.โรงเรียน ที่อยู่ขณะนี้อยู่ในช่วงของการรักษาตัว ได้ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องเป็นลายลักษณ์อักษร
หลังจากนั้นพอได้รับรายงานชี้แจงแล้ววิธีการแก้ปัญหาก็คือการใช้ระเบียบการบริหารงานบุคคล ค.ก.ษ. ได้พูดถึงไว้ว่ากรณีนี้จะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร ผู้บังคับบัญชาก็จะต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของ ค.ก.ษ ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาได้ตกลงกันในการแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะการสื่อสารในเบื้องต้นก็ถือว่ามีข้อสรุปที่ชัดเจนและในช่วงต่อไปเป็นหน้าที่ของตนเองในฐานะผู้บังคับบัญชาเป็นผู้รับผิดชอบในประเด็นต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังจากมีการชี้แจงจาก ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ทางกลุ่มผู้ปกครองโรงเรียนก็ยอมรับในข้อตกลง โดยตัวแทนผู้ปกครองโรงเรียนได้ระบุว่า ตอนนี้ข้อเรียกร้องมีหลายประเด็นที่ชาวบ้านอยากจะถาม แต่เมื่อถามไปคำตอบกลับไม่ได้อย่างที่ชาวบ้านต้องการ แต่ข้อเรียกร้องข้อเดียวของชาวบ้านคือ ผอ.โรงเรียนแห่งนี้ต้องย้ายไปที่อื่นทันที นั้นคือสิ่งที่ชาวบ้านที่นี่เรียกร้องกัน และถ้า ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ไม่ปฏิบัติตามคำตกลงระหว่างชาวบ้านกับโรงเรียน กับ ผอ.จะมีการเคลื่อนไหวไปถึงนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพราะเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง และถ้า ผอ.ยังมาปฏิบัติหน้าที่จะเกิดอะไรขึ้น ตัวแทนผู้ปกครองกล่าวตั้งคำถามทิ้งท้าย จากนั้นผู้ปกครองได้แยกย้ายกันกลับบ้าน