โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกษตรกร 3 อำเภอพิษณุโลกรวมตัวเรียกร้องเขื่อนแควน้อยปล่อยน้ำทำนา

แนวหน้า

เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2564 เวลา 17.00 น.

เกษตรกร 3 อำเภอในพิษณุโลก รวมตัวขอเขื่อนแควน้อยปล่อยน้ำทำนาในช่วงฤดูแล้งนี้หลังชาวบ้านหยุดการทำนามา 4 ปีในปีนี้จึงหวังทำนาเพื่อให้มีเงินรายได้ ขณะที่ ผอ.เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนรับเรื่องพร้อมนำเรื่องเสนอตามลำดับชั้น เพื่ออนุมัติการปล่อยน้ำ พร้อมระบุว่าน้ำในเขื่อนแควน้อยมีน้ำใช้การ 890 ล้าน ลบ.ม.เพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศลำน้ำน่านเท่านั้น

วันที่ 13 ธ.ค.64 ที่บริเวณที่ทำการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรจาก 3 อำเภอ ประกอบด้วย ต.ท้อแท้ ต.ท่างาม ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ อ.เมือง และ อ.พรหมพิราม กว่า 600 คน โดยมีนายอาทิตย์ สุขแจ่มอายุ 39 ปีกำนันตำบลท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก และนายวินัย รักแก้ว ประธานผู้ใช้น้ำอำเภอวัดโบสถ์ฝั่งขวา เป็นแกนนำทวงถามเนื่องหลังจากได้ยื่นหนังสือเพื่อขอใช้น้ำในการทำการเกษตรได้มารวมตัวที่เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เพื่อขอให้ทางเขื่อนปล่อยน้ำเพื่อทำนา โดยมีกลุ่มเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนมาฟังด้วยตนเอง ซึ่งตัวแทนเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อน ทวงถามความคืบหน้ากับนายวรวุฒิ เนียมน้อย ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และนายศราวุธ จันทวงศ์ นายอำเภอวัดโบสถ์ มาร่วมรับฟังเพื่อแก้ไขปัญหาให้กลุ่มเกษตรกรดังกล่าว

นายวรวุฒิ เนียมน้อย ได้เดินทางมารับเรื่องพร้อมกล่าวชี้แจงกับลุ่มเกษตรกรว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนแควน้ำบำรุงแดนปีนี้เราเก็บน้ำได้เต็ม 969 ล้าน ลบ.ม.แต่ส่งน้ำให้เกษตรกรเพื่อไปใช้ทำนาไม่ได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจในการอนุมัติตัดสินใจเปิดปล่อยน้ำได้ ซึ่งตนจะรับเรื่องไว้เพื่อส่งเรื่องต่อให้ทางกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พิจารณาอนุมัติ เราไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด นอกจากนี้แม่น้ำน่านมีเขื่อน 2 เขื่อนคือเชื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก ซึ่งเขื่อนสิริกิติ์เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ เก็บกักน้ำได้ 9500 ล้าน ลบ.ม.แต่ปีนี้เขื่อนสิริกิติ์ เก็บกักน้ำได้เพียง 1,600 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งน้อยมาก

ขณะที่เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เล็กกว่าเขื่อนสิริกิติ์ 10 เท่ามีความจุน้ำในอ่าง 939 ล้าน ลบ.ม.ปีนี้เก็บน้ำได้เต็มแต่มีน้ำปริมาณน้ำที่สามารถใช้การได้ 890 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น ด้วยปีนี้น้ำในเขื่อนสิริกิติ์เก็บกักได้น้อยทำให้จำเป็นต้องเก็บกักน้ำไว้เพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ ซึ่งจากการคำนวณน้ำมีไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตร  เพราะต้องใช้เวลาอีก 9 เดือน กว่าฝนจะตกชุกคือเดือนกันยายน ซึ่งช่วงระหว่างนี้ทางเขื่อนต้องปล่อยน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ โดย 2 เขื่อนรวมกันต้องปล่อยน้ำให้ได้ 100 ลบ.ม./วินาที เพื่อป้องกันปัญหาตลิ่งสไลด์และทำให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภค ตลอดสายแม่น้ำน่าน ดังนั้น เมื่อเขื่อนสิริกิติ์ปล่อยน้ำ 65 ลบ.ม./วินาที ทางเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนเราต้องปล่อยน้ำ 35 ลบ.ม./วินาที

นายอาทิตย์ สุขแจ่มอายุ 39 ปีกำนันตำบลท่างาม กล่าวว่า เกษตรกรอำเภอวัดโบสถ์ กว่า 2,000-3,000 รายได้รับความเดือดร้อน จากการทำนาเนื่องจากที่ผ่านมาทางชลประทางมีการประกาศงดการทำนามานาน 4 ปีแล้วเนื่องจากน้ำมีไม่เพียงพอในปีนี้ทางเกษตรกรจึงได้มารวมตัวเพื่อขอความอนุเคราะห์เขื่อนแควน้อยให้ช่วยปล่อยน้ำเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ท้ายเขื่อน ได้ทำนาปรังเนื่องจากปีนี้น้ำในเขื่อนแควน้อยเต็มอ่าง น่าจะมากพอให้เกษตรกรทำนาได้ อีกทั้งชาวนาหลังจากหยุดทำนาก็ไม่มีรายได้ใดมาจุนเจือ จึงอยากขอให้ทางเขื่อนปล่อยน้ำเพื่อให้เกษตรกรทำนา เพราะไม่มีรายได้จากอาชีพอื่น 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกรจากพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอเมือง และอำเภอพรหมพิราม ได้ขอความอนุเคราะห์ในการใช้น้ำทำนาปรังฤดูกาลเพาะปลูกพืช 2564/65 โดยขอสนับสนุนน้ำชลประทานในการเพาะปลูกข้าวนาปรังจำนวน 80 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับพื้นที่เกษตรกรรม 60,000 ไร่โดยมีเกษตรกรชาวนาจำนวน 2,210 รายได้รับประโยชน์ ขอให้ใช้น้ำในการทำนาปรังฤดูกาลเพาะปลูก 2564/65 ช่วงเวลาระหว่างเดือนธันวาคม 2564 ถึงเดือนมีนาคม 2565 โดยกลุ่มเกษตรกรทั้ง 3 กลุ่มจะยึดแนวทางในการเพาะปลูกและการทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าโดยวิธีการวางแผนการเพาะปลูกเลือกพันธุ์ข้าวที่มีอายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อเก็บไว้ในฤดูกาลถัดไปและการใช้น้ำทำนาแบบเปียกสลับแห้งซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรยังคงโอดครวญถึงความยากลำบากจากการไม่มีน้ำทำนาและไม่มีรายได้เลี้ยงดูคนในครอบครัวทั้งที่มีเขื่อนตั้งอยู่ในพื้นที่ของตนเองแต่ต้องเก็บน้ำไปช่วยคนพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องน้ำให้คนพื้นที่ทางตอนบนได้เลย ซึ่งหลังจากนี้ในวันที่ 15 ธันวาคมชาวบ้านจะมาสอบถามความคืบหน้าจากทางเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำทำนาได้อย่างไร ก่อนแยกย้ายกลับไปเมื่อเวลาช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา   -003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...