โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ จะเอื้อให้ลดดอกเบี้ยหรือไม่ เมื่อ “พาวเวลล์” อยากลดแล้ว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2567 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2567 เวลา 12.42 น.
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวรายงานต่อคณะกรรมาธิการการเงินของวุฒิสภา วันที่ 9 กรกฎาคม 2024 (ภาพโดย Bonnie Cash/Getty Images/AFP)

สำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics) ของสหรัฐมีกำหนดการเผยแพร่รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อประจำเดือนมิถุนายน 2024 ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

ตัวเลขเงินเฟ้อที่กำลังออกมานี้สำคัญอย่างยิ่งในการที่จะตัดสินว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve System) จะสามารปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงได้ตามที่ตลาดคาดหรือไม่ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) วันที่ 17-18 กันยายนที่จะถึงนี้ หลังจากที่ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐได้เข้าแถลงต่อคณะกรรมาธิการการเงินของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ตลาดมั่นใจมากขึ้น

พาวเวลล์กล่าวต่อคณะกรรมาธิการการเงินของวุฒิสภาว่า ผู้กำหนดนโยบายการเงินยังคงมุ่งมั่นที่จะนำอัตราเงินเฟ้อลงสู่ระดับเป้าหมาย แต่อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันสูงมากพอแล้ว และหากยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับสูงเป็นเวลานานเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ

“…เมื่อพิจารณาถึงความคืบหน้าทั้งในการลดอัตราเงินเฟ้อและทำให้ตลาดแรงงานเย็นลงได้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นไม่ใช่ความเสี่ยงเดียวที่เราเผชิญ แต่การลดความเข้มงวดทางนโยบาย (การเงิน) ที่ช้าเกินไปหรือน้อยเกินไปอาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานอ่อนแอลงเกินควร”

พาวเวลล์กล่าวด้วยว่า เขามีกำลังจากใจข้อมูลที่บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อลดลง แต่เฟดก็ยังคงต้องการ “ข้อมูลที่ดี” เพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังลดลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน

ตลาดหุ้นสหรัฐตอบรับอย่างแช่มชื่นกับคำกล่าวของพาวเวลล์ เนื่องจากตลาดประเมินว่าคำพูดของเขาเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้แน่ ๆ โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) และดัชนีแนสแด็ก (Nasdaq) ของสหรัฐพุ่งปิดตลาดที่ระดับสถิติใหม่ในวันที่ 9 กรกฎาคม และทั้งสองดัชนีพุ่งขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอยู่ที่ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 23 ปี และเป็นผลมาจากการปรับขึ้นติดต่อกัน 11 ครั้ง หลังจากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 ในเดือนพฤษภาคม 2022

เทรดเดอร์ในตลาดเดิมพันว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ นั่นคือเริ่มลดครั้งแรกในการประชุมเดือนกันยายน

หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ณ วันที่ 3 กรกฎาคม ตลาดทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 68.4% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน แต่หลังจากที่พาวเวลล์เข้าแถลงต่อสภาแล้ว ณ เวลา 19.20 น. (เวลาไทย) วันที่ 10 กรกฎาคม 2024 ตลาดทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 71.8% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน

“เรามั่นใจมากขึ้นในการคาดการณ์ของเราว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน” ไรอัน สวีต (Ryan Sweet) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของบริษัทวิจัยและพยากรณ์ทางเศรษฐกิจ ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ (Oxford Economics) เขียนวิเคราะห์

สำหรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนที่จะประกาศในวันพฤหัสที่ 11 กรกฎาคมนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งสำรวจโดยดาวโจนส์ (Dow Jones) และ เดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะอยู่ที่ 3.1% ชะลอลงจากอัตรา 3.3% เมื่อเดือนพฤษภาคม

นอกจากนั้น ในวันที่ 9 มิถุนายนเช่นกัน เจเน็ต เยลเลน (Janet Yellen) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการเงินของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่า ค่าเช่าที่อยู่อาศัยยังคงทำให้เงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าที่อยากให้เป็น แต่แรงกดดันราคาผู้บริโภคจะลดลงต่อไปในอนาคต และเธอบอกว่ามีความคืบหน้าอย่างมากในการลดเงินเฟ้อ

“แม้ตลาดแรงงานจะตึงตัวมากในช่วงแรก แต่ตอนนี้เรามีตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง แต่มีแรงกดดันที่จะทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อน้อยลง ดังนั้น เงินเฟ้อจึงกำลังลดลง” ขุนคลังสหรัฐกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ จะเอื้อให้ลดดอกเบี้ยหรือไม่ เมื่อ “พาวเวลล์” อยากลดแล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...