โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ 74 ล้าน “ทนายตั้ม-ภรรยา” จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ “ทนายตั้ม-ภรรยา” จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หลังอัยการร้องศาลขอคุ้มครองการยึดทรัพย์ ห้ามขายยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินกว่า 74 ล้าน ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชายื่นอุทธรณ์คดีต่อไป

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 ผู้ร้องคดีขอให้ทรัพย์สินของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม และภรรยาตกเป็นของแผ่นดิน ได้ยื่นคำขอต่อศาลแพ่ง ให้ศาลมีคำสั่งอายัดทรัพย์รายที่ 1-3 ในคดีหมายเลขดำ ฟ.26/2568 และรายการที่ 1-23 ในคดีหมายเลขดำ ฟ.145/2568 ราคาประเมิน 74,119,527.64 บาท พร้อมดอกผลที่เกิดขึ้น ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ และไม่ให้สามารถโอน จำหน่าย ยักย้ายทรัพย์สินดังกล่าว

โดยผู้ร้องจะต้องนำผลคำสั่งคดีศาลชั้นต้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ให้ยกคำร้องขอให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินและให้คืนทรัพย์สินแก่ นายษิทราและภรรยา ผู้คัดค้านที่ 1-2 เสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น

โดยศาลแพ่ง รับคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ทรัพย์สินของอัยการไว้ และมีคำสั่งอนุญาตให้อายัดไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฯ ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ คือเมื่อศาลยกคำร้องเรื่องยึดทรัพย์แล้ว แต่ผลของคำสั่งอายัดนั้นยังมีผลอยู่ 7 วัน โดยผู้ร้องสามารถขอให้ศาลสั่งอายัดต่อไปได้.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ 74 ล้าน “ทนายตั้ม-ภรรยา” จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...