โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิทย์รู้แล้ว ทำไมเวลาลอก “เทปกาว” ถึงมีเสียงดัง “เปรี๊ยะ” แสบหู?

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิทยาศาสตร์เผยสาเหตุ เวลาลอก “เทปกาว” ทำไมถึงมีเสียงดัง “เปรี๊ยะ” แสบหูตลอด พบเกิดจาก “คลื่นช็อกเวฟ” ขนาดเล็ก

ในชีวิตมีบางสิ่งที่หลายคนไม่คิดจะตั้งคำถาม แต่นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบ หนึ่งในนั้นคือปริศนาใกล้ตัวที่ว่า ทำไมทุกครั้งที่เราลอก “เทปกาว” ออกจากวัตถุถึงต้องมีเสียงดัง “เปรี๊ยะ” ชวนเสียดหู

หลังจากผ่านมาหลายสิบปี ในที่สุดเสียงเปรี๊ยะของเทปกาวนั้นก็รับการอธิบายแล้ว หลังทีมฟิสิกส์นำโดย หลี่ เอ้อร์เฉียง จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ใช้กล้องความเร็วสูงพิเศษและไมโครโฟนที่ไวต่อเสียงเพื่อบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเทปกาวใสธรรมดา ๆ ถูกลอกออกจากกระจก

คำตอบนั้นค่อนข้างซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดไว้มาก นักวิทย์พบว่า เสียงเปรี๊ยะนั้นเป็นคลื่นช็อกเวฟ (shockwave) ขนาดเล็กจำนวนมากที่เกิดขึ้นเมื่อ “การแตกหักเหนือเสียง” (supersonic fracture) วิ่งผ่านชั้นกาวของเทปกาวไปถึงขอบ

การแตกหักเหนือเสียงคือปรากฏการณ์ที่รอยแตกในวัสดุแพร่กระจายด้วยความเร็วที่สูงกว่าความเร็วของคลื่นยืดหยุ่น (elastic waves) หรือคลื่นที่อนุภาคของตัวกลางจะเกิดการสั่นและเคลื่อนที่กลับมายังตำแหน่งสมดุลเดิมโดยไม่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับคลื่น

การแตกหักเหนือเสียงมักพบในวัสดุประเภท hyperelastic เช่น ยาง ภายใต้สภาวะแรงดึงสูง

ที่จริงแล้ว เสียงเปรี๊ยะดังแสบหูของเทปกาวนั้นได้รับการศึกษามานานหลายทศวรรษแล้ว ในปี 2010 มีงานวิจัยที่สังเกตเห็นคลื่นยืดหยุ่นที่เดินทางขึ้นไปตามส่วนที่หลุดออกมาของเทป และคาดการณ์ว่าเสียงแหลมนั้นมาจากคลื่นเหล่านั้น ต่อมาในปี 2014 บทความวิจัยได้เชื่อมโยงเสียงดังกล่าวกับการแตกหักในเทป แต่ก็ยังไม่สามารถระบุกลไกที่แน่ชัดได้

หลี่และเพื่อนร่วมงานต้องการไขปริศนานี้ พวกเขาจึงออกแบบการทดลองเพื่อสังเกตอย่างละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อลอกเทปกาวใสขนาดกว้าง 19 มิลลิเมตรออกจากกระจก

เมื่อคุณลอกเทป มันไม่ได้หลุดออกไปอย่างราบรื่นในครั้งเดียว แต่จะหลุดออกแบบกระตุกและไม่เป็นระเบียบ ซึ่งนักฟิสิกส์เรียกว่า “stick-slip”

ขณะที่คุณลอกเทป เทปจะยังคงยึดติดกับพื้นผิวอย่างเหนียวแน่นเป็นเวลาเสี้ยววินาที นั่นคือส่วนที่ติด (stick) เมื่อแรงดึงเอาชนะแรงยึดเกาะของกาวได้ในที่สุด มันก็จะหลุดออก (slip) อย่างกะทันหัน กระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะที่คุณลอกเทปออก

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละช่วงของการลอกนั้น มีบางสิ่งที่น่าทึ่งเกิดขึ้นภายในกาวในระดับจุลภาค มันไม่ได้ลอกออกอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งความกว้าง แต่กลับฉีกขาดเป็นแถบแคบ ๆ ที่วิ่งไปตามด้านข้างของเทป จากขอบหนึ่งไปยังอีกขอบหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้เรียกว่าการแตกหักตามขวาง (transverse fracture) และทีมวิจัยของหลี่พบว่า นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เทปส่งเสียงดัง

ทีมงานบันทึกเสียงการลอกเทปโดยใช้ไมโครโฟนสองตัวและกล้องความเร็วสูงสองตัว ตัวหนึ่งชี้ไปที่ด้านล่างของเทปจากใต้กระจก และอีกตัวหนึ่งอยู่เหนือการทดลองโดยใช้ระบบการถ่ายภาพแบบชลีเรน (schlieren) เพื่อจับภาพการรบกวนในอากาศโดยรอบ

พวกเขาพบว่า สิ่งที่ทำให้การแตกหักเหล่านี้ผิดปกติ คือความเร็ว พวกเขาบันทึกความเร็วของการแตกหักได้ตั้งแต่ประมาณ 250 ถึง 600 เมตรต่อวินาที เพื่อเปรียบเทียบ ความเร็วของเสียงในอากาศที่อุณหภูมิห้องอยู่ที่ประมาณ 342 เมตรต่อวินาที นั่นหมายความว่า การแตกหักบางส่วนกำลังเคลื่อนที่ผ่านชั้นกาวด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงกับ 2 เท่าของความเร็วเสียง

เนื่องจากการแตกหักเคลื่อนที่เร็วมาก จึงทิ้งช่องว่างเล็ก ๆ ไว้ระหว่างเทปกับกระจก ซึ่งเป็นช่องว่างสุญญากาศบางส่วนที่เกิดขึ้นชั่วขณะ อากาศไม่สามารถไหลเข้าไปเติมเต็มได้เร็วพอในขณะที่มันก่อตัวขึ้น ช่องว่างนี้จะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับการแตกหักจนกระทั่งถึงขอบของเทป จากนั้นอากาศจะไหลเข้าไป และช่องว่างก็จะยุบตัวลงอย่างฉับพลัน

การยุบตัวอย่างฉับพลันของช่องว่างนี้เองที่ทำให้เกิดคลื่นช็อกเวฟอ่อน ๆ ขึ้นสู่อากาศ คลื่นช็อกเวฟที่แยกตัวออกมาเหล่านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่าความเร็วเสียงเล็กน้อย ที่ 355 เมตรต่อวินาที เป็นเหมือนเสียงกระซิบมากกว่าเสียงดังสนั่น แต่เกิดจากกลไกความเร็วเหนือเสียงที่คล้ายคลึงกัน

สุดท้ายแล้ว โดยการเปรียบเทียบเวลาที่เสียงมาถึงที่ไมโครโฟนสองตัวที่วางอยู่ด้านตรงข้ามของเทป นักวิจัยได้ยืนยันว่า คลื่นช็อกเวฟแต่ละลูกมีต้นกำเนิดที่ขอบมากกว่าที่จะเกิดขึ้นตามความยาวของการแตกหัก

นักวิจัยสรุปว่า “คลื่นยืดหยุ่นที่เดินทางในเทปที่หลุดออกมาอาจทำให้เกิดเสียงได้เช่นกัน แต่ผลการถ่ายภาพของเราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคลื่นช็อกเวฟอ่อน ๆ เหล่านั้นมีอิทธิพลเหนือกว่าเสียงใด ๆ ที่เกิดขึ้น”

ดังนั้น สรุปได้ว่า การลอกเทปกาวที่เราทำกันอยู่ในชีวิตประจำวันนี้ เป็นการสร้างช็อกเวฟและความเร็วเหนือเสียงประเภทหนึ่งนั่นเอง

อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่

เรียบเรียงจาก Science Alert

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิจัยใหม่เผย คนกินมังสวิรัติเสี่ยงเป็นมะเร็ง 5 ชนิดน้อยลง

ช็อก! สื่อนอกรายงานวิจัยยุโรปพบสารพิษใน "หูฟัง" แบรนด์ดังกว่า 81 รุ่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิทย์รู้แล้ว ทำไมเวลาลอก “เทปกาว” ถึงมีเสียงดัง “เปรี๊ยะ” แสบหู?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...