โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ พุ่งเกือบ 600 จุด! คลายกังวลภาษี–การเมือง หนุนตลาดการเงินโลกฟื้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 มกราคม 2569 เวลา 15.07 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินโลกปรับตัวดีขึ้นในวันพุธ (21 ม.ค. 2569) หลังนักลงทุนคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และประเด็นภาษีการค้า โดยเฉพาะท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งสัญญาณไม่ใช้กำลังทางทหารในประเด็นกรีนแลนด์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรง ขณะที่ตลาดยุโรปเคลื่อนไหวผสมผสาน ทองคำเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ ราคาน้ำมันทรงตัว ส่วนดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อย

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรง คลายกังวลภาษี–การเมือง หนุนแรงซื้อหุ้นทั่วกระดาน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นวัฏจักร หลังความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่อยุโรปเริ่มผ่อนคลาย และนักลงทุนมองว่าความตึงเครียดทางการเมืองมีแนวโน้มคลี่คลาย

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 49,077.23 จุด เพิ่มขึ้น 588.64 จุด (+1.21%)
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,875.62 จุด เพิ่มขึ้น 78.76 จุด (+1.16%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 23,224.825 จุด เพิ่มขึ้น 270.502 จุด (+1.18%)

แรงหนุนมาจากการฟื้นตัวในวงกว้างของหุ้นหลายกลุ่ม โดยนักลงทุนยังคงจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ PCE และผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ที่จะประกาศในช่วงปลายสัปดาห์

ตลาดหุ้นยุโรปปิดผสม นักลงทุนจับตาคำปราศรัยทรัมป์–สงครามการค้า

ตลาดหุ้นยุโรปปิดเคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว หลังนักลงทุนประเมินผลกระทบจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ท่ามกลางความเสี่ยงของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

  • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 602.67 จุด ลดลงเล็กน้อย 0.13 จุด (-0.02%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,560.98 จุด ลดลง 142.14 จุด (-0.58%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,069.17 จุด เพิ่มขึ้น 6.59 จุด (+0.08%)

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ในยุโรปปรับตัวขึ้นโดดเด่น สวนทางตลาด หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัว ขณะที่นักลงทุนยังระมัดระวังต่อแนวโน้มการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก

ตลาดหุ้นอังกฤษบวกเล็กน้อย เงินเฟ้อสูงกดดัน แต่แรงซื้อยังประคองตลาด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเล็กน้อย แม้ข้อมูลเงินเฟ้ออังกฤษเดือนธันวาคมออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป

  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,138.09 จุด เพิ่มขึ้น 11.31 จุด (+0.11%)

หุ้นกลุ่มพลังงานและการเงินช่วยพยุงดัชนี ขณะที่ค่าเงินปอนด์ทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโร

ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,800 ดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาทองคำโลกพุ่งแรงทำสถิติสูงสุดใหม่ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองโลกและประเด็นความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ

  • ทองคำสปอต (Spot Gold) ปรับขึ้นสู่ 4,838.91 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ทองคำฟิวเจอร์สสหรัฐ (ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์) ปิดที่ 4,844.20 ดอลลาร์/ออนซ์

นักวิเคราะห์มองว่าแรงเก็งกำไรและภาวะ “กลัวตกรถ” (FOMO) ยังหนุนราคาทองคำในระยะสั้น โดยอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มทรงตัวยังเอื้อต่อราคาทอง

ราคาน้ำมันทรงตัว ประเมินอุปทานคาซัคสถาน–ความตึงเครียดการเมืองโลก

ราคาน้ำมันโลกเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังตลาดประเมินผลกระทบจากการหยุดผลิตชั่วคราวในแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ของคาซัคสถาน ขณะเดียวกันยังถูกกดดันจากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกและประเด็นภาษีการค้า

  • WTI (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ปรับขึ้นเล็กน้อยที่ 60.39 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • Brent (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ทรงตัวที่ 64.93 ดอลลาร์/บาร์เรล

นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ จาก API และ EIA ซึ่งอาจชี้ทิศทางราคาน้ำมันในระยะถัดไป

ดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อย หลังทรัมป์ส่งสัญญาณไม่ใช้กำลังในกรีนแลนด์

ค่าเงินดอลลาร์ปรับแข็งค่าเล็กน้อย หลังนักลงทุนคลายกังวลความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ความไม่แน่นอนด้านการค้ายังไม่จบลง

  • ยูโร/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ราว 1.17 ดอลลาร์
  • ดอลลาร์/ฟรังก์สวิส แข็งค่าขึ้นที่ 0.7934 ฟรังก์
  • ดอลลาร์/เยน ทรงตัวบริเวณ 158.26 เยน

นักวิเคราะห์มองว่าดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ความผันผวนในตลาดโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องตลอดปี 2569

อ้างอิง : CNBC, Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...