เจาะลึกงานวิจัย ‘The 2028 Global Intelligence Crisis’ เมื่อ AI สร้าง Ghost GDP แต่ทำลายชนชั้นกลาง บทเรียนเขย่า Wall Street ที่คนไทยต้องฟัง
ย้อนกลับไปเช้าวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ดัชนี S&P 500 ร่วงลงทันทีที่เปิดตลาด กลุ่มหุ้นซอฟต์แวร์ (Software ETF) ดิ่งลงกว่า 4% ขณะที่หุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง ServiceNow, DoorDash และ American Express พากันร่วงระนาว สาเหตุไม่ได้มาจากตัวเลขเงินเฟ้อหรือการขึ้นดอกเบี้ย แต่มาจากบทความวิจัยชิ้นหนึ่งที่ถูกแชร์ว่อนในกลุ่มนักลงทุน ผลงานของ James van Geelen ผู้ก่อตั้ง Citrini Research วัย 33 ปี
บทความนั้นชื่อว่า The 2028 Global Intelligence Crisis ซึ่ง Van Geelen ยอมรับในภายหลังว่า เขารู้สึกตกใจมากที่มันกลายเป็นชนวนเหตุให้ตลาดหุ้นพังครืน (Meltdown) เพราะเดิมทีเขาตั้งใจเขียนมันขึ้นมาเพื่อเป็น ‘Thought Experiment’ หรือการทดลองทางความคิดเพื่อเตือนสังคม เท่านั้น
เจาะลึกงานวิจัย ‘ฉากทัศน์ดิสโทเปียปี 2028’
James van Geelen และ Alap Shah ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยฉบับนี้ ชี้ให้เห็นว่าเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า ‘Dystopian AI Future’ ซึ่งมีแกนหลักอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ของมนุษย์
งานวิจัยนี้วาดภาพจำลองเศรษฐกิจโลกในช่วงปี 2026-2028 และชี้ให้เห็นว่า AI จะไม่ได้แค่มา ‘ช่วยทำงาน’ แต่จะมา ‘เปลี่ยนโครงสร้างกำไร’ จนระบบพังทลายลง ดังนี้
1. มหากาพย์แห่งการเลิกจ้าง (The White-Collar Displacement)
จุดเริ่มต้นเกิดจาก AI พัฒนาจนเป็น ‘Agent’ ที่ทำงานซับซ้อนแทนมนุษย์ได้สมบูรณ์ บริษัทต่างๆ เริ่มมองเห็นว่าการจ้างพนักงานออฟฟิศ (White-Collar) คือต้นทุนที่สิ้นเปลือง จึงเกิดการเลิกจ้างขนานใหญ่ในกลุ่มนักบัญชี, ทนายความ, นักการตลาด และโปรแกรมเมอร์ ส่งผลให้อัตราว่างงานพุ่งสูงเกิน 10% ภายในปี 2028
2. กับดัก ‘Ghost GDP’ และภาวะเงินฝืด
เมื่อบริษัทใช้ AI แทนคน ผลผลิต (Productivity) จะพุ่งสูงขึ้นมหาศาล ตัวเลข GDP ของประเทศอาจจะยังดูโตสวยงาม แต่ Van Geelen เรียกมันว่า ‘Ghost GDP’ หรือจีดีพีผีหลอก เพราะ 2 เหตุผลหลัก
- Production สูง ไม่เท่ากับ Consumption สูง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แม้ AI ผลิตสินค้าและบริการได้เก่งมาก แต่ AI ‘กินข้าวไม่ได้’ และ ‘ซื้อบ้านไม่ได้’
- The Consumption Gap – เมื่อมนุษย์ตกงานมหาศาล กำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจจึงหายไปถาวร นำไปสู่ภาวะ Deflationary Cascade หรือเงินฝืดที่รุนแรง สินค้าล้นตลาดแต่ไม่มีคนซื้อ จนสุดท้ายบริษัทที่เคยมีกำไรจาก AI ก็ต้องเจ๊งตามไปด้วยเพราะไม่มีลูกค้า
3. การล่มสลายของ ‘คูเมือง’ ทางธุรกิจ
AI จะทำลายสิ่งที่เรียกว่า ‘Moat’ หรือความได้เปรียบทางธุรกิจดั้งเดิม
- Software is Cheap – การสร้างแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์จะกลายเป็นเรื่องง่าย และราคาถูกจนเกือบฟรี ทำให้บริษัท SaaS (Software as a Service) สูญเสียอำนาจในการตั้งราคา
- Physical is King – สินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Atoms) จะกลับมามีค่ามากกว่าข้อมูล (Bits) เช่น พลังงานไฟฟ้า พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และทรัพยากรธรรมชาติ
เบื้องหลังความผวา ทำไมวอลล์สตรีทถึงเชื่อ Van Geelen?
เหตุผลที่นักลงทุนกว่า 119,000 รายติดตาม Citrini Research และตื่นตระหนกกับรายงานนี้ เป็นเพราะ ‘ประวัติการทายแม่น’ ของ Van Geelen ตัวอย่างเช่น
- The SIVB Prophet -ในเดือนตุลาคม 2022 Van Geelen เคยโพสต์เตือนว่าเขากำลัง Short หุ้น Silicon Valley Bank (SIVB) เพราะมองว่ามูลค่าทางบัญชีจะติดลบหากตีราคาตามตลาด (Mark to Market) ซึ่งไม่กี่เดือนต่อมา SIVB ก็ล่มสลายจริงๆ ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นที่ยอมรับในเรื่องการมองเห็น ‘ระเบิดเวลา’ ที่คนอื่นมองไม่เห็น
- The Meritocracy of Ideas – Van Geelen กล่าวว่า “ในโลกการเงิน ไม่มีใครบอกว่าคุณผิดได้ ถ้าตัวเลขบนหน้าจอบอกว่าคุณถูก” ความขยันในการขุดคุ้ยข้อมูลทำให้งานวิจัยของเขากลายเป็น Bestseller อันดับ 1 บน Substack
สัญญาณที่ ‘เศรษฐกิจไทย’ ต้องเฝ้าระวัง
หากโลกเดินไปตามฉากทัศน์ของ Citrini ประเทศไทยจะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รุนแรงกว่าสหรัฐฯ เนื่องจากโครงสร้างที่เปราะบางกว่า
1. ภาวะ ‘ชนชั้นกลางล่มสลาย’
พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ที่มีหนี้ครัวเรือนสูง คือกลุ่มเสี่ยงที่สุด หาก AI เข้ามาแทนที่งานธุรการ การเงิน หรือการขาย กำลังซื้อและความสามารถในการผ่อนบ้านและรถจะหายไปทันที และจะลุกลามเป็นหนี้เสีย (NPL) มหาศาลฉุดรั้งระบบธนาคารไทย
2. การไหลออกของทุน (Capital Outflow)
เมื่อโลกหันไปให้ค่ากับ ‘Compute Owners’ (เจ้าของพลังประมวลผล) ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ เงินทุนจะไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีเทคโนโลยีของตัวเองไปสู่เจ้าของแพลตฟอร์ม AI ไทยอาจจะกลายเป็นแค่ ‘ผู้เช่า’ เทคโนโลยีที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ต่างชาติจนขาดดุลบริการมากขึ้น
ปรับตัวอย่างไรให้รอด?
- Shift to ‘Atoms’ (โลกกายภาพ) : งานวิจัยระบุว่าเมื่อข้อมูล (Bits) ถูกจัดการโดย AI จนมีราคาถูกลง โลกจะหันกลับมาให้ค่ากับสิ่งที่จับต้องได้จริง เช่น พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรธรรมชาติ การฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องกับโลกกายภาพที่ AI ยังเข้าไม่ถึงจะเป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุด
- AI Taxonomy & Policy : รัฐบาลต้องเริ่มคุยเรื่องการเก็บภาษีจากกำไรส่วนเกินของ AI (AI Windfall Tax) เพื่อสร้างระบบสวัสดิการรองรับแรงงานที่จะถูกดิสรัปชัน ตามที่ผู้เชี่ยวชาญจาก Citrini แนะนำ
James van Geelen ทิ้งท้ายในการสัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า “ในฐานะสังคม เราต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า AI อาจไม่ได้สร้างงานใหม่ให้มนุษย์เหมือนเทคโนโลยีในอดีต”
สิ่งที่เขาเขียนไม่ใช่คำแช่ง แต่คือการ ‘เปิดบทสนทนา’ เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการเก็บภาษี AI (AI Tax) มาเยียวยาผู้ตกงานก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
สำหรับคนไทย The 2028 Global Intelligence Crisis ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือนาฬิกาปลุกที่บอกว่า “ความรู้เดิมที่มี อาจมีอายุการใช้งานเหลืออีกเพียงไม่กี่ปี”
ภาพ: citriniresearch
อ้างอิง: