โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทำไม “ไวรัสนิปาห์” ถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตราย และเหตุใด WHO ต้องจับตาใกล้ชิด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไขคำตอบทำไมไวรัสนิปาห์ถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตราย อัตราตายสูง แพร่จากสัตว์สู่คนและคนสู่คนได้ ยังไม่มียาและวัคซีนเฉพาะ ทำให้ WHO เฝ้าระวังใกล้ชิด

แม้การระบาดของ ไวรัสนิปาห์ ในแต่ละครั้งจะไม่ได้เกิดเป็นวงกว้างเหมือนโรคระบาดใหญ่ แต่เชื้อนี้กลับถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “โรคติดต่ออันตราย” ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เหตุผลสำคัญไม่ใช่จำนวนผู้ป่วย หากแต่เป็น ความรุนแรงของโรค ศักยภาพการแพร่เชื้อ และช่องโหว่ด้านการรักษา ที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน

ในมุมขององค์การสาธารณสุขโลก หรือ องค์การอนามัยโลก ไวรัสนิปาห์ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะหากระบบสาธารณสุขควบคุมไม่ทัน อาจลุกลามจนกลายเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้

ความรุนแรงที่ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ป่วย

จุดเริ่มต้นของความกังวลอยู่ที่อัตราการเสียชีวิตของโรค ซึ่งจากการระบาดในหลายประเทศพบว่า ผู้ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตประมาณ 40–75% และบางเหตุการณ์ในเอเชียใต้เคยสูงกว่านั้นมาก ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมีอาการรุนแรงตั้งแต่ระยะแรก โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ระบบประสาท ทำให้เกิดสมองอักเสบเฉียบพลัน หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลวในเวลาอันสั้น

แม้ผู้ที่รอดชีวิตจะพ้นภาวะวิกฤต แต่บางส่วนต้องเผชิญผลกระทบระยะยาว เช่น ความจำถดถอย อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือปัญหาทางอารมณ์ ภาระต่อระบบสาธารณสุขจึงไม่ได้จบลงเมื่อจำนวนผู้ป่วยลดลง แต่ลากยาวไปในระยะฟื้นฟู

โรคจากสัตว์สู่คนที่ยัง “เกิดซ้ำได้”

ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีค้างคาวกินผลไม้เป็นรังโรคตามธรรมชาติ เชื้อสามารถถ่ายทอดสู่คนได้ทั้งทางตรงและผ่านสัตว์ตัวกลาง ลักษณะนี้ทำให้ความเสี่ยงของการ “ข้ามสายพันธุ์” หรือ spillover เกิดขึ้นได้ซ้ำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะประเทศที่มีความใกล้ชิดระหว่างคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ บางสายพันธุ์ยังมีรายงานการแพร่จากคนสู่คน โดยเฉพาะในครอบครัวและสถานพยาบาล หากมาตรการควบคุมการติดเชื้อไม่รัดกุม การระบาดแบบคลัสเตอร์ในโรงพยาบาลจึงเป็นสถานการณ์ที่หลายประเทศกังวล

ช่องโหว่สำคัญ ยารักษาและวัคซีนยังไม่พร้อม

อีกเหตุผลหลักที่ทำให้ไวรัสนิปาห์ถูกจัดเป็นเชื้ออันตราย คือ การไม่มีทางเลือกด้านการรักษาเฉพาะทาง ปัจจุบันการดูแลผู้ป่วยยังอาศัยการรักษาประคับประคองเป็นหลัก ความอยู่รอดของผู้ป่วยจึงขึ้นกับศักยภาพของระบบสาธารณสุขในพื้นที่ระบาดเป็นสำคัญ

ด้วยเหตุนี้ องค์การอนามัยโลกจึงบรรจุไวรัสนิปาห์ไว้ในกลุ่ม “priority pathogens” ภายใต้แผน R&D Blueprint เพื่อเร่งการพัฒนายา วัคซีน และเครื่องมือวินิจฉัย สำหรับโรคอุบัติใหม่ที่อาจก่อผลกระทบข้ามพรมแดน

มาตรการในไทย เฝ้าระวังแม้ยังไม่พบผู้ป่วย

ในประเทศไทย ไวรัสนิปาห์ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้ระบบเฝ้าระวังโรคไข้สมองอักเสบ โดยมีการติดตามทั้งในคนและสัตว์อย่างต่อเนื่อง แม้จนถึงปัจจุบันจะยังไม่พบผู้ป่วยในประเทศ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขย้ำว่า การเฝ้าระวังเชิงรุกเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากเชื้อหลุดเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพโดยไม่รู้ตัว อาจนำไปสู่การแพร่กระจายในสถานพยาบาลได้เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในบางประเทศ

โรคที่ “ไม่ระบาดใหญ่ แต่ประมาทไม่ได้”

ภาพรวมทั้งหมดทำให้ไวรัสนิปาห์แตกต่างจากโรคระบาดทั่วไป มันอาจไม่แพร่เร็ว ไม่กระจายกว้าง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วกลับสร้างผลกระทบสูง ทั้งต่อชีวิตผู้ป่วยและต่อระบบสาธารณสุข นี่คือเหตุผลที่ทำให้ไวรัสนิปาห์ถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตราย และยังคงอยู่ในสายตาขององค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิดจนถึงวันนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...