เฮซบอลเลาะห์ฟื้นกำลัง เร่งฟื้นศักยภาพหลังสงครามปี 2024 ยิงจรวดโจมตีอิสราเอล 100 ลูก ใช้ยุทธศาสตร์สงครามกองโจรใหม่ ยังได้แรงหนุนจากอิหร่านและทางการเงิน
เฮซบอลเลาะห์เร่งฟื้นกำลัง ปรับยุทธศาสตร์สู้ใหม่ หลังสงครามปี 2024 เขย่าศักยภาพหนัก
สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณพรมแดนอิสราเอล-เลบานอนกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศ “ไอรอนโดม” ของอิสราเอลสามารถสกัดจรวดได้เพียงครึ่งหนึ่ง จากทั้งหมด 100 ลูกที่เฮซบอลเลาะห์ยิงโจมตีเข้าใส่อิสราเอลเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มติดอาวุธจากเลบานอนยังคงมีศักยภาพในการตอบโต้ แม้จะผ่านการสูญเสียอย่างหนักจากสงครามในปี 2024
ก่อนหน้านี้ เฮซบอลเลาะห์ยังคงหลีกเลี่ยงการเปิดฉากปฏิบัติการแบบกองโจรอย่างเต็มรูปแบบในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน แม้จะมีการกล่าวหาว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2024 มากถึง 10,000 ครั้งก็ตาม ความอดทนและการชะลอการตอบโต้ของกลุ่ม ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาจังหวะและประเมินสถานการณ์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งรอบใหม่ที่อาจรุนแรงกว่าเดิม
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ท่าทีของเฮซบอลเลาะห์ต่อความเป็นไปได้ของสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยมีรายงานว่า ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายกัสเซมได้ออกมาระบุอย่างเปิดเผยว่า คนกลางที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาพยายามเรียกร้องให้เฮซบอลเลาะห์รับปากว่าจะไม่เข้าแทรกแซง หากเกิดความขัดแย้งกับอิหร่านในอนาคต แต่กลุ่มจะไม่วางตัวเป็นกลางในสถานการณ์เช่นนั้น
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า เฮซบอลเลาะห์ตระหนักดีว่า ไม่ว่าจะมีบทบาทหรือไม่ ก็อาจตกเป็นเป้าหมายจากอิสราเอลอยู่แล้ว ดังนั้น การเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตนเองจึงกลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่าทีดังกล่าวยังสะท้อนว่ากลุ่มไม่ได้มองความขัดแย้งในมิติของเลบานอนเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับสมการความมั่นคงระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน
แม้สงครามในปี 2024 จะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเฮซบอลเลาะห์ โดยเฉพาะการสูญเสียฐานที่มั่นแนวหน้าทางตอนใต้ใกล้ชายแดนอิสราเอล การสูญเสียขีปนาวุธจำนวนมาก รวมถึงการถูกตัดทอนเส้นทางเติมอาวุธจากซีเรีย แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า กลุ่มไม่ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้าม เฮซบอลเลาะห์ยังคงเก็บสะสมอาวุธไว้ในฐานใต้ดินที่อยู่ลึกเข้าไปภายในเลบานอน ซึ่งแม้อิสราเอลจะพยายามทำลาย แต่ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างหลักของเฮซบอลเลาะห์ ทั้งในด้านการทหารและเครือข่ายพลเรือน ยังถือว่ายังคงอยู่ในระดับที่ทำให้กลุ่มสามารถดำรงบทบาทต่อไปได้ ไม่เพียงในฐานะกองกำลังติดอาวุธ แต่ยังรวมถึงฐานอิทธิพลทางสังคมและการเมืองภายในเลบานอนด้วย
อาลี ริซก นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและการเมืองจากกรุงเบรุต มองว่า ในช่วงหลังสงคราม 66 วัน เฮซบอลเลาะห์พยายาม “ซื้อเวลา” เพื่อฟื้นฟูศักยภาพของตัวเอง หลังถูกโจมตีอย่างหนัก เขายังอ้างถึงข้อมูลรั่วไหลจากโทรเลขทางการทูตของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ที่ระบุว่า เฮซบอลเลาะห์กำลังฟื้นกำลังในอัตราที่เร็วกว่าที่กองทัพเลบานอนจะสามารถสกัดหรือลดทอนขีดความสามารถของกลุ่มได้
มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า เฮซบอลเลาะห์อาจมองเห็นล่วงหน้าแล้วว่า การโจมตีครั้งใหม่จากอิสราเอลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก จึงใช้ช่วงเวลาหลังสงครามเร่งปรับโครงสร้าง ฟื้นฟูคลังอาวุธ และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าในอนาคต
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการฟื้นกำลัง คือการเปลี่ยนแปลงด้านยุทธศาสตร์ของเฮซบอลเลาะห์ โดยริซกระบุว่า กลุ่มกำลังหวนกลับไปใช้แนวทาง “สงครามกองโจร” มากขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยเป็นจุดแข็งของเฮซบอลเลาะห์มาตั้งแต่ช่วงที่มีบทบาทโดดเด่นหลังปี 2006 เนื่องจากหากต้องเผชิญหน้ากับอิสราเอลในรูปแบบกองทัพต่อกองทัพโดยตรง เฮซบอลเลาะห์ย่อมเสียเปรียบอย่างมาก
ดังนั้น ยุทธศาสตร์ใหม่ของกลุ่มจึงเน้นการโจมตีแบบยืดหยุ่น ใช้การยิงขีปนาวุธควบคู่กับการเคลื่อนไหวเชิงกองโจร พยายามลดการเปิดเผยตำแหน่ง ลดการปรากฏตัวที่ชัดเจน และดำเนินงานด้วยความลับมากขึ้น เพื่อทำให้อิสราเอลมีเป้าหมายให้โจมตีน้อยลง ยุทธวิธีเช่นนี้ไม่เพียงช่วยลดความสูญเสีย แต่ยังทำให้เฮซบอลเลาะห์สามารถยืดการต่อสู้ให้ยาวนานและสร้างต้นทุนด้านความมั่นคงต่ออิสราเอลได้ต่อเนื่อง
อีกปัจจัยที่ทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังคงยืนหยัดได้ คือความสามารถในการหล่อเลี้ยงกลุ่มทางการเงิน แม้จะเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า กลุ่มยังได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง รวมถึงเครือข่ายผู้บริจาคและกลุ่มอิทธิพลบางส่วนภายในเลบานอนเอง สิ่งเหล่านี้ทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการรักษาโครงสร้างองค์กรและเดินหน้าฟื้นฟูศักยภาพทางทหารต่อไป
การกลับมาของเฮซบอลเลาะห์ในรูปแบบใหม่ จึงเป็นสัญญาณสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง เพราะแม้กลุ่มจะอ่อนแรงลงจากสงครามครั้งก่อน แต่ก็ยังไม่หมดศักยภาพ และกำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับศัตรูที่เหนือกว่าทางเทคโนโลยีและกำลังรบ การผสมผสานระหว่างขีปนาวุธ เครือข่ายใต้ดิน การทำสงครามกองโจร และการได้รับแรงหนุนจากพันธมิตรภายนอก อาจทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังคงเป็นหนึ่งในตัวแปรความมั่นคงที่อิสราเอลไม่อาจมองข้ามได้ในระยะต่อจากนี้
ที่มา :Sputnik