โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

TNN16 x Bangkok Post ดีเบตเศรษฐกิจเลือกตั้ง 69 ชี้ทางออก EEC-ค้าโลก-เกษตร

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
TNN16 ร่วม Bangkok Post ชวนชมดีเบต “ELECTION2026: DECODING THE ECONOMIC FUTURE” 29 ม.ค. 2569 รวม 7 พรรคถกนโยบายเศรษฐกิจ ตั้งแต่ EEC สงครามการค้าโลก ถึงเกษตรเพิ่มมูลค่า วัดกันชัด นโยบายไหนทำได้จริง ใครพาไทยไปต่อ

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 2569 เศรษฐกิจกลายเป็นสนามแข่งที่ประชาชนอยากได้ “คำตอบที่ทำได้จริง” มากกว่าคำสัญญา เวทีดีเบตนโยบายเศรษฐกิจ “ELECTION2026: DECODING THE ECONOMIC FUTURE เลือกตั้ง69 ถอดรหัสอนาคตเศรษฐกิจ” ที่ TNN16 ร่วมกับ Bangkok Post จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 จึงถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นเวทีที่ให้ตัวแทนพรรคการเมืองขึ้นมาแลกหมัดกันตรงๆ ตั้งแต่การดึงลงทุนต่างชาติ รับมือสงครามการค้าโลก ไปจนถึงโจทย์ปากท้องของเกษตรกร

โจทย์แรก EEC ไปต่ออย่างไร เมื่อคนยังรู้สึกว่า “ไม่เป็นรูปธรรม”

คำถามเปิดเวทีพุ่งไปที่ EEC ว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะขับเคลื่อนต่อหรือไม่ และทำอย่างไรให้เกิดผลจริง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ พรรคเพื่อไทย วางภาพว่าโลกการลงทุนยุคใหม่ไม่ได้ผูกอยู่กับพื้นที่เดียว แต่ EEC ยังเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการขยายการลงทุนเพราะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เขาเล่าถึงการชักชวนการลงทุนกลุ่ม PCB ตั้งแต่ต้นปี 2024 และมองไปไกลถึงการยกระดับเป็นคลัสเตอร์ที่ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมขั้นสูง พร้อมย้ำว่าเทคโนโลยี “เซ็นเซอร์และ AI” จะเป็นประเด็นใหญ่ของโลก และไทยต้องเร่งพัฒนาคนให้ทัน

ด้าน ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้ว่าปัญหา EEC ไม่ได้อยู่ที่กฎหมายไม่พร้อม แต่อยู่ที่ระบบราชการที่ยังทำให้เอกชนต้องวิ่งหลายหน่วยงาน เขาเสนอหลักคิด “คำขอเดียวจบ” เพราะกิจกรรมเดียวกลับต้องใช้หลายใบอนุญาต หากรัฐทำให้การอนุญาตเป็นระบบเดียวได้ EEC จะเดินเร็วขึ้นทันที นอกจากนี้ยังโยงไปถึงเงื่อนไขใหม่ของการลงทุนยุค Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องภาษีคาร์บอนและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมจากต่างประเทศ

ภาพรวมของช่วงนี้ทำให้เห็นว่า EEC จะ “เกิดจริง” ไม่ได้วัดกันที่การประกาศแผนเพิ่ม แต่ต้องวัดกันที่รัฐปรับระบบให้เอกชนทำธุรกิจง่ายขึ้นแค่ไหน และเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออุตสาหกรรมใหม่ได้เร็วแค่ไหน

โจทย์สอง สงครามการค้าโลกเดือด ไทยจะยืนอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ

คำถามต่อมาว่าด้วยผลกระทบเศรษฐกิจจากสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกำลังกดดันประเทศพึ่งส่งออกอย่างไทย

นายวีระพงษ์ ประภา พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้เร่งเดินหน้าเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด พร้อมผลักดัน “คณะทูตเศรษฐกิจเชิงรุก” เพื่อให้การเจรจามีความโปร่งใสและเปิดให้ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วม เขายังเน้นการเปิดตลาดใหม่ ลดการพึ่งพามหาอำนาจ พร้อมเสนอแนวคิดกองทุน FTA เพื่อช่วยเกษตรกรและ SME ปรับตัวจากผลกระทบการเปิดการค้า โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านที่ผู้ประกอบการต้องลงทุนอัปเกรดเทคโนโลยีและมาตรฐาน

ขณะที่ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ พรรคประชาชน เสนอให้ตั้งทีมยุทธศาสตร์เจรจาการค้าที่รวมผู้เชี่ยวชาญหลายมิติ และให้การต่อรองยึดผลประโยชน์ประเทศและประชาชนเป็นหลัก เขามองว่าไทยต้องยกระดับเทคโนโลยีจากผู้ซื้อเป็นผู้พัฒนา เพื่อสร้างตลาดใหม่ไปยังแอฟริกาและลาตินอเมริกา รวมทั้งต้องแก้ปัญหา “สวมสิทธิ์” อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประเทศที่สามใช้ไทยเป็นทางผ่านจนทำให้ธุรกิจไทยเสียประโยชน์

สารตั้งต้นในช่วงนี้ชัดเจนว่า สงครามการค้าไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไทยจำเป็นต้องมีทั้งเกมเจรจาและเกมสร้างความสามารถแข่งขันภายใน ไม่เช่นนั้นจะตกอยู่ในบทบาทผู้ถูกกำหนดเงื่อนไข

โจทย์สาม เกษตรไทยพ้นจนได้ไหม ถ้ายังขายของดิบราคาถูก

อีกคำถามสำคัญของเวทีคือทำอย่างไรให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น เพื่อให้เกษตรกรพ้นจากความยากจน

นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก พรรครักชาติ ชี้ว่าไทยวนอยู่กับสูตรเดิมทั้งจำนำ ประกันราคา และปล่อยกู้มานาน ก่อนเสนอให้คิดใหม่ด้วยการนำพืชผลอย่างมันสำปะหลังและอ้อยไปเชื่อมกับภาคพลังงาน มองว่าจะช่วยดึงราคาพืชผลและทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นในระยะยาว แม้รัฐอาจต้องยอมปรับโครงสร้างรายได้บางส่วนในระบบเดิม

ด้าน ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ พรรคโอกาสใหม่ มองว่าทางออกของเกษตรไทยคือการเพิ่มมูลค่า เลิกขายวัตถุดิบราคาถูกด้วยการแปรรูปและยกระดับคุณภาพ เช่น ข้าวพรีเมียม ข้าวสุขภาพ หรือการต่อยอดยางไปสู่อุตสาหกรรมต่างๆ พร้อมเสนอให้รัฐลงทุนโรงงานแปรรูปในพื้นที่และส่งเสริม Smart Farmer ด้วยนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้

ช่วงนี้ทำให้เห็นว่าการแก้ปัญหาเกษตรไม่ได้อยู่ที่ “พยุงราคา” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองและขายสินค้าได้ราคาสูงขึ้นด้วยตัวเอง

ปิดท้ายด้วยคำถามใหญ่ ประเทศไทยจะโตอย่างไรให้คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์

ในช่วงท้ายของเวที ยังมีมุมถกเรื่องการขยายฐานภาษีและการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ ซึ่งเชื่อมกับคำถามเรื่องประสิทธิภาพรัฐและความเชื่อมั่นต่อการใช้เงินภาษี

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย พรรคไทยสร้างไทย เสนอแนวคิดใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อดึงคนทำมาหากินนอกระบบให้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นธรรม ขณะที่ ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร พรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 49 วางกรอบว่าการขยายฐานภาษีต้องมาพร้อมการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เพื่อให้คนเชื่อว่าภาษีถูกใช้คุ้มค่า และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าระบบเพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...