คมนาคม ถก รฟท.ปลุกที่ดินบางซื่อ ปั้นศูนย์การแพทย์ฯ เชื่อมระบบราง
นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยกระทรวงคมนาคมเล็งเห็นความสำคัญของโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ฯ ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ขณะเดียวกันกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีความประสงค์จะดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สาธารณสุขขึ้น เพื่อขยายบริการด้านสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนได้สะดวกขึ้น โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคมในการจัดหาที่ดินบนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน
อย่างไรก็ดีในช่วงแรกกรมการแพทย์มีความประสงค์จะขอเช่าพื้นที่ของ รฟท. บริเวณศูนย์คมนาคมพหลโยธิน (แปลง D) หรือย่านสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อดำเนินโครงการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ได้ขอความเห็นจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับความสอดคล้องของการใช้ที่ดิน รฟท. กับแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่
ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้พิจารณาแล้วพบว่าพื้นที่แปลง D ได้ถูกสงวนไว้สำหรับการพัฒนาพื้นที่แปลงใหญ่ตามแผนแม่บทมาตั้งแต่ปี 2557 และมีนโยบายให้พัฒนาพื้นที่เป็นอาคารแนวดิ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นายปัญญา กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้ รฟท. และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ไปทบทวนรูปแบบการดำเนินการให้เหมาะสมสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อ
อย่างไรก็ดีต้องจัดทำรายละเอียดให้ครบถ้วนตามขั้นตอน ก่อนนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบต่อไปพร้อมทำงานร่วมกับกรมการแพทย์ เพื่อขับเคลื่อนโครงการโรงพยาบาลให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อแผนแม่บทการขนส่งในภาพรวมต่อไป
ส่วนการกำหนดรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ให้ รฟท. และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะการร่วมลงทุนฯ ให้มีความชัดเจน
“เน้นย้ำว่าการคัดเลือกรูปแบบดังกล่าว ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ทั้งในด้านรายได้และการดูแลทรัพย์สินขององค์กรเพื่อนำเสนอข้อมูลต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ต่อไป” นายปัญญา กล่าว
นายปัญญา กล่าวต่อว่า การประชุมในวันนี้ได้พิจารณาเพื่อกำหนดความชัดเจนในการคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสุดภายใต้การดูแลของ รฟท. เพื่อรองรับการจัดตั้งโครงการดังกล่าว โดยเร่งสรุปรายละเอียดที่ตั้งเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (PPP)
สำหรับเกณฑ์การพิจารณาจะมุ่งเน้นปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึงที่สะดวกอยู่ใกล้โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง เพื่อให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เดินทางได้รวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายและปัญหาจราจร
เช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมการพัฒนาอาคารในแนวดิ่ง เพื่อให้ใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มขีดความสามารถสอดรับกับการพัฒนาเมืองรอบสถานีขนส่ง (TOD) และความถูกต้องตามระเบียบข้อกฎหมาย