โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

โฆษก ทบ. ยัน กองทัพดูแลคลังอาวุธทั่วประเทศตามมาตรฐานสากล

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โฆษก ทบ. ยัน กองทัพดูแลคลังอาวุธทั่วประเทศตามมาตรฐานสากล ชี้ วินาศกรรมส่งสายลับก่อเหตุทำได้ยาก เหตุตั้งพื้นที่ตอนใน ห่างชายแดน

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงการดูแลคลังอาวุธของกองทัพ ภายหลังกรณีเกิดเหตุอัคคีภัยภายในคลังกระสุนของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน จ.สุรินทร์ ว่า เรื่องการดูแลคลังอาวุธ มีระเบียบและเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่นที่ตั้ง การบริหารจัดการพื้นที่ มันจะเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตํารวจ ส่วนใหญ่เหตุสิ่งที่เกิดขึ้นจะเกิดจากสภาพแวดล้อม อากาศที่ร้อนจัด ทําให้เกิดการปะทุและ ลุกไหม้ทั้งนี้การจัดเก็บต้องบริหารความเสี่ยงด้วยการแยกส่วนบ้าง อาจจะไม่ได้จัดเก็บรวมเอาไว้เสียแต่ทีเดียว

พลตรี วินธัย ยอมรับว่าสาเหตุของคลังอาวุธระเบิด นอกจากเรื่องอากาศร้อนแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นการขยับ เพื่อทำเพื่อทำความสะอาด แต่ที่สบายใจได้ก็คือ การจัดเก็บอาวุธซึ่งเป็นวัตถุที่มีอันตราย มีการจัดเก็บที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบเดียวกันของสากล

เมื่อถามว่าตัดประเด็นเรื่องการก่อวินาศกรรมได้ ใช่หรือไม่ พลตรีวินธัยกล่าวว่า เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากข้อมูลที่เรามีไม่ปรากฏในลักษณะเช่นนั้น ซึ่งในพื้นที่คลังอาวุธส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่พื้นที่ตามแนวชายแดน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนใน ซึ่งห่างไกลพอสมควร ส่วนกรณีการป้องกันสายลับที่จะเข้ามาก่อวินาศกรรมนั้น ก็น่าจะดําเนินการได้ยาก เนื่องจากที่ตั้งคลังอาวุธไม่ได้อยู่ในชุมชน ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดอาคารอื่น แต่แยกส่วนออกมา ซึ่งหากเป็นคลังอาวุธที่มีวัตถุระเบิดขนาดใหญ่ อาคารปลูกสร้างจะเป็นอีกลักษณะหนึ่ง กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอาวุธประจําหน่วยก็ถือว่าไม่ได้หนักมาก

" ทุกอย่างมีวิธีการบริหารจัดการอยู่แล้ว ที่ตั้ง วิธีการจัดเก็บ วิธีนําไปใช้ การจําหน่ายทุกอย่างอยู่ในระบบ ขณะที่คลังแสงอาวุธของกองทัพบกทั่วประเทศ เราได้กําชับอยู่เป็นประจําอยู่แล้ว ในการในเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน" พลตรีวินธัย กล่าว

ทั้งนี้ พลตรี วินธัย กล่าวเสริมว่า ในส่วนกองทัพบก การดูแลคลังอาวุธในช่วงใกล้กับฤดูร้อน จะมีการกำชับเจ้าหน้าที่และเพิ่มมาตรการดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว ซึ่งจากประวัติส่วนใหญ่ การเกิดเหตุในลักษณะนี้มักจะเกิดในช่วงที่มีอากาศร้อน ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเหตุไฟไหม้ไม่เกิดในช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนนั้น จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดอื่น ๆ รอบด้านด้วย เนื่องจากบางครั้งการปะทุอาจเกิดขึ้นได้จากการสะสมความร้อนที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางวัน ซึ่งการดูแลรับผิดชอบต่าง ๆ นั้น เจ้าหน้าที่ดูแลคลังอาวุธต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอยู่แล้ว เช่น การตรวจตราตามรอบเวร

ส่วนกรณีที่ประชาชนกังวลว่าอาวุธและกระสุนที่ประสบอัคคีภัยนั้นเป็น อาวุธและกระสุนที่ใช้ดูแลพื้นที่ชายแดน จะส่งผลกระทบต่อกับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่หรือไม่นั้น พลตรี วินธัย ตอบว่าคลังกล่าว เป็นคลังในเพียงระดับหน่วย กระสุนที่ใช้ จึงเป็นกระสุนสำหรับอาวุธเพียงระดับหน่วยใช้เท่านั้น ซึ่งเท่าที่ทราบปริมาณกระสุนก็ไม่ได้มีจำนวนมาก จึงส่งผลกระทบไม่มากนัก โดยตามระเบียบของการจัดเก็บอาวุธ คลังอาวุธระดับหน่วยก็จะมีกระสุนในจำนวนหนึ่ง เมื่อใช้หมดจึงจะมีการจัดหามาเพิ่มเติม ดังนั้น กระสุนส่วนที่ประสบเหตุจึงถือว่าเป็นเหมือนการใช้อาวุธเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น โดยหน่วยนั้นก็มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ชายแดน และไม่มีอาวุธหนักเหมือนกับคลังอาวุธในระดับส่วนกลาง

โฆษก ทบ. ชี้กัมพูชายิงปืน ค. ใส่ไทย ในช่วงหยุดยิง ลั่นไทยพร้อมใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองตอบโต้ทันทีหากตั้งใจคุกคาม ย้ำกำลังพลหน้าแนวอดทน อดกลั้น เพราะอยู่พื้นที่เผชิญหน้า

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังวานนี้ฝ่ายกัมพูชายิง ค.40 มม. เข้ามาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการพูดคุยกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ว่า ชุดประสานงานได้ทำงานตลอดอยู่แล้ว มีการประสานงานตลอดเวลา แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่ตลอดแนวชายแดนค่อนข้างยาว มีหน่วยย่อยหลายหน่วย ขณะที่ฝั่งไทยเคร่งครัด ดูแลทหารให้อยู่ในระเบียบวินัย โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่ละเอียดอ่อนอย่างชายแดน แต่ฝั่งกัมพูชาจะมีการก่อเหตุให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ด้วยวัตถุประสงค์และสาเหตุที่หลากหลาย ตามที่หน่วยในพื้นที่ของกัมพูชาชี้แจง ซึ่งหน่วยประจำพื้นที่ของฝ่ายไทยก็รู้อยู่ และต้องมีวิธีสื่อสารกันให้ได้ ทำความเข้าใจกันให้ได้ เพื่อให้งานที่รับผิดชอบต้องเรียบร้อยกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะอยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิง ดังนั้นต้องมีการเฝ้าระวังและระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกำลังพลที่จะไปปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่เหล่านี้ จะต้องผ่านการฝึกและมีมาตรฐานการทำงานในพื้นที่อ่อนไหวนี้ได้ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา และอาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงต่อกัน

ส่วนที่ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยการยิงกลับไปนั้น ก็เป็นไปตามมาตรการที่วางไว้กับทางกัมพูชา แต่ตำบลกระสุนตกที่กัมพูชายิงเข้ามา ยังห่างไกลที่จะทำอันตรายกับกำลังพลฝ่ายไทย แต่เราถือว่าถ้ามีอาวุธหลุดเข้ามาในพื้นที่ที่เราเคยบอกไว้แล้วว่าไม่ควรเกิดเหตุ เราก็จำเป็นต้องตอบโต้กลับไป แต่เป้าหมายในการตอบโต้กลับจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่

ส่วนที่กัมพูชายังคงใช้ข้ออ้างซ้ำๆ ในการก่อเหตุ เช่นความไม่มีระเบียบวินัยนั้น พลตรี วินธัย ยืนยันว่า แล้วแต่หน่วยในพื้นที่จะพิจารณาอย่างไร เช่นหากมีหน่วยหน่วยหนึ่งเคยใช้เหตุผลในลักษณะนี้แล้ว ถ้าพิจารณาแล้วฟังไม่ขึ้น มองว่าเกิดจากความตั้งใจต้องการกระทำต่อทหารไทย ก็สามารถใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองได้ ซึ่งทุกหน่วยมีมาตรการป้องกันตนเองอยู่แล้ว

ส่วนที่พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่าฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ยิงโจมตีไทยนั้น พลตรี วินธัย กล่าวว่า พลโทหญิง มาลี อาจจะอยู่ไกลจากพื้นที่หน้าแนว และตั้งข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่ข่าวที่มาจากพลโทหญิง มาลี มักไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของข่าว

ส่วนที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กล่าวถ้อยแถลงโต้ตอบฝ่ายกัมพูชา บนเวที การประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ พลตรี วินธัย กล่าวว่า ไม่น่าจะสัมพันธ์กันโดยตรง ยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารจะขึ้นอยู่กับปัจจัยในพื้นที่มากกว่า เพราะเป็นลักษณะของการป้องกันตามแผนเผชิญเหตุ จึงอาจไม่ได้เชื่อมโยงกันโดยตรง และด้วยข้อมูลการข่าวของฝ่ายไทย พบว่าทางกัมพูชายังไม่ได้มีท่าทีที่จะคุกคามด้วยกำลังทางทหาร และหลายหน่วยก็อยู่ค่อนข้างไกลจากบริเวณชายแดนไทย เพียงแต่อาจมีการเริ่มเดินมาสำรวจบ้างตามแนวรั้วลวดหนาม และแนวคิดมีเครื่องกีดขวางป้องกันอยู่ หลังพื้นที่ฝั่งกัมพูชาเริ่มโล่งเตียนจากการเผา เพียงแต่ยังไม่มีลักษณะของความตึงเครียดอย่างที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า นอกจากผู้บังคับหน่วยในพื้นที่จะพูดคุยกันเองแล้ว จะมีการใช้กลไกระดับ RBC หรือไม่ พลตรี วินธัย ยืนยันว่า เป็นไปได้ที่จะมีการรวบรวมรายละเอียดต่างๆ ในห้วงเวลาที่เกิดขึ้น เพื่อไปพูดคุยกัน พร้อมยอมรับตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน เพราะอยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิง

ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำกำลังพลอยู่แล้ว ในเรื่องความอดทนอดกลั้น โดยเฉพาะกำลังพลที่อยู่หน้าแนว และต้องมีความระมัดระวังในทุกเรื่อง เพราะถือว่าเป็นพื้นที่เผชิญหน้า มีความละเอียดอ่อน โดยเชื่อมั่นว่ากำลังพลฝ่ายไทยอยู่ในระเบียบและวินัยที่จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...