โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SAWAD บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 35 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น #2026 #SET #SAWAD บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 35 บาท

เราชอบ SAWAD ที่ราคาหุ้นปัจจุบันซึ่งผ่านการปรับฐานสะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่พ้นจุดต่ำสุดไปแล้วจนเหลือ P/BV1.1x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV 5 ปี ที่ 2.1x ยังคงแนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2026 เท่ากับ 35 บาท อิง GGM ที่ PBV 1.32x (LT-ROE 14.3%, COE 12.0%) พร้อมคาดการณ์ dividend yield เฉลี่ย 4-5% p.a. (ภายใต้คาดการณ์ payout ratio ที่ 40%) จาก 0.4% ในปี 2024

คาดกำไรสุทธิ 4Q25 เท่ากับ THB1.28b ลดลง 3.3% q-q แต่ยังเติบโต 4.4% y-y ซึ่งหากไม่รวมผลขาดทุนจาก FVTPL หุ้น THAI (คาดราว 20 ล้านบาท สุทธิจากภาษีฯ) พบว่า Core profit เท่ากับ 1.30 พันล้านบาท เติบโต 2.3% q-q และ 6.1% y-y หนุนด้วย 1) คาดการณ์สินเชื่อเติบโต 1.2% q-q (แต่ยังหดตัว 1.2% y-y) ส่วนใหญ่จากสินเชื่อทะเบียนรถ ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังค่อนข้างทรงตัว และ 2) คาดการณ์ spread ทรงตัวได้ที่ 13.44% ผลบวกจากต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่เริ่มลดลง ช่วยหักล้าง yield ที่ลดลงได้ ผลบวกดังกล่าวช่วยหักล้างผลกระทบจากคาดการณ์ Cost-to-income ratio ที่คาดเพิ่มขึ้นมาที่ 47.09% จาก 46.31% ใน 3Q25 และ Credit cost ที่เพิ่มขึ้นมาที่ 2.28% จาก 2.08% ตามการขยายสินเชื่อใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยรวมแล้ว คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2025 เท่ากับ 4.97 พันล้านบาท ลดลงเล็กน้อยราว 1.6% y-y ตามสินเชื่อที่ยังชะลอตัว Spread ที่ยังลดลงและ Credit cost ที่เพิ่มขึ้น

ภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์ยังบริหารจัดการได้ แม้คาด NPL เร่งตัวขึ้นเล็กน้อยมาที่ 3.93% จาก 3.90% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้น 3Q25 ตามการเติบโตของสินเชื่อใหม่ๆ สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ไม่ได้มีประเด็นพิเศษ SAWAD มองเป็นเหตุการณ์ปกติเช่นทุกปี ขณะที่ภาพรวม Credit costs คาดเร่งตัวขึ้น 20bps q-q มาที่ 2.28% ตามการเติบโตของธุรกิจ โดยคาด Coverage ratio เท่ากับ 61.5%

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2025–27 ขึ้นเฉลี่ย 3.7-5.2% จากเดิม เพื่อสะท้อนมุมมองธุรกิจที่เป็นบวกขึ้น ได้แก่ 1) คาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อในปี 2026-27 ขับเคลื่อนด้วยสินเชื่อทะเบียนรถเช่นเดิม 2) Credit costs (รวมผลขาดทุนจากรถยึดที่เป็นทิศทางลง) ที่ราว 2.00% จากเดิมที่เป็น trend สูงขึ้น และ 3) Cost-to-income ratio คาดลดลงเหลือ 47.50-48.25% จาก 47.68-50.44% ส่วนใหญ่จากขาดทุนรถยึดที่ลดลง ทั้งนี้ แม้คาดแนวโน้มต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายปี 2026 ลดลงกว่า 25bps และต่อเนื่องอีก 17bps ในปี 2027 แต่ผลบวกดังกล่าวจะถูกหักล้างด้วย loan yield ที่ลดลงเพื่อกระตุ้นสินเชื่อ หลังปรับประมาณการ คาดกำไรสุทธิปี 2025-27 เติบโตเฉลี่ย 6.4% CAGR จากเดิมคาด 5.1%

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...