โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

THAI แรงขายเริ่มสะเด็ดน้ำ เทรด 476 ล้านหุ้น หลังปลดล็อก “Silent Period” 6.6 พันล้านหุ้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 08.10 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กลับมาเปิดให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้งในวันนี้ (4 ก.พ.69) หลังสิ้นสุดช่วงห้ามซื้อขาย (Silent Period) ส่งผลให้หุ้นจำนวนกว่า 6,601 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นมากกว่า 25% ของทุนจดทะเบียน ถูกปลดล็อกและสามารถซื้อขายในตลาดได้พร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการซื้อขายล่าสุด ณ เวลา 14:52 น. พบว่าแรงขายหุ้นที่ออกมาจริงมีจำนวนประมาณ 476 ล้านหุ้น จากปริมาณการซื้อขายทั้งหมดบนกระดาน สะท้อนแรงเทขายที่ต่ำกว่าความกังวลของนักลงทุนในช่วงก่อนหน้า

ทั้งนี้ ราคาหุ้น THAI ณ เวลา 14:52 น. อยู่ที่ระดับ 5.95 บาท ลดลง 1.05 บาท หรือ 15% จากราคาปิดก่อนหน้า โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 2.81 พันล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงลบ (Negative Sentiment) ต่อหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จากกรณีที่ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 หุ้น THAI จะพ้นกำหนด Silent Period และเริ่มกลับเข้าซื้อขายในตลาดจำนวน 6.6 พันล้านหุ้น คิดเป็น 23% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน มีต้นทุนต่ำเพียง 2.5452 บาทต่อหุ้น อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น

ทั้งนี้ก่อนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 หุ้น THAI ที่สามารถซื้อขายในตลาดมีเพียง 1.9 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็น 7% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วเท่านั้น ส่งผลให้ปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

คาดว่าหุ้นที่พ้น Silent Period จำนวน 6.6 พันล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ หุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน (ต้นทุน 2.5452 บาทต่อหุ้น) และหุ้นเพิ่มทุน (ต้นทุน 4.48 บาทต่อหุ้น) โดยจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนและหลังการปรับโครงสร้างทุน คาดว่าหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนจะมีสัดส่วนสูงสุด คิดเป็น 74% ของทุนชำระแล้ว

อย่างไรก็ดี ประเมินว่า ประมาณ 61.5% ของหุ้นที่พ้น Silent Period รอบวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จะยังไม่ถูกขายออกมาในตลาด โดยเป็นหุ้นที่ถือโดยกระทรวงการคลัง 38.9%, ธนาคารออมสิน 1.6%, สหกรณ์ออมทรัพย์ 12.5% และธนาคารกรุงเทพ 8.5%

ขณะเดียวกัน ยังมีหุ้น THAI อีก 19,803 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 70% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ที่ยังติด Silent Period และมีกำหนดพ้นข้อจำกัดการซื้อขายในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งคาดว่าหุ้นส่วนใหญ่ยังเป็นหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนเช่นเดียวกัน

มองประเด็นดังกล่าวเป็น Negative Sentiment เนื่องจากคาดว่าจะมีหุ้นต้นทุนต่ำจำนวนกว่า 2.5 พันล้านหุ้น (หลังหักส่วนที่คาดว่าจะไม่ขายออกมา) มีโอกาสถูกขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยงจากคดีความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล กรณีถูกฟ้องให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงานของบริษัท การปรับโครงสร้างคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 สร้างความกังวลต่อตลาดในประเด็นการแทรกแซงการดำเนินงานจากภาครัฐ

อย่างไรก็ดี บล.กรุงศรี มองว่า ราคาหุ้น THAI ปรับตัวลดลงมาสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว โดยปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 2569 ประมาณ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสายการบินในภูมิภาคที่ราว 10 เท่า และกลับมามีอัพไซด์ประมาณ 14% นอกจากนี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2568 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.3% จากการคาดจ่ายเงินปันผล 0.32 บาทต่อหุ้น

จึงยังคงคำแนะนำ “Neutral” สำหรับหุ้น THAI ที่ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท โดยมองว่าระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากการพ้น Silent Period ของหุ้น 2 รอบใหญ่ ได้แก่ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 และ 4 สิงหาคม 2569 แต่ในเชิงมูลค่า ราคาหุ้นเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...