โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นไทยที่พักเงิน!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 23.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดูเหมือนคำพูดที่ว่า หุ้นไทยที่พักเงินกำลังเป็นเรื่องที่กูรูตลาดหุ้นให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีทั้งมิติที่เป็นบวกและมิติที่เป็นลบซึ่งขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่เข้ามากระทบเป็นเรื่องประเภทไหน? อีฉันถึงอยากเปิดหัวด้วยเรื่องดี ๆ ก่อนจะไปอัพเดทเรื่องร้อนที่กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่นักการเมืองทุกฝ่ายต้องเทหมดหน้าตัก เพื่อโกยคะแนนเสียงให้ได้มากสุดพะยะค่ะ

สำหรับประเด็นที่ส่งผลโดยตรงกับหุ้นไทย น่าเป็นเรื่องทุนต่างชาติโยกเงินจากตลาดหุ้นอินโดฯมาที่ตลาดหุ้นไทยซึ่งที่ผ่านมาถูกสำทับด้วยแรงซื้อฝรั่งที่เข้ามาเยอะขึ้น หลังมีการขายทำกำไรออกไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และเหตุผลตรงนี้ทำให้ผู้รู้หลายรายเชื่อว่า ฝรั่งจะเข้ามาลุยซื้อหุ้นจนดัชนีดัชนีทะลุแนวต้านสำคัญ 1,400 จุด ซึ่งเป็นเรื่องที่อีฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากนะจะบอกให้

ถึงกระนั้นอย่าลืมว่า ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยไม่ได้อินกับบางพรรคการเมืองที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล (ไม่อยากเอ่ยชื่อ เดี๋ยวจะหาลำเอียง) “โมนิก้า” จึงมองการกลับมายืนเหนือระดับ 1,330 จุดเป็นวันที่ 3 ก่อนจะปิดวันไปที่ระดับ1,346.23 จุด ลบไป 0.31 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.74 หมื่นล้านบาท มันคือภาพของการเอาเงินมาพักไว้ในหุ้นหลายตัว ก่อนจะใส่กันสุดซอยเมื่อโฉมหน้ารัฐบาลใหม่เป็นเหมือนที่นักเล่นหุ้นคาดหวังเจ้าค่ะ

ประเด็นข้างต้นสังเกตง่าย ๆ ได้จากหุ้นใหญ่หลายตัวสามารถยกฐานสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งผิดกับตอนเลือกตั้งใหญ่ครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนั้นตลาดหุ้นไทยผันผวนขาลงเป็นเวลานาน แถมตอนที่ได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเต็มตัว ตลาดหุ้นไทยก็ไม่ตอบรับการมาของคนในรัฐบาลที่ดูแลเศรษฐกิจ อีฉันเลยอยากให้นักเล่นประเมินข้อมูลที่อีฉันนำมาเล่าให้ฟังตอนนี้..มันจริงไหม?

จุดที่เป็นไฮไลต์สำหรับการเล่นหุ้นทุกครั้งคือ หุ้นแบงก์มักมาก่อน และหลังเลือกตั้งเป็นประจำ ซึ่งเป็นผลมาจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายรัฐ และทุกครั้งที่มีการคลอดนโยบายใหม่ ๆ ออกมาทีไร! หุ้นแบงก์ก็รับอานิสงส์ก่อนใครเพื่อน..ถัดมามักเป็นกลุ่มท่องเที่ยวที่รับผลดีจากการกระตุ้นให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้มีหุ้นหลายตัวที่เริ่มขยับแรงแล้วนะจ๊ะ

ส่วนหุ้นกลุ่มนิคมฯอาจติดโผหุ้นเด้งเหมือนกัน แต่กลุ่มนี้ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพราะตัวชี้วัดไม่ได้มากจากลมปากหวาน ๆ แต่ต้องดูยอดขายที่ดินเป็นไปตามเป้าขนาดไหน? รวมทั้งต้องดูความสามารถของรัฐบาลที่จะชักจูงให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานในไทยได้เยอะขนาดไหน? ซึ่งที่ผ่านมานักลงทุนมองข้ามไทยและหันไปลงทุนเวียดนามกันเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามาถรัฐบาลใหม่นะออเจ้า

ส่วนประเด็นร้อนที่มีการออกมาแฉรอบใหม่ คงเป็นเรื่องเช็คสั่งจ่ายที่ออกโดยหมอบุญซึ่งมีความเชื่อมโยงไปถึง บล.คิงส์ฟอร์ด กลายเป็นเรื่องร้อนที่ผู้คนในตลาดหุ้นออกมาเม้าท์มอยกันอย่างหนัก แต่สำหรับอีฉันกลับมองว่า โบรกเกอร์ให้พนักงานที่พัวพันกับเรื่องฉ้อโกงดังกล่าวพ้นสภาพไปแล้ว!รวมทั้งค่าที่ปรึกษาก่อนหน้านี้ ก็เป็นดีลที่เกี่ยวกับการซื้อบริษัทถุงมือยางในช่วงที่โควิดระบาด ซึ่งเป็นคนละช่วงกันเลย..จริงเท็จอย่างไร ลองไปคิดกันดูนะคะ

เช่นเดียวกับการประโคมข่าวบนโลกออนไลน์ที่มีการพูดถึง “อดีตนายกฯ”กับ “ทุนเทา”รวมถึง “บ.พลังงาน” เพื่อช่วยกันเติมกระสุนในช่วงโค้งสุดท้ายพันล้านก่อนเลือกตั้ง “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ฟังแล้วมีอารมณ์คล้อยตามสุด ๆ แต่สุดท้ายจะเป็นจริงเหมือนที่เม้าท์กันหรือไม่? อีฉันคงบอกได้แค่ว่า วันที่ 8 ก.พ.จะเป็นวันตัดสินว่า “กระแส” กับ “กระสุน” อันไหนจะเข้าวิน…อิอิอิ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...