จับตา ตลาดคริปโทฯ เดือนกุมภาพันธ์ ปัจจัย Macro กดดันตลาด ด้าน Crypto Card โต 5 เท่า
ตลาดคริปโทฯ ในเดือนมกราคมปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ท่ามกลางสถานการณ์สภาพคล่องที่ตึงตัวและความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจมหภาค : BINANCE RESEARCH วิเคราะห์ภาพรวมตลาดช่วงเดือนมกราคม – 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีหลายประเด็นที่ต้องจับตามองใกล้ชิด
17 ก.พ. 2569 - ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในเดือนมกราคม 2569 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ท่ามกลางสถานการณ์สภาพคล่องที่ตึงตัวและความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ไม่ว่าจะเป็นประเด็นกำแพงภาษี ความเสี่ยงการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ และการเปลี่ยนผ่านผู้นำธนาคารกลางสหรัฐฯ จากเดิม Jerome Powell สู่ยุคของ Kevin Warsh
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ กองทุน Spot Bitcoin ETF บันทึกเงินไหลออกสุทธิระดับกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนดังกล่าว สะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนสถาบัน ขณะเดียวกัน การคลี่คลายสถานะ Yen Carry Trade หลังส่วนต่างอัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นแคบลง ยิ่งซ้ำเติมภาวะสภาพคล่อง ทำให้เงินทุนบางส่วนไหลกลับเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาลและโลหะมีค่า
ในส่วนของส่วนแบ่งการตลาด (Market Dominance) บิทคอยน์ยังคงครองส่วนแบ่งที่ 59.1% เท่ากับเดือนที่แล้ว ขณะที่ Ethereum ลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 10.22% แสดงให้เห็นว่ายังไม่มีการหมุนเวียนเงินทุน (Rotation) ที่ชัดเจนเนื่องจากสภาพคล่องที่จำกัด และการที่เม็ดเงินยังคงกระจุกตัวอยู่ในเหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูง (Large-cap) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ สถาบันอย่าง Strategy และ Bitmine ยังคงเดินหน้าสะสมเหรียญต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Bitmine ที่ได้นำ Ethereum ไปวางค้ำประกัน (Stake) ไว้แล้วประมาณ 1% ของอุปทานทั้งหมด
เดือนกุมภาพันธ์อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากมักมีความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับ "ปรากฏการณ์ก่อนและหลังตรุษจีน" (Chinese New Year effect) นักลงทุนเริ่มมองหาสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคต่างๆ ที่ส่งผลต่อความไม่แน่นอนในปัจจุบัน
สรุปฟอร์มเหรียญประจำเดือนมกราคม 2026: ใครแกร่ง ใครร่วง ใครรั้งท้าย?
- TRX: ยืนหนึ่งสวนกระแสด้วยดีลลงทุนใน River และความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐาน stablecoin ของ Tron
- BNB: ราคายังคงทรงตัว โดยได้รับปัจจัยบวกจากที่ Grayscale ยื่นขอจัดตั้งกองทุน Spot ETF ช่วยประคองราคาช่วงผันผวน
- BTC: ราคาปรับตัวลงจาก 98,000 ดอลลาร์ ลงมาทดสอบแนวรับสำคัญใกล้ระดับ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการ correction ในระดับสองหลัก ที่สอดคล้องกับแรงขายจาก ETF outflows และภาวะ Risk-off ในตลาดการเงินโลก
- XRP: ราคาลดลง 2.7% เนื่องจากกองทุน XRP ETF บันทึกยอดเงินไหลออกในวันที่ 7 และ 20 มกราคม ซึ่งเป็นการหยุดสถิติเงินไหลเข้าต่อเนื่องที่ยาวนานกว่า 35 วัน
- BCH & ADA: กอดคอกันร่วงตามภาพรวมตลาดที่ 3.5% และ 4.9% ตามลำดับ
- DOGE: ปรับตัวลดลง 5.8% แม้จะเปิดตัวกองทุน Spot DOGE ETF รายที่สามโดย 21Shares ในเดือนนี้
- SOL & ETH: ทั้งคู่ราคาปรับตัวลง 6.2% เท่ากัน เงินไหลเข้า SOL ETF ยังคงแซงหน้า ETH แม้ราคา ETH จะร่วง แต่ความต้องการทำ Staking ยังแข็งแกร่ง จากจำนวนผู้รอคิวเข้าเป็นผู้ตรวจสอบ (Entry Queue) ที่ยังสูงกว่าคิวขาออกมาก
- LINK: ปรับตัวลง 8.6% ถือว่าร่วงหนักสุดในกลุ่มนี้ แม้จะมีการขยายระบบ Data Streams เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) เข้ามาก็ตาม
เจาะลึก DeFi มกราคม: สภาพคล่องยังแน่น เม็ดเงินเริ่มไหลเข้า RWA ขณะที่ Stablecoins ใกล้ระดับ ATH
แม้ TVL ของ DeFi จะลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.119 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับลดลงเล็กน้อย 0.35% แต่เป็นผลมาจากราคาเหรียญที่ลดลงมากกว่าการถอนเงินออก (Net Outflow) ขณะที่มูลค่าตลาด Stablecoin ยังคงแกร่งใกล้ ATH เป็นประวัติการณ์ที่ 3.08 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงสภาพคล่องในระบบที่ยังหนาแน่นแม้ตลาดจะผันผวน
หากพิจารณาตามประเภทโปรโตคอล กลุ่มสินทรัพย์โลกจริงที่ถูกแปลงเป็นโทเคน (RWA) เติบโตก้าวกระโดด โดยมี TVL เพิ่มขึ้นถึง 14.4% (MoM) แตะระดับ 1.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการรวมโปรโตคอลของ Ondo Finance เข้ากับ Solana หลังจากที่เปิดตัวบน ETH และ BNB Chain ไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงหุ้นและกองทุน ETF ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนกว่า 200 รายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
NFT มกราคม: ตลาดรวมยังซบเซา เงินทุนกระจุกตัวในโปรเจกต์แกร่ง Bitcoin NFT ทำสถิติใหม่
ปริมาณการซื้อขายในตลาด NFT ลดลงต่อเนื่อง 2% อย่างไรก็ตามตลาดคัดกรองโปรเจกต์แกร่ง ฝั่ง ETH แม้ภาพรวมยอดขายจะลดลง 11.58% แต่คอลเลกชันระดับตำนานอย่าง CryptoPunks, BAYC และ Pudgy Penguins กลับมียอดขายโตสวนกระแส สะท้อนสภาวะ "Flight to Quality" หรือการที่นักลงทุนเลือกพักเงินในโปรเจกต์ที่มีชุมชนแข็งแกร่งที่สุดในช่วงตลาดเย็นตัว ท่ามกลางข่าวใหญ่ที่ Nike ตัดสินใจขายสตูดิโอ RTFKT ออกไป
Bitcoin NFT พุ่งสวนทางตลาดโลก ขณะที่บล็อกเชนอื่นอยู่ในช่วงขาลง แต่ Bitcoin NFT กลับมียอดขาย Bitcoin-based NFTs เพิ่มขึ้น 97.47% (MoM) จากการกลับมาคึกคักของ BRC-20 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของระบบนิเวศ NFT บนเครือข่าย Bitcoin ที่โดดเด่นที่สุดในขณะนี้
เมื่อ Yield Gap สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ลดฮวบ สัญญาณ Red Flag กระทบสภาพคล่องบิตคอยน์โดยตรง
ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระยะยาวระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น (U.S.-Japan long-term yield spread) ปรับตัวลดลงจนต่ำกว่าระดับ 1% ซึ่งเป็นระดับสำคัญที่ในทางสถิติแล้วมักจะสัมพันธ์กับการเกิดแรงกดดันด้านราคาอย่างรุนแรงต่อบิทคอยน์
ส่งผลให้ผลตอบแทนจากการทำ Yen Carry Trade (การกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น) ลดน้อยลง นำไปสู่การเร่งปิดสถานะการลงทุนขนาดใหญ่ (Position unwinds) และทำให้สภาพคล่องในสินทรัพย์เสี่ยงตึงตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความตึงเครียดนี้เกิดขึ้น แต่สถานะการขายสุทธิของเงินเยน (Net yen short positions) ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปี 2024 ซึ่งบ่งชี้ว่า ผลกระทบต่อบิทคอยน์ในรอบนี้อาจไม่รุนแรงเท่ากับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
ตลาด Altcoin เข้าสู่สภาวะ Top-Heavy เงินไหลเข้าแค่ตัวท็อป
แม้จำนวนเหรียญในตลาดจะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับช่องทางการเข้าถึงที่เปิดกว้างอย่างการมี Altcoin ETF แต่ในเชิงโครงสร้างแล้ว เม็ดเงินลงทุนกลับไหลไปกระจุกตัวอยู่เพียงในสินทรัพย์ที่มีการใช้งานชัดเจน (Utility) มีสภาพคล่องสูง และมีความเป็นสถาบันรองรับเท่านั้น เหรียญที่มี Market Cap เกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากกว่า 100 โปรเจกต์ในปี 2021 เหลือเพียงประมาณ 50 โปรเจกต์ในปัจจุบัน ดังนั้นการพุ่งขึ้นของ Altcoin ในรอบถัดไปอาจจะจำกัดอยู่เพียงแค่บางกลุ่ม
Ethereum ทำนิวไฮ! ยอดธุรกรรมรายวันพุ่งทะลุสถิติเดิม
[caption id="attachment_225815" align="aligncenter" width="652"]
ข้อมูล on-chain transaction[/caption]
เครือข่าย Ethereum ได้รับแรงส่งระยะสั้นจากการอัปเกรด Fusaka (ซึ่งเริ่มใช้งานเมื่อ 3 ธันวาคมปีที่แล้ว) โดยการอัปเกรดนี้ได้นำระบบ PeerDAS มาใช้และขยายขีดความสามารถของ Blob เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล (Data Availability) ส่งผลให้จำนวนธุรกรรมรายวันพุ่งแตะระดับสูงสุดเกือบ 3 ล้านธุรกรรม เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา และจำนวนบัญชีใช้งานทะลุ 1 ล้านบัญชี
ข้อมูลในส่วนของสินทรัพย์โลกจริง (RWA) ยังระบุว่า กว่า 65% ของสินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนนั้นถูกสร้างขึ้นบนเครือข่าย Ethereum ซึ่งทิ้งห่างบล็อกเชนหลักอื่นๆ อย่างมาก และรักษาฐาน Stablecoin ไว้ได้ที่ 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ETH จะสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ได้นานแค่ไหน? กิจกรรมการใช้งานเริ่มกระจายตัวไปยัง Layer2 มากขึ้น อย่าง Base ที่มาแรงจนสร้างรายได้เกือบ 70% ของรายได้รวมจาก L2 ทั้งหมดในเดือนมกราคม และมีปริมาณการซื้อขายบน DEX แซงหน้าขึ้นเป็นอันดับ 2 รองจาก Solana เพียงรายเดียว
Crypto Card ทั่วโลกโต 5 เท่า เมื่อโลก On-Chain รูดชำระเงินได้จริงผ่าน Visa และ Master Card
การใช้บัตรคริปโทฯ (Crypto Card) พุ่งสูงขึ้นกว่า 5 เท่าในปี 2025 มียอดการใช้งานแตะ 115 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2026 โดยมี EtherFi เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งถึง 49% ขณะที่ Visa ยังคงเป็นเครือข่ายชำระเงินหลักที่ครองส่วนแบ่งตลาดนี้ถึง 84%
แม้ตัวเลขยอดใช้จ่ายนี้จะยังเป็นเพียง "หยดน้ำในมหาสมุทร" (ประมาณ 0.005%) เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้บัตรเครดิตดั้งเดิม แต่เหล่า Blockchain-based neobanks ก็มีข้อได้เปรียบที่ธนาคารทั่วไปให้ไม่ได้ คือต้นทุนที่ต่ำกว่า ทำให้สามารถให้ผลตอบแทน (Yield) ที่สูงกว่า และลดค่าธรรมเนียมได้มากกว่า นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะดึงดูดผู้ใช้งานเข้าสู่โลกการเงินแบบผสมผสาน (Hybrid Fiat-Crypto) อย่างต่อเนื่องในปี 2026 และหลังจากนี้
บทความโดย: BINANCE RESEARCH ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เสนอภาพรวมตลาดช่วงเดือนมกราคม - 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา