ปคม.บุกรวบชาย "ลวงเด็ก" ถ่ายคลิปโป๊ขายสมาชิกกลุ่มลับ
วันนี้ (17 ก.พ.2569) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เปิดปฏิบัตการบุกจับกุมภัยสังคม 3 ราย พร้อมตั้งข้อหาหนัก ค้ามนุษย์ พรากผู้เยาว์ และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยรายแรก พ.ต.ต.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม สารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (สว.กก.3 บก.ปคม.) เปิดเผยว่า ปคม.ได้ลาดตระเวนออนไลน์ พบเบาะแสบัญชีทวิตเตอร์ หรือแพลตฟอร์ม X บัญชีหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมโพสต์ภาพ และคลิปวิดีโออนาจารของเด็กชายอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมข้อความเชิญชวนในลักษณะ "เห็นหน้าชัด จัดเต็ม" เพื่อดึงดูดลูกค้าให้สมัครเข้ากลุ่มไลน์ลับ
โดยจัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้าอย่างหนัก ทั้งค่าสมาชิกรายเดือนและแบบเหมาจ่ายถาวรในราคา 199 บาท ทำให้มีสมาชิกหลงเชื่อโอนเงินเข้าไปดูนับร้อยคน ซึ่งภายในกลุ่มเต็มไปด้วยคลิปอนาจาร และคลิปเพศสัมพันธ์ระหว่างสาวประเภทสอง กับเด็กชายจำนวนมากถึง 185 คลิป
จากการขยายผลร่วมกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยโสธร พบเรื่องราวของผู้เสียหาย เป็นด.ช. 2 คน รายแรกเป็นด.ช.อายุเพียง 15 ปี ถูกผู้ต้องหา ซึ่งใช้ความหน้าตาดีคล้ายผู้หญิง ทักแชทมาตีสนิทผ่านโลกออนไลน์จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ก่อนนัดเจอและลวงไปกระทำอนาจารในห้องน้ำสาธารณะพร้อมแอบถ่ายคลิปเก็บไว้
ส่วนคนที่ 2 อายุ 13 ปี เหตุเกิดช่วงปี 2567 ซึ่งผู้เสียหายไปเจอผู้ต้องหาในงานหมอลำประจำหมู่บ้าน ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนหญิงสาว ผู้ต้องหาจึงเข้ามาตีสนิทก่อนใช้วิธีล่อลวงเด็กไปที่ห้องน้ำสาธารณะเพื่อก่อเหตุ และบันทึกภาพไว้แบล็คเมล์ และขายต่อ
ทันทีที่พยานหลักฐานมัดแน่น ศาลจังหวัดยโสธร ออกหมายจับทันที ในข้อหาหนัก ค้ามนุษย์ พรากผู้เยาว์ และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก และสามารถแกะรอยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ ซึ่งในชั้นจับกุมผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐานและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนถูกคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (สว.กก.5 บก.ปคม.) ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูก นายนนทวัฒน์ ครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในจ.ชลบุรี หลอกล่อให้ถ่ายภาพ รวมถึงคลิปโป๊เปลือย และกระทำอนาจาร ส่งไปให้ แลกกับเงินตามข้อตกลง แต่ก็ไม่ได้รับจริง ทั้งยังถูกนำภาพชุดดังกล่าวมาข่มขู่จะนำไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย หากไม่ส่งภาพในลักษณะดังกล่าว มาให้อีก รวมถึงการเรียกร้องเงินจำนวน 5,000 บาท และการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องหา ผู้เสียหายจึงปรึกษาพ่อแม่ และเข้าพบเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมเข้าแจ้งความ
พนักงานสอบสวน บก.ปคม.สืบสวนจากบัญชี โซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ได้รับจากผู้เสียหายจนพิสูจน์ทราบแน่ชัดแล้วว่า ผู้ต้องหาคือ นายนนทวัฒน์ ซึ่งรับราชการเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ อยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในจ.ชลบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายค้น และนำกำลังเข้าค้นห้องเช่าตามสถานที่จับกุมข้างต้น
ผลการตรวจค้นที่ห้องพักพบของกลางทั้งคลิปวิดีโอ และภาพอนาจารของผู้เสียหาย และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีคนอื่นๆ มากถึง 1,500 ไฟล์ จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมว่าตัวเองกระทำการในลักษณะเช่นนี้มาแล้วโดยมีผู้เสียหายกว่า 100 คน โดยทำมาตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย รวมระยะเวลาประมาณ 5 ปี
ซึ่งตัวเองจะเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี แล้วหลอกล่อว่าจะให้เงิน แลกกับการให้เด็กถ่ายภาพโป๊เปลือย พร้อมวีดิโอคอลให้เด็กกระทำอนาจาร แล้วบันทึกภาพ และคลิปไว้ จากนั้นก็บังคับข่มขู่ให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย ในลักษณะชายรักชาย ซึ่งในแต่ละครั้งตัวเองจะใช้วิธีการนำรูปคนอื่นที่ได้มาจากสื่อโซเชียลที่หน้าตาดี มาเป็นรูปโปรไฟล์และทำการหลอกลวง ส่วนการเลือกผู้เสียหายจะเน้นเลือกเด็กที่มีหน้าตาดีชอบเล่นสื่อโซเชียลมีเดีย
ส่วนเคสสุดท้าย เป็นปฏิบัติการ "ถอดหน้ากากลวงรักออนไลน์" โดยปฏิบัติการดังกล่าว เป็นการจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ไซเบอร์ หลอกเด็กและเยาวชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนนำคลิปลามกไปขาย โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายฮัสซัน (นามสมมติ) อายุ 19 ปี สัญชาติไทย ได้ที่ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาสร้างบัญชีอินสตาแกรมปลอม โดยใช้รูปหญิงหน้าตาดีเป็นโปรไฟล์ ก่อนทักพูดคุยกับผู้เสียหายในลักษณะเชิงชู้สาว เพื่อสร้างความไว้วางใจ จากนั้นชักชวนให้คบหาเป็นแฟนออนไลน์ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ จะหลอกให้เปิดกล้องวิดีโอคอล พร้อมเปิดคลิปหญิงเปลือยที่ดาวน์โหลดมาอ้างว่าเป็นตนเอง เพื่อโน้มน้าวให้ผู้เสียหายกระทำการลามกอนาจารต่อหน้ากล้อง
หลังบันทึกคลิปไว้ ผู้ต้องหาจะใช้เป็นเครื่องมือแบล็คเมล์ข่มขู่ให้เหยื่อวิดีโอคอลซ้ำ หากปฏิเสธจะขู่นำคลิปไปเผยแพร่ให้เพื่อนหรือครอบครัวทราบ ก่อนนำคลิปดังกล่าวไปจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ X ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมากได้รับความเสียหาย
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการติดต่อ วิดีโอคอล บันทึก ตัดต่อ และเผยแพร่คลิป เพื่อหาประโยชน์ทางการเงินจริง
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ครอบครองและจำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก บังคับหรือชักจูงเด็กให้กระทำการลามก รวมถึงนำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า ปัญหาที่เด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกล่อลวงผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์เป็นเรื่องที่น่าเป็นกังวล เพราะจากการประชุมร่วมกับตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล Interpol พบว่าจากสถิติในต่างประเทศ พบเด็กที่ถูกล่อลวงลักษณะนี้ มักตัดสินใจที่จะจบชีวิตตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าจะหันไปพึ่งใคร และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
อีกทั้งยังอาจทำให้เด็กเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าระยะยาว
ซึ่งประเด็นนี้ ตำรวจจะต้องเพิ่มมาตรการด้านการยืนยันตัวตนในการสมัครแพลทฟอร์มสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อสกัดกั้น กลุ่มมิจฉาชีพที่จะฉวยโอกาสเข้ามากระทำความผิด โดยกระบวนการนี้ ตำรวจมีความพยายามที่จะบังคับใช้ในรูปแบบกฎหมาย ซึ่งตั้งเป้าว่าจะต้องมีความชัดเจนภายในปีนี้
อ่านข่าว
นายกฯ เป็นประธานพิธี พระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ
ไร้ข้อสรุป หลังเปิดเวทีให้ "กกต. - แกนนำนับใหม่ชลบุรี" ไกล่เกลี่ย
"บช.น." แจงภาพ ตร.ต่อคิวรับ อั่งเปา "ยาหอมปราสาททอง" ชี้เป็นธรรมเนียมตรุษจีน
ของแถมราคาแพง ยิ่งกว่า "บทเรียน" ของ กกต.