โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"รวิศ สอดส่อง" โพสต์แจง! ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ

สยามรัฐ

อัพเดต 39 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69 นายรวิศ สอดส่อง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "รวิศ สอดส่อง - Ravit Sodsong" ระบุว่า ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ? : เมื่อ “กติกาชีวิต” ต้องจับต้องได้ และเป็นของประชาชน

หลายคนอาจมองว่า "รัฐธรรมนูญ" เป็นเรื่องที่ดูไกลตัว เป็นเรื่องของนักกฎหมายหรือนักการเมืองในสภา แต่ในความเป็นจริง รัฐธรรมนูญ คือ "กฎหมายสูงสุดของประเทศ" ที่เปรียบเสมือน "กติกาชีวิต" ที่กำหนดว่า เราจะมีสิทธิรักษาพยาบาลแบบไหน ลูกหลานเราจะได้เรียนฟรีถึงเมื่อไหร่ และเกษตรกรจะขายผลผลิตได้ราคาหรือไม่ หากกติกาเบื้องต้นคดเคี้ยว ชีวิตของคนทำมาหากินย่อมลำบาก

หาก “กติกา” ถูกออกแบบมาอย่างไม่เป็นธรรม ต่อให้คนไทยทำงานหนักแค่ไหน ก็อาจจะยังวนเวียนอยู่กับความยากจน เพราะกติกานี้เองที่เป็นตัวกำหนดว่าใครจะเข้าถึงทรัพยากร ใครจะได้ประโยชน์จากที่ดิน และใครจะมีอำนาจตัดสินใจแทนเราในเรื่องปากท้อง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่เรื่องการเมืองนามธรรม แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างที่กดทับโอกาสของประชาชน ให้กลายเป็นกติกาที่ “จับต้องได้” และ “ตอบสนองความต้องการของประชาชน” เพื่อให้ชีวิตของคนทำมาหากินดีขึ้นอย่างยั่งยืน นี่คือเหตุผลสำคัญว่า ทำไมถึงต้องร่วมกันเขียนกติกาใหม่ ให้เป็น ”รัฐธรรมนูญที่มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง“

หากลองพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เราจะพบว่าหลายเรื่องมีต้นตอมาจากกติกาที่ไม่ได้คำนึงถึงประชาชนอย่างแท้จริง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ สิทธิการรักษาพยาบาล ที่ถูกลดทอนความเสมอภาคจากการเป็น "สิทธิขั้นพื้นฐาน" กลายเป็นการ "สงเคราะห์เฉพาะผู้ยากไร้"

คำว่า "สิทธิเสมอกัน" และ "บริการที่ได้มาตรฐาน" ที่เคยมีในรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ถูกตัดออกไป ประชาชนอาจต้องขึ้นทะเบียนเป็น “ผู้ยากไร้” ถึงจะได้รับบริการฟรีจากรัฐ ซึ่งทำลายหลักการ "หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า" หรือ “บัตรทอง” ที่เคยทำให้คนไทยเข้าถึงการรักษาอย่างมีศักดิ์ศรี หากไม่ใช่ผู้ยากไร้ แต่มีรายได้น้อยหรือปานกลาง คุณอาจต้องจ่ายค่ารักษาในราคาเดียวกับคนรวยในโรงพยาบาลเอกชน หรือจ่ายแพงขึ้นในโรงพยาบาลรัฐเพื่อให้ได้บริการที่ "ได้มาตรฐาน"

เช่นเดียวกับเรื่องการศึกษาที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันลดระยะเวลาเรียนฟรีให้สั้นลง จากเดิมที่เคยเรียนฟรีอย่างน้อย 12 ปี (ครอบคลุมถึงมัธยมปลาย หรืออาชีวะ) รัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดให้รัฐจัดการศึกษาให้ไม่เกิน 12 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) เท่านั้น

หลังจากจบ ม.3 พ่อแม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเอง หรือต้องให้ลูกหลานไปกู้หนี้ยืมสินจากกองทุนของรัฐ ทั้งที่การศึกษาควรเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส ไม่ใช่เครื่องมือสร้างหนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อรับรองความเสมอภาค ปัญหาเรื่องค่าครองชีพ และหนี้สิน จึงกลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องแบกรับฝ่ายเดียว

ทางออกของเรื่องนี้ คือ การสร้าง "ประชาธิปไตย" ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับ 4 เสาหลักสำคัญ

เริ่มจากเรื่องปากท้องและการทำมาหากินที่ต้องไม่ถูกทุนใหญ่หรือรัฐส่วนกลางผูกขาดทรัพยากร

การเปลี่ยนสิทธิในที่ดินทำกินให้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ไม่ต้องคอยร้องขอให้อนุญาตตลอดชีวิต

การประกันโอกาสของลูกหลานผ่านการศึกษาที่เสมอภาค ตั้งแต่ต้นทางโดยไม่ต้องเป็นหนี้

ที่สำคัญที่สุด คือ การคืนอำนาจตัดสินใจให้ประชาชนมีสิทธิเลือก กำหนด และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าคูหาเลือกตั้งทุกๆ 4 ปี แล้วกลับมาเป็นผู้ถูกปกครองที่ไร้สิทธิไร้เสียง

สุดท้ายแล้ว หัวใจสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ การทำให้กฎหมายสูงสุดฉบับนี้ "มาจากประชาชน" และเป็นกติกาที่ทุกคนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน

"ชีวิตเราจะดีขึ้นได้ไหม ขึ้นอยู่กับกติกาที่เรามี" ดังนั้น รัฐธรรมนูญใหม่ต้องเป็น "กติกาที่กินได้" คือ กติกาที่ทำให้คนทำงานหนักแล้วลืมตาอ้าปากได้ มีสิทธิทำกินอย่างเสมอภาค และลูกหลานมีอนาคตที่เท่าเทียม

การร่วมกันเขียนกติกาใหม่จึงไม่ใช่แค่การรื้อโครงสร้างทางการเมือง แต่คือการสร้างรากฐานของชีวิตที่มั่นคงและเสมอภาคสำหรับคนไทยทุกคน

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกันผลักดันให้รัฐธรรมนูญกลับมาเป็นของประชาชน ร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศไทย

มาร่วมกันสร้างอนาคตประเทศไทยไปด้วยกันครับ

#รวิศสอดส่อง #รัฐธรรมนูญประชาชน #กติกาชีวิต #ประชามติ #กำหนดอนาคตไทย #8กุมภา69

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...