โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอนราก “ธรรมนัส” ?!? ภูมิใจไทยเดินหมาก "ชุบตัว" ตั้งรัฐบาลเทคโนแครต

สยามรัฐ

อัพเดต 56 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

การเมืองไทยไม่เคยหยุดนิ่ง และในจังหวะที่หลายพรรคยังจมอยู่กับเกมระยะสั้น พรรคเดียวที่กำลังขยับหมากยาวอย่างเงียบเชียบแต่เฉียบคม คือ พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งกำลังแปลงบทบาทตัวเองจาก “พรรคร่วมรัฐบาลเกรดเอ” ไปสู่สถานะ “ผู้กำหนดเกม” ตัวจริงในสมรภูมิอำนาจ

คำว่า “ถอนราก” ไม่ได้เกินจริง หากพิจารณาจากทิศทางที่กำลังเกิดขึ้นกับเครือข่ายของ ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้นำพรรคกล้าธรรม นักการเมืองสายบู๊ที่เคยเป็นตัวแปรสำคัญในการต่อรองเสียงในสภา วันนี้กำลังถูกบีบพื้นที่อย่างเป็นระบบ ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่คำนวณแล้วทุกตารางนิ้ว

พรรคภูมิใจไทยรู้ดีว่าการเมืองยุคใหม่ไม่อาจพึ่งพาเพียงระบบ “บ้านใหญ่” และการต่อรองผลประโยชน์แบบเดิมได้อีกต่อไป กระแสสังคม ภาคธุรกิจ และชนชั้นนำจำนวนไม่น้อยกำลังเรียกร้องเสถียรภาพที่มาพร้อมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ พรรคจึงเลือก “ชุบตัว” ครั้งใหญ่ ลดโทนการเมืองแบบต่างตอบแทน หันมาวางท่าทีสุขุม เยือกเย็น และใช้ภาษาของความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธหลัก

นี่ไม่ใช่เพียงการรีแบรนด์ แต่คือการเปลี่ยน DNA ทางยุทธศาสตร์ จากพรรคที่เก่งเกมต่อรอง มาเป็นพรรคที่เสนอภาพ “หลักการ” และ “ความรับผิดชอบ” ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศ การขยับเข้าใกล้กลุ่มอนุรักษนิยมสายใหม่ที่เน้นเสถียรภาพเหนือความขัดแย้ง คือการส่งสัญญาณชัดว่า ภูมิใจไทยพร้อมเป็นแกนกลางจัดตั้งรัฐบาลที่ทุกฝ่าย “รับได้”

ในทางกลับกัน สไตล์การเมืองแบบดุดันและเครือข่ายกว้างขวางของธรรมนัส ซึ่งเคยเป็นสินทรัพย์ในยุคหนึ่ง กลับกลายเป็นความเสี่ยงในสายตาผู้ออกแบบเกมอำนาจยุคใหม่ ความร้อนแรงที่เคยสร้างพลังต่อรอง กำลังถูกมองว่าเป็นภาระต่อภาพลักษณ์รัฐบาลที่ต้องการความน่าเชื่อถือระดับสากล

การ “หักเขี้ยว” จึงไม่ใช่การปะทะตรงๆ แต่เป็นการค่อยๆ ตัดวงจรอำนาจ ผ่านกลไกสภา การจัดวางตัวบุคคล และการสื่อสารทางการเมืองที่ทำให้ธรรมนัสถูกจำกัดบทบาทให้อยู่ในพื้นที่เฉพาะ การลดทอนความสำคัญในสมการจัดตั้งรัฐบาล คือการถอนรากอิทธิพลอย่างนิ่มนวลแต่ได้ผล

หมากสำคัญที่สุดในกระดานนี้คือแนวคิด “รัฐบาลเทคโนแครต” ไพ่ตายที่ภูมิใจไทยกำลังหยิบขึ้นมาในจังหวะที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ตลาดทุนหวั่นไหว และความเชื่อมั่นนักลงทุนต้องการความชัดเจน รัฐบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การคลัง และนโยบายสาธารณะเข้ามานั่งเก้าอี้สำคัญ จะช่วยลดแรงต้านจากประชาชนที่เหนื่อยล้ากับการเมืองแบบทะเลาะไม่รู้จบ

ในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือการยิงนัดเดียวได้นกหลายตัว ประการแรก ลดภาพความหิวอำนาจของนักการเมือง ประการที่สอง สร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มทุนทั้งในและต่างประเทศ และประการสุดท้าย เปิดพื้นที่ให้ภูมิใจไทยทำหน้าที่ “ผู้กำกับนโยบาย” อยู่เบื้องหลัง โดยไม่ต้องแบกรับแรงกระแทกทางการเมืองโดยตรง

โมเดลนี้ทำให้พรรคสามารถเคลมผลงานเมื่อสำเร็จ แต่กระจายความรับผิดเมื่อเกิดข้อผิดพลาด เป็นเกมที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เพราะหากบริหารสมดุลไม่ดี เทคโนแครตอาจกลายเป็นอิสระเกินควบคุม แต่หากทำได้สำเร็จ ภูมิใจไทยจะกลายเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีทั้ง “เสียงในมือ” และ “ความชอบธรรมในสายตาตลาด”

คำถามสำคัญคือ การเปลี่ยนผ่านนี้จะยั่งยืนหรือไม่ เพราะการเมืองไทยเต็มไปด้วยตัวแปรเหนือความคาดหมาย การถอนรากธรรมนัสอาจสำเร็จในเชิงโครงสร้าง แต่เครือข่ายอำนาจท้องถิ่นยังคงมีบทบาท และอาจกลับมาเป็นตัวแปรในจังหวะวิกฤติ

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากภาพรวม ภูมิใจไทยกำลังประกาศชัดว่า “ยุคบ้านใหญ่ไร้หลักการจบลงแล้ว” พรรคพยายามพิสูจน์ว่าตนเองสามารถยกระดับจากการเป็นผู้เล่นเชิงปริมาณ ไปสู่ผู้เล่นเชิงคุณภาพในระดับนโยบาย และหากรัฐบาลเทคโนแครตเกิดขึ้นจริงภายใต้การประคับประคองของภูมิใจไทย นั่นจะเป็นการยึดพื้นที่อำนาจในระยะยาวอย่างแท้จริง

เกมนี้จึงไม่ใช่แค่การชิงเก้าอี้รัฐมนตรี แต่คือการกำหนดทิศทางการเมืองขั้วอนุรักษนิยมทั้งกระดาน หากอนุทินสามารถประสานผลประโยชน์กลุ่มอำนาจเดิมกับความคาดหวังของโลกสมัยใหม่ได้ลงตัว เขาจะไม่ได้เป็นเพียงหัวหน้าพรรคที่เก่งต่อรอง แต่จะกลายเป็น “ผู้จัดระเบียบอำนาจ” คนใหม่ของทศวรรษ

และในสมรภูมิที่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน พรรคที่คิดไกลกว่า ย่อมได้เปรียบกว่าเสมอ วันนี้หมากของภูมิใจไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดตัดสำคัญ ส่วนธรรมนัสจะถูกถอนรากจริงหรือไม่ คงต้องวัดกันที่ผลลัพธ์สุดท้ายของการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป แต่ที่แน่ๆ เกมนี้ไม่ได้เล่นเพื่อวันพรุ่งนี้ หากเล่นเพื่อครองกระดานในอีกสิบปีข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...