ทรัมป์เดินหน้าดันสหรัฐสู่สงครามกับอิหร่าน เมินที่ปรึกษาเตือนให้เร่งกู้เศรษฐกิจ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่า ทรัมป์สั่งการให้มีการเสริมกำลังทหารขนานใหญ่ในตะวันออกกลาง และเตรียมการสำหรับการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านที่อาจกินเวลานานหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐยังไม่ได้อธิบายรายละเอียดต่อสาธารณชนชาวอเมริกันว่า เหตุใดจึงต้องนำพาประเทศเข้าสู่ปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งอาจเป็นครั้งใหญ่ที่สุดกับอิหร่าน นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติ เมื่อปี 2522
ทั้งนี้ ความหมกมุ่นของทรัมป์ที่มีต่ออิหร่านกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดว่า การดำเนินนโยบายต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการใช้อำนาจทางการทหารแบบดั้งเดิม กลายเป็นวาระหลักในช่วง 13 เดือนแรกของวาระที่สองของทรัมป์ จนบดบังประเด็นปัญหาในประเทศ เช่น ค่าครองชีพ ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนระบุว่า เป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องนอกประเทศ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวคนหนึ่งกล่าวว่า แม้ทรัมป์จะใช้วาทกรรมที่แข็งกร้าวเพียงใด แต่ภายในรัฐบาลเองก็ยังไม่มี “การสนับสนุนที่เป็นเอกฉันท์” ที่จะเดินหน้าโจมตีอิหร่าน บรรดาที่ปรึกษาของทรัมป์ต่างตระหนักถึงความจำเป็น ในการต้องหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณที่ “เบี่ยงเบนความสนใจ” ไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ซึ่งกลุ่มนี้กังวลเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า
มีรายงานว่า ที่ปรึกษาหลายคนในทำเนียบขาวและทีมงานฝ่ายรณรงค์หาเสียงของพรรครีพับลิกัน ต้องการให้ทรัมป์มุ่งเน้นไปที่เรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งกลางเทอม ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. นี้ ทว่าทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกคนในทำเนียบขาวยืนยันว่า นโยบายต่างประเทศของทรัมป์นั้น “ส่งผลดีโดยตรงต่อชาวอเมริกัน” เพราะ “ทุกการกระทำของประธานาธิบดีคือการยึดถืหลักการอเมริกาต้องมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการทำให้โลกทั้งใบปลอดภัยขึ้น หรือการนำผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจกลับมาสู่ประเทศ”
ตามประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ นโยบายต่างประเทศมักไม่ใช่ประเด็นตัดสินสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลางเทอม แต่การที่ทรัมป์เคลื่อนกำลังพลจำนวนมหาศาล ทั้งเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบ และเครื่องบินรบไปยังตะวันออกกลาง อาจกลายเป็นการทำให้ทรัมป์ "ติดหล่ม" เว้นแต่อิหร่านจะยอมอ่อนข้อครั้งใหญ่ ซึ่งจนถึงขณะนี้รัฐบาลเตหะรานยังไม่แสดงความเต็มใจที่จะทำเช่นนั้น
นอกจากนี้ เหตุผลที่ทรัมป์หยิบยกมาอ้างสำหรับการโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นนั้น ยังคงคลุมเครือและหลากหลาย ตอนแรกผู้นำสหรัฐขู่จะปฏิบัติการเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้การปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงของรัฐบาลอิหร่าน แต่แล้วก็ถอยออกมา ต่อมาทรัมป์เปลี่ยนมาขู่โดยยื่นเงื่อนไขให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ และโยนแนวคิดเรื่อง “การเปลี่ยนระเบียบการปกครอง” แต่ทุกอย่างยังคงเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน.
เครดิตภาพ : REUTERS