“สหรัฐ-อิหร่าน” หวนโต๊ะเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา 26 ก.พ.69 ท่ามกลางแรงกดดันทหาร
โอมานยืนยัน "สหรัฐ-อิหร่าน" หวนโต๊ะเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา 26 ก.พ.69 อิหร่านชี้ยังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงแบบชนะทั้งสองฝ่าย แม้สหรัฐเสริมกำลังในตะวันออกกลาง
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01.43 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐและอิหร่านเตรียมกลับมาเจรจากันอีกครั้งในวันพฤหัสบดีนี้ที่นครเจนีวา ตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง สะท้อนความพยายามเดินหน้าหาทางออกทางการทูตต่อความตึงเครียดล่าสุดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า เขาคาดว่าจะพบกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐในการเจรจาครั้งนี้ พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมถูกกดดันจากการเสริมกำลังทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง
อารักชีกล่าวในรายการ Face the Nation ของสถานี CBSว่า “ผมเชื่อว่ายังมีโอกาสดีที่จะได้ทางออกทางการทูต บนพื้นฐานของสถานการณ์แบบชนะทั้งสองฝ่าย และทางออกนั้นอยู่ไม่ไกลจากมือเรา”
ด้านบัดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า การเจรจาสหรัฐ-อิหร่านถูกกำหนดให้จัดขึ้นที่เจนีวาในวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมแรงผลักดันเชิงบวกเพื่อก้าวไปอีกขั้นสู่การสรุปข้อตกลง โดยหลังการหารือรอบก่อน เจ้าหน้าที่สหรัฐเคยระบุว่าอิหร่านจะกลับมาพร้อมข้อเสนอภายในสองสัปดาห์ เพื่ออุดช่องว่างที่ยังคงเหลืออยู่
ในช่วงเดียวกัน สหรัฐได้เพิ่มกำลังทหารจำนวนมากในตะวันออกกลาง รวมถึงการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กดดันให้อิหร่านทำข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ และกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของการโจมตีทางทหารแบบจำกัด ซึ่งเสี่ยงจุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ในภูมิภาค
อารักชีย้ำอีกครั้งว่า อิหร่านกำลังจัดทำข้อเสนอข้อตกลงที่ตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย และเชื่อว่าการพบกันในเจนีวานี้จะช่วยให้สามารถจัดทำร่างข้อความที่ดีและบรรลุข้อตกลงได้อย่างรวดเร็ว
ด้านคณะกรรมการผู้ว่าการของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) มีกำหนดประชุมที่กรุงเวียนนาในวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งนักการทูตคาดว่าอาจมีการพิจารณามติใหม่ตำหนิอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ และอาจส่งเรื่องต่อไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
ทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายให้อิหร่านภายใน 10–15 วันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐจะส่งสัญญาณไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับรูปแบบข้อตกลงที่ต้องการ แต่ท่าทีล่าสุดบ่งชี้ว่าทรัมป์อาจมุ่งสู่ข้อตกลงที่มีขอบเขตจำกัดมากขึ้น
วิตคอฟฟ์ให้สัมภาษณ์ Fox News ว่า เงื่อนไขการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นศูนย์ (zero enrichment) เป็นสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้ ซึ่งขัดแย้งกับรายงานของสื่ออิหร่านที่อ้างว่าสหรัฐยอมรับเส้นแดงของอิหร่านในการเดินหน้าการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อไป
อารักชีตอบโต้ว่า“การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นสิทธิของเรา” และยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ และไม่ได้มุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
นอกจากนี้หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า อิหร่านตกลงทำข้อตกลงมูลค่า 500 ล้านยูโร เพื่อจัดซื้อขีปนาวุธพกพาติดไหล่ขั้นสูงจากรัสเซียหลายพันลูก ภายในระยะเวลา 3 ปี
อ้างอิง : bloomberg.com