โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ด่วน! ศาลฎีกาสหรัฐฯ ชี้มาตรการภาษี “ทรัมป์” ผิดกฎหมาย กระทบการค้าโลก

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลาง หลังดำเนินมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกโดยอาศัยอำนาจพิเศษอย่างกว้างขวาง คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของทำเนียบขาวในประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงกับนโยบายต่างประเทศและวาระเศรษฐกิจหลักของผู้นำสหรัฐฯ

คำวินิจฉัยครั้งนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองต่อศาลฎีกาซึ่งมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม โดยก่อนหน้านี้ในปีที่ผ่านมา ศาลเคยมีคำสั่งฉุกเฉินหลายครั้งที่เข้าข้างประธานาธิบดีในคดีที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการอพยพ การปลดผู้นำหน่วยงานอิสระ และการปรับลดงบประมาณภาครัฐในวงกว้าง

จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา เป็นผู้เขียนคำวินิจฉัยเสียงข้างมาก โดยศาลมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง เห็นว่ามาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าวเกินขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ศาลระบุว่า ประธานาธิบดีได้อ้างอำนาจพิเศษเพื่อกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าในระดับ จำนวน ระยะเวลา และขอบเขตที่ไม่จำกัด ซึ่งไม่สอดคล้องกับกรอบกฎหมายของรัฐสภา

ในคำวินิจฉัย ศาลชี้ว่า เมื่อพิจารณาจากบริบททางรัฐธรรมนูญ ประวัติศาสตร์ และขอบเขตของอำนาจฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีจำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐสภาอย่างชัดเจนก่อนใช้อำนาจในลักษณะดังกล่าว พร้อมย้ำว่าอำนาจฉุกเฉินที่ทรัมป์พยายามอ้างนั้น “ไม่เพียงพอ” ตามหลักกฎหมายของรัฐบาลกลาง

#ศาลฎีกาสหรัฐ #โดนัลด์ทรัมป์ #ภาษีนำเข้า #ข่าวต่างประเทศ #เศรษฐกิจโลก #นโยบายการค้า #การเมืองสหรัฐ #ข่าวการเมืองโลก #ข่าวด่วน #วิเคราะห์เศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...