โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

III มั่นใจรายได้ปี 69 โต 15% ลุยเปิด “Cargo Airline” Q4 รับอานิสงส์ขนส่งอากาศฟื้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ผู้นำธุรกิจ
โลจิสติกส์ระหว่างประเทศระดับภูมิภาค เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 604.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศที่เติบโตทั้งในส่วนของการขนส่งสินค้าและคลังสินค้า รวมถึงกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์ที่ได้พันธมิตรรายใหม่ที่ให้บริการ ISO Tank Container ทำให้มีลูกค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว (Liquid Product) มาใช้บริการ ขณะที่มีกำไรสุทธิ 95.1 ล้านบาท ชะลอตัว 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และชะลอตัว 13.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องมาจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมลงทุนที่ลดลงชั่วคราว

ทั้งนี้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA มีค่าใช้จ่ายจากการลงทุนด้านอุปกรณ์และบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมครั้งใหญ่ในการเป็นผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า AOTGA ยังเติบโตได้เป็นอย่างดี จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ บมจ.เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ ANI มีรายการพิเศษทางภาษีที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ซึ่งหากตัดรายการดังกล่าวถือว่าผลการดำเนินงานฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากค่าระวางและปริมาณขนส่งสินค้าทางอากาศที่สูงขึ้น

อีกทั้งคาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง จาก Aviation Ecosystem ของกลุ่มทริพเพิลไอและพันธมิตรที่เชื่อมโยงกันต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และแรงหนุนของค่าระวางทางอากาศที่ทรงตัวในระดับสูง นอกจากนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจาดีลควบรวมกิจการ (M&A) ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปกลางปีนี้เพื่อช่วยสร้างการขยายตัวให้กับโครงสร้างรายได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันมีปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้พื้นที่ระวางขนส่งสินค้าทางเรือตึงตัวและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น จนเกิดปัญหาการตกค้างของสินค้าและผู้ส่งออกหันมาใช้การขนส่งทางอากาศแทนการขนส่งทางเรือบางส่วน บริษัทฯ ได้สร้างโอกาสจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับสายการบินต่างๆ ทำให้ได้รับสิทธิในการจองพื้นที่ระวางเป็นลำดับต้นๆ ทำให้สามารถตอบสนองดีมานด์ บริหารต้นทุน และรักษาความสามารถในการทำกำไรได้เป็นอย่างดี

นายทิพย์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ คาดว่าในครึ่งปีหลังจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายจะทำให้ปริมาณการขนส่งสินค้าที่ชะลอไว้กลับมาคึกคักเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อแผนกลยุทธ์ Aviation Ecosystem ของบริษัทฯ ทั้งการขยายบริการ Airport Truck Link เชื่อมต่อจาก 3 สนามบินหลัก (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูเก็ต) ไปยังจีนและอาเซียน ตลอดจนการใช้ Airport Truck Link เป็นโซลูชันเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าจากสุวรรณภูมิและดอนเมืองไปยังสนามบินภูเก็ตเนื่องจากมีปริมาณพื้นที่ระวางให้สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

รวมถึงการเตรียมเปิดให้บริการสายการบินขนส่งสินค้า (Cargo Airline) ของบริษัทฯ คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในไตรมาส 4/2569 ซึ่งล่าสุดการนำร่องเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) เส้นทางกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดี โดยมีการให้บริการตามแผนที่วางไว้เฉลี่ย 1 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเตรียมเพิ่มความถี่รวมถึงขยายเส้นทางในอาเซียนในช่วงที่เหลือของปีนี้

นอกจากนี้ AOTGA ที่ทริพเพิล ไอ ได้ลงทุนผ่านบริษัท เอสเอแอล กรุ๊ป (ไทยแลนด์) หรือ SAL ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลผู้ให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้ารายที่ 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าจะเริ่มให้บริการในส่วนของบริการภาคพื้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ขณะที่ ANI ยังเดินหน้าขยายพันธมิตรสายการบินและเส้นทางให้บริการอย่างต่อเนื่อง

“จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทฯ ประเมินว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เนื่องจากความแข็งแกร่งของ Aviation Ecosystem ที่ได้วางไว้รวมถึงพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ สามารถทำให้บริษัทฯ สร้างโอกาสและต่อยอดศักยภาพทางธุรกิจได้อย่างหลากหลาย โดยไม่ได้พึ่งพารายได้จากเพียงธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เรายังคงมั่นใจและยืนยันเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ที่ 10-15% ตามแผนที่วางไว้” นายทิพย์ กล่าวสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...