โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยความเป็นไปได้ใหม่ เส้นทางลัดสู่ดาวอังคารที่ อาจ ลดเวลาเดินทาง ไป-กลับ ได้เกินครึ่ง

แนวหน้า

เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 17.00 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ vnexpress.net เปิดเผยข้อมูลที่น่าเหลือเชื่อ เมื่อการเดินทางข้ามดวงดาวที่เคยต้องใช้เวลารอนานเกือบปีอาจสั้นลงอย่างเหลือเชื่อ เมื่อมีการค้นพบเส้นทางโคจรใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์น้อย ซึ่งอาจช่วยลดระยะเวลาการเดินทางไป-กลับระหว่างโลกและดาวอังคารให้เหลือเพียงไม่กี่เดือน

โดยปกติแล้ว ระยะทางเฉลี่ย 225 ล้านกิโลเมตรระหว่างโลกและดาวอังคาร ต้องใช้เวลาเดินทางด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนานถึง 7-10 เดือน และหากรวมเวลาที่ต้องรอให้ตำแหน่งดาวเคราะห์ทั้งสองกลับมาเรียงตัวกันเพื่อเดินทางกลับ ภารกิจทั้งหมดอาจกินเวลานานเกือบ 3 ปี อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Acta Astronautica กำลังชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ที่ท้าทายขีดจำกัดเดิม

ดาวอังคาร

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

มาร์เซโล เด โอลิเวียรา ซูซา นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐริโอเดจาเนโรเหนือ ประเทศบราซิล ค้นพบแนวคิดนี้โดยบังเอิญขณะศึกษาดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกชื่อ 2001 CA21 เมื่อปี 2015 เขาพบว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีวิถีโคจรที่พิเศษมาก โดยตัดผ่านวงโคจรของทั้งโลกและดาวอังคารในลักษณะที่สามารถนำมาใช้เป็นแม่แบบในการออกแบบเส้นทางเดินยานอวกาศได้ และจากการคำนวณเบื้องต้นโดยอิงจากตำแหน่งการเรียงตัวของดาวเคราะห์ในปี 2020 ซูซาพบว่าในเชิงเรขาคณิตนั้น ยานอวกาศสามารถเดินทางจากโลกถึงดาวอังคารได้ภายในเวลาเพียง 34 วัน เท่านั้น แต่เส้นทางดังกล่าวมีความท้าทายมหาศาล เนื่องจากต้องใช้ความเร็วในการปล่อยตัวสูงถึง 32.5 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งเกินความสามารถของจรวดและระบบลงจอดในปัจจุบันไปมาก

ซูซาได้ขยายผลการศึกษาไปยังการเรียงตัวของดาวเคราะห์ในอนาคต ได้แก่ปี 2027, 2029 และ 2031 จนพบ หน้าต่างโอกาส ที่เหมาะสมที่สุดในปี 2031 ซึ่งมีความเป็นไปได้ทางเทคนิคสูงขึ้นภายใต้เทคโนโลยีที่กำลังพัฒนา

ดาวอังคาร

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

นอกจากแผนการความเร็วสูงแล้ว งานวิจัยยังเสนอทางเลือกที่ประหยัดพลังงานมากกว่า โดยใช้ความเร็วปล่อยตัวประมาณ 16.5 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 226 วัน แต่ก็ยังถือว่ารวดเร็วกว่ามาตรฐานภารกิจในปัจจุบันอย่างมาก

แม้แนวคิดนี้จะยังอยู่ในขั้นทฤษฎี แต่ซูซาชี้ให้เห็นว่าความเร็วที่ต้องการนั้นไม่ได้ไกลเกินเอื้อม เมื่อเทียบกับยาน New Horizons ของ NASA ที่เคยทำสถิติไว้ที่ 16.26 กิโลเมตรต่อวินาทีในการเดินทางไปดาวพลูโตเมื่อปี 2549 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เส้นทางลัดนี้เป็นจริงได้ ขึ้นอยู่กับการพัฒนายานอวกาศที่มีระบบขับเคลื่อนทรงพลังและโครงสร้างที่ทนทานต่อความเร็วสูง ซึ่งซูซามองว่าจรวดรุ่นใหม่ที่กำลังพัฒนาอย่าง Starship ของ SpaceX หรือ New Glenn ของ Blue Origin อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเดินทางสู่อาวกาศในระยะเวลาอันสั้นนี้เกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก vnexpress.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...