เผยความเป็นไปได้ใหม่ เส้นทางลัดสู่ดาวอังคารที่ อาจ ลดเวลาเดินทาง ไป-กลับ ได้เกินครึ่ง
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ vnexpress.net เปิดเผยข้อมูลที่น่าเหลือเชื่อ เมื่อการเดินทางข้ามดวงดาวที่เคยต้องใช้เวลารอนานเกือบปีอาจสั้นลงอย่างเหลือเชื่อ เมื่อมีการค้นพบเส้นทางโคจรใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์น้อย ซึ่งอาจช่วยลดระยะเวลาการเดินทางไป-กลับระหว่างโลกและดาวอังคารให้เหลือเพียงไม่กี่เดือน
โดยปกติแล้ว ระยะทางเฉลี่ย 225 ล้านกิโลเมตรระหว่างโลกและดาวอังคาร ต้องใช้เวลาเดินทางด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนานถึง 7-10 เดือน และหากรวมเวลาที่ต้องรอให้ตำแหน่งดาวเคราะห์ทั้งสองกลับมาเรียงตัวกันเพื่อเดินทางกลับ ภารกิจทั้งหมดอาจกินเวลานานเกือบ 3 ปี อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Acta Astronautica กำลังชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ที่ท้าทายขีดจำกัดเดิม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
มาร์เซโล เด โอลิเวียรา ซูซา นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐริโอเดจาเนโรเหนือ ประเทศบราซิล ค้นพบแนวคิดนี้โดยบังเอิญขณะศึกษาดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกชื่อ 2001 CA21 เมื่อปี 2015 เขาพบว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีวิถีโคจรที่พิเศษมาก โดยตัดผ่านวงโคจรของทั้งโลกและดาวอังคารในลักษณะที่สามารถนำมาใช้เป็นแม่แบบในการออกแบบเส้นทางเดินยานอวกาศได้ และจากการคำนวณเบื้องต้นโดยอิงจากตำแหน่งการเรียงตัวของดาวเคราะห์ในปี 2020 ซูซาพบว่าในเชิงเรขาคณิตนั้น ยานอวกาศสามารถเดินทางจากโลกถึงดาวอังคารได้ภายในเวลาเพียง 34 วัน เท่านั้น แต่เส้นทางดังกล่าวมีความท้าทายมหาศาล เนื่องจากต้องใช้ความเร็วในการปล่อยตัวสูงถึง 32.5 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งเกินความสามารถของจรวดและระบบลงจอดในปัจจุบันไปมาก
ซูซาได้ขยายผลการศึกษาไปยังการเรียงตัวของดาวเคราะห์ในอนาคต ได้แก่ปี 2027, 2029 และ 2031 จนพบ หน้าต่างโอกาส ที่เหมาะสมที่สุดในปี 2031 ซึ่งมีความเป็นไปได้ทางเทคนิคสูงขึ้นภายใต้เทคโนโลยีที่กำลังพัฒนา
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
นอกจากแผนการความเร็วสูงแล้ว งานวิจัยยังเสนอทางเลือกที่ประหยัดพลังงานมากกว่า โดยใช้ความเร็วปล่อยตัวประมาณ 16.5 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 226 วัน แต่ก็ยังถือว่ารวดเร็วกว่ามาตรฐานภารกิจในปัจจุบันอย่างมาก
แม้แนวคิดนี้จะยังอยู่ในขั้นทฤษฎี แต่ซูซาชี้ให้เห็นว่าความเร็วที่ต้องการนั้นไม่ได้ไกลเกินเอื้อม เมื่อเทียบกับยาน New Horizons ของ NASA ที่เคยทำสถิติไว้ที่ 16.26 กิโลเมตรต่อวินาทีในการเดินทางไปดาวพลูโตเมื่อปี 2549 ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เส้นทางลัดนี้เป็นจริงได้ ขึ้นอยู่กับการพัฒนายานอวกาศที่มีระบบขับเคลื่อนทรงพลังและโครงสร้างที่ทนทานต่อความเร็วสูง ซึ่งซูซามองว่าจรวดรุ่นใหม่ที่กำลังพัฒนาอย่าง Starship ของ SpaceX หรือ New Glenn ของ Blue Origin อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเดินทางสู่อาวกาศในระยะเวลาอันสั้นนี้เกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก vnexpress.net