โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 มรดกโลกแห่งโอกินาว่า: นากะกุสุกุ ตำนานเคียงข้างอาณาจักรริวกิว

conomi

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 12.00 น. • conomi.co

บนเขาสูงที่ เมืองนากะกุสุกุ (中城村) จังหวัดโอกินาว่ามีซาก ปราสาทนากะกุสุกุ (中城) ที่เป็นที่มาของชื่อเมืองอยู่ นอกจากนากะกุสุกุจะติดอันดับ 100 ปราสาทที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นหนึ่งใน 5 ปราสาทหรือกุสุกุ (城) ที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO อีกด้วย แต่เรารู้จักอาณาจักรริวกิว (琉球王国) ผ่านนากะกุสุกุได้อย่างไรบ้าง? ลองไปดูกันค่ะ

ปราสาทของแม่ทัพใหญ่แห่งจูซัน

อาณาจักรริวกิวถือกำเนิดขึ้นเมื่อจูซัน (中山) หนึ่งในสามอาณาจักรในเกาะโอกินาวา ณ ขณะนั้นได้รวมอาณาจักรนันซัน (南山) และโฮคุซัน (北山) เข้าไว้ด้วยกัน โดยหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการรวมประเทศคือโกซามารุ (護佐丸) แม่ทัพใหญ่ของโช ฮาชิ (尚巴志) กษัตริย์แห่งจูซัน

หลังจากที่ยึดนาคิจินกุสุกุ (今帰仁城) ของโฮคุซันได้ โกซามารุได้อาศัยอยู่ที่นาคิจินอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะย้ายมายังซาคิมิกุสุกุ (座喜味城) แล้วจึงย้ายมาที่นากะกุสุกุ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นปราสาทของแม่ทัพแล้ว แน่นอนว่านากะกุสุกุก็ต้องมีโครงสร้างที่เหมาะกับการรบอยู่ เช่นการที่ปราสาทมีกำแพงกั้นอาณาเขต (郭) 3 อาณาเขตเพื่อให้ง่ายต่อการโจมตีข้าศึกที่บุกเข้ามาในปราสาท เป็นต้น

3 ยุค 3 สถาปัตยกรรมในที่เดียว

ถ้าจะมีซากโบราณสถานที่เราจะเห็นพัฒนาการการก่อสร้างของอาณาจักรริวกิวได้ชัดเจน หนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้นนากะกุสุกุแน่นอน เมื่อเดินจากทางเข้าปราสาททะลุผ่านปีกใต้และทั้ง 3 อาณาเขตของปราสาทแล้ว เราจะเห็นการก่อหินที่ต่างออกไปในแต่ละจุด

ปีกใต้: การก่อหินแบบโนสึระสึมิ

โนสึระสึมิ (野面積み) เป็นรูปแบบการก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุด โดยนำหินที่ไม่ได้ผ่านการตัดแต่งมาใช้

จากขวาเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการก่อหินแบบโนสึระสึมิไปเป็นนุโนะสึมิ

อาณาเขตที่ 1 และ 2: การก่อหินแบบนุโนะสึมิ

นุโนะสึมิ (布積み) หรืออีกชื่อหนึ่งคือโทฟุสึมิ (豆腐積み) เป็นรูปแบบการก่อสร้างต่อมาที่ตัดหน้าหินให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมรับกันพอดี ทำให้ดูเหมือนผืนผ้า (นุโนะ, 布) หรือเต้าหู้ (โทฟุ, 豆腐) จนเป็นที่มาของชื่อ

ปล. จากอาณาเขตที่หนึ่ง เพื่อน ๆ สามารถมองเห็นทะเลทั้งสองฝั่งของเกาะโอกินาวาได้ เป็นวิวที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

อาณาเขตที่ 3: การก่อหินแบบไอคาตะสึมิ

ไอคาตะสึมิ (相方積み) หรืออีกชื่อหนึ่งคือคิคโครันสึมิ (亀甲乱積み) เป็นรูปแบบการก่อสร้างที่นำหินมาตัดเป็นรูปทรงหลายเหลี่ยมให้รับกันพอดี เป็นรูปแบบการก่อสร้างแบบใหม่ที่พบได้ทั้งที่นี่และกำแพงปราสาทชูริ ด้วยรูปร่างหลายเหลี่ยมจึงทำให้ดูเหมือนกระดองเต่า (亀甲) จนเป็นที่มาของชื่อเช่นกัน

ทั้งนี้ นายพลเปอร์รี่ (Matthew Calbraith Perry) ผู้นำเรือดำมาบังคับให้ญี่ปุ่นต้องเปิดประเทศในสมัยเอโดะ (江戸時代) เคยแวะเยือนที่อาณาจักรริวกิวก่อนจะเดินทางต่อไปยังญี่ปุ่น โดยนายพลเปอร์รี่เคยแสดงความเห็นว่ากำแพงของนากะกุสุกุถูกออกแบบมาให้รับแรงกระสุนปืนใหญ่ได้ดี แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจได้ว่าคำพูดนี้เป็นจริงหรือไม่ แต่ก็อาจกล่าวได้ว่านากะกุสุกุเป็นหนึ่งในปราสาทที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัดก็ว่าได้

ฉากสุดท้ายของแม่ทัพผู้ภักดี

ใช่ค่ะ แม้นากะกุสุกุจะเป็นปราสาทที่ไร้เทียมทาน แต่ที่นี่ก็มีตำนานเรื่องเศร้าอยู่ หลังจากที่กษัตริย์โช ฮาชิสิ้นพระชมน์ พระโอรสโช ไทคิว (尚 泰久) ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรริวกิวองค์ต่อมาโดยได้อภิเษกกับบุตรสาวของโกซามารุ ทำให้โกซามารุมีความใกล้ชิดกับราชวงศ์ อย่างไรก็ตาม ขุนนางอีกคนหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับราชวงศ์คืออามาวาริ (阿麻和利) ราชบุตรเขยและเจ้าปราสาทคัตสึเรนกุสุกุ (勝連城) ผู้มีอำนาจทางการเงินจากการค้า เพื่อความอุ่นใจ กษัตริย์โช ไทคิวจึงโปรดให้โกซามารุย้ายจากซาคิมิกุสุกุมายังนากะกุสุกุที่อยู่ตรงกลางระหว่างพระราชวังชูริและคัตสึเร็นกุสุกุเพื่อเฝ้าระวังอามาวาริ

อย่างไรก็ตาม อามาวาริได้ทูลความเท็จว่าโกซามารุกำลังวางแผนกบฏและได้รับพระราชโองการให้ยกทัพมาตีนากะกุสุกุ แม้จะถูกกล่าวหา แต่โกซามารุเลือกที่จะไม่สู้กับกองทัพของอามาวาริเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและจบชีวิตตัวเองในปราสาท โดยเรื่องเล่ากล่าวว่าโกซามารุได้ซ่อนสาส์นถึงกษัตริย์โช ไทคิวเกี่ยวแผนกบฏของอามาวาริไว้ในปากของตัวเอง ด้วยรู้ว่าอามาวาริต้องนำศีรษะของตัวเองไปถวายกษัตริย์แน่นอน ซึ่งเป็นจริงตามนั้น เมื่อกษัตริย์โช ไทคิวทรงทราบจึงให้แม่ทัพอีกคนนามอุฟุกุสุกุ เคนยู (大城賢雄) พาพระธิดา (ภรรยาของอามาวาริ) ที่คัตสึเร็นกุสุกุกลับมาก่อนจะตีคัตสึเร็นกุสุกุและนำอามาวาริมาประหาร เป็นอันสิ้นสุดความขัดแย้งในพระราชสำนักที่เป็นที่เล่าลือจนปัจจุบัน

เรื่องราวของโกซามารุได้กลายเป็นตำนานที่นิยมเล่าต่อกันมาในอาณาจักรริวกิว จนต่อมาได้ถูกนำมาประพันธ์เป็นบทละครคุมิโอโดริ (組踊) ชื่อ “นิโดเทคิอุจิ (二童敵討)” โดยทามะกุสุกุ โจคุง (玉城朝薫) โดยเนื้อหาเป็นเรื่องของบุตรชายของโกซามารุที่วางแผนลอบสังหารอามาวาริเพื่อแก้แค้นให้บิดา ซึ่งปัจจุบันคุมิโอโดริเองก็ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเช่นกัน

อาจกล่าวได้ว่าโกซามารุได้ทิ้งชื่อของตัวเองไว้ทั้งในปราสาทนากะกุสุกุและในบทละครที่เป็นมรดกโลกของโอกินาวา จึงไม่แปลกที่โกซามารุจะกลายเป็นตำนานคู่อาณาจักรริวกิวเพื่อน ๆ ที่สนใจเยี่ยมหลุมศพของโกซามารุสามารถไปเยี่ยมสักการะได้ที่ปีกตะวันออกของปราสาทนะคะ

ปราสาทของมงกุฏราชกุมารแห่งริวกิว

หลังสมัยของโกซามารุ นากะกุสุกุยังคงความสำคัญต่อในฐานะปราสาทในเขตการปกครองของมงกุฏราชกุมารแห่งอาณาจักรริวกิวค่ะ โดยมงกุฏราชกุมารแห่งอาณาจักรริวกิวจะได้รับยศเจ้าชายแห่งนากะกุสุกุ (中城王子) เจ้าชายแห่งนากะกุสุกุองค์สุดท้ายคือโช เท็น (尚典) พระโอรสในกษัตริย์โช ไท (尚泰) กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรริวกิว เจ้าชายโช เท็นได้เสียยศตำแหน่งนี้ไปพร้อม ๆ กับที่อาณาจักรริวกิวถูกสั่งลดขั้นให้ไปเป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นอันสิ้นสุดตำนานของนากะกุสุกุ

ถึงอย่างนั้น นากะกุสุกุก็ยังรอดพ้นจากสงครามและยังคงเหลือเค้าความยิ่งใหญ่ในปัจจุบันให้เห็นอยู่ สมกับที่เป็นปราสาทในตำนานของอาณาจักรริวกิวค่ะ

ข้อมูลทั่วไป

เวลาทำการ: 8.30 – 17.00 น. (ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายนจะเปิดจนถึงเวลา 18.00 น.)
วันหยุดทำการ: ไม่มีวันหยุด
โทรศัพท์: 098-935-5719
การเดินทาง:
(รถส่วนตัว)ขับรถจากสนามบินนะฮะ 1 ชั่วโมง
(รถบัส) นั่งรถสาย 152 ไปลงที่ป้ายนากะกุสุกุ (中城) แล้วต่อรถแท๊กซี่ขึ้นไปยังตัวปราสาท
ค่าเข้า:
ผู้ใหญ่/เด็ก 400 เยน
อีเว้นท์ที่ห้ามพลาด! : Gosamaru Projection Mapping งานแสดงสีเสียงที่มีทั้งระบำเชิดสิงโต การแสดงเอซา และบทละครที่เล่าเรื่องโกซามารุ โดยมีนากะกุสุกุเป็นฉากหลัง งาน-นี้-เข้า-ฟรี-ค่ะ! ติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์นี้เลย เพื่อนๆ ที่สนใจบรรยากาศงานปีก่อนๆ สามารถชมที่คลิปด้านล่างนี้ได้ค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก
JTBパブリッシング(2017)「中城城跡」『ニッポンを解剖する!沖縄図鑑』,pp.88-89
高良倉吉(2013)「中城城跡」『沖縄の世界遺産』,pp.80-85

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...