BAFS กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้ 3.85 พันลบ. รุกธุรกิจท่อส่งน้ำมัน-พลังงานสะอาด
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 03.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์นางสาวพิศพงศ์ จันทรานนท์ ผู้จัดการแผนกลงทุนสัมพันธ์ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยในกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานปี 2568 โดยมีรายได้รวม 3,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% จากช่วงเดียวของปีก่อน และ EBITDA อยู่ที่ 1,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจเติมน้ำมันอากาศยาน ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ธุรกิจหลักของ BAFS ยังคงมาจากธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของรายได้รวม โดยในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองอยู่ที่ 17.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 95% ของระดับก่อนเกิดโควิด-19 ซึ่งอยู่ที่ราว 17.9 ล้านลิตรต่อวัน สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทยังคงมองการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องติดตามสถานการณ์สงครามในอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทยังคงเป้าหมายปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานทั้งปีไว้ที่ 5,560 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2568 และคาดว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 3,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ซึ่งรับแรงหนุนของธุรกิจหลักที่ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่า ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางต่อปริมาณเติมน้ำมันยังอยู่ในระดับจำกัด แม้ในช่วงแรกจะเห็นปริมาณเติมน้ำมันในเส้นทางตะวันออกกลางลดลงราว 1.1 ล้านลิตรต่อวัน จากระดับปกติประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน แต่หลังจากสายการบินทยอยปรับเส้นทางบินและเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินพิสัยไกลมากขึ้น ผลกระทบดังกล่าวเริ่มลดลง เหลือราว 500,000-600,000 ลิตรต่อวัน
ในกรณีฐาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปอีกราว 4 เดือน บริษัทคาดว่าปริมาณเติมน้ำมันทั้งปี 2569 ยังจะเติบโตได้ 1.9% จากปีก่อน หรืออยู่ที่ประมาณ 5,470 ล้านลิตร ขณะที่รายได้รวมยังมีแนวโน้มขยายตัวราว 3% มาอยู่ที่ประมาณ 3,820 ล้านบาท สะท้อนว่าธุรกิจยังสามารถรักษาทิศทางการเติบโตได้ แม้อยู่ภายใต้ภาวะเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
นอกจากนี้ แนวโน้มปี 2569 ยังได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำมันผ่านท่อภาคเหนือจะเติบโต 11% มาอยู่ที่ระดับ 1,500 ล้านลิตร โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการท่อเชื่อมภาคเหนือ หรือ Link Line ช่วงอ่างทอง-สระบุรี ที่มีความคืบหน้าตามแผน และเตรียมเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2570 ขณะเดียวกัน ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ายังคงเป็นอีกฐานรายได้สำคัญ โดยบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 55 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการเพิ่มเติมอีก 4 เมกะวัตต์ เพื่อเสริมเสถียรภาพของรายได้ในระยะยาว
ในด้านฐานะการเงิน BAFS ระบุว่ายังคงมีความพร้อมรองรับการขยายธุรกิจและความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง สภาพคล่องเพียงพอ และยังคงบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างรอบคอบ ขณะที่คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา 0.33 บาทต่อหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นต่อความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
นางสาวพิศพงศ์ จันทรานนท์ ระบุว่า แม้ปัจจัยเสี่ยงจากสงครามในอ่าวเปอร์เซียยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น การกระจายพอร์ตธุรกิจ และการบริหารต้นทุนรวมถึงสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทเชื่อว่ายังสามารถรักษาแนวโน้มการเติบโตได้ทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง