โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปประเด็นเดือดที่ซอยรามฯ53 มวลชนนับพันล้อมกรอบ สาวสองหมิ่นศาสนา

แนวหน้า

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เหตุการณ์ความชุลุมุนที่เกือบจะเป็นการจลาจล ที่ซอยรามคำแหง 53 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีผู้คนนับพันมารวมตัวกันจากความไม่พอใจ ที่จากกรณี นายอับดุลเลาะห์ หรือชื่อที่ใช้ในโซเชียล คือ "มาดาม" ซึ่งเป็น LGBTQ บ้านเดิมอยู่จังหวัดนราธิวาส แต่มาทำงานที่กรุงเทพฯ มีการไลฟ์มีเนื้อหาดูคัมภีร์อัลกุรอานและหมิ่นศาสนาอิสลาม เมื่อข่าวแพร่สะพัดไปจึงทำให้มีการมารวมตัวของผู้ที่ไม่พอใจจำนวนมาก เรื่องราวนี้มีที่มาอย่างไร “แนวหน้าออนไลน์” จะสรุปให้ฟัง

1. จุดเริ่มต้น

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 3-4 วันก่อนหน้านี้ เมื่อมีการออกมาตักเตือนกลุ่มสาวสองมุสลิมเกี่ยวกับการสวมชุดฮิญาบ (ผ้าคลุมผม) โดยอ้างอิงตามหลักการทางศาสนา ที่ห้ามชายแต่งกายเลียนแบบหญิง โดยบุคคลที่เป็นประเด็นหลักคือ "เลาะห์" (หรือที่รู้จักในชื่อ "มาดามเลาะ")

2. ชนวนเหตุจากการไลฟ์สด: การเย้ยหยันคัมภีร์

สถานการณ์บานปลายเมื่อมีการไลฟ์สดพูดคุยกันระหว่างกลุ่มสาวสองกับฝ่ายที่มาตักเตือน ชื่อ "ฟรีส" แม้ฝ่ายตักเตือนจะพยายามอธิบายด้วยเหตุผลและยกอัลกุรอานมาดีเบตด้วยท่าทีที่สุภาพ แต่ "เลาะห์" กลับมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การแสดงท่าทางลบหลู่ และจุดที่รุนแรงที่สุดคือ การนำบทอ่านในอัลกุรอานมาดัดแปลงเพื่อเย้ยหยันอย่างหยาบคาย โดยเปลี่ยนคำสรุปท้ายของโองการ อัลฟาติฮะ (Al-Fatiha) ซึ่งเป็นโอกงการที่มุสลิมจะต้องอ่านในการทำละหมาด จาก "วาลัฎฎอ ลีน" เป็น "วาลัฎฎอ ฮายิง" (ซึ่งคำหลังในภาษาท้องถิ่นแปลว่า สุนัข)

3. กระแสต่อต้านและการท้าทายในโลกโซเชียล

คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกมุสลิม (ไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน และลามไปถึงแถบอาหรับ) สร้างความเสียใจและโกรธเคืองอย่างรุนแรง เนื่องจากอัลกุรอานคือสิ่งสูงสุดที่มุสลิมยึดถือ แม้จะมีการเรียกร้องให้ขอโทษ แต่ในระยะแรก "เลาะห์" ยังคงแสดงท่าทีท้าทายผ่านโซเชียลและไม่เกรงกลัวต่อกระแสดราม่า ทำให้ไฟแห่งความโกรธแค้นยิ่งโหมหนักขึ้น

4. การเผชิญหน้า ณ ซอยรามคำแหง 53 (10 พฤษภาคม 2569)

เมื่อมีการตามหาตัวจนพบว่า "เลาะห์" กบดานอยู่ในพื้นที่ ประธานชุมชนสุเหร่าจระเข้จึงได้ประสานงานเพื่อให้นัดมาพูดคุย เจรจาเพราะเกรงว่าหากปล่อยไป สถานการณ์จะบานปลาย โดยนัดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 53 ในช่วงเย็น แต่เมื่อข่าวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีมวลชนนับพันคนมารวมตัวกันด้วยความโกรธแค้นจนเกือบเกิดเหตุจลาจล

5. บทสรุปและการยอมรับผิด

ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียด "เลาะห์" ได้ยอมรับผิดและขอโทษครอบครัว โดยระบุว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจต่อมวลชนที่อยู่โดยรอบ "เลาะห์" ได้ กล่าวขอโทษและสำนึกผิดและพร้อมจะปรับปรุงตัวเองใหม่ พร้อมทำตามข้อเรียกร้อง ของมวลชนที่มาชุมนุม ดังนี้:

การตบปากตนเอง: เพื่อเป็นการขอโทษต่อคำพูดลบหลู่ที่ได้ลั่นวาจาออกไป

การยอมโกนศีรษะ: เพื่อแสดงความสำนึกผิดอย่างสูงสุดต่อหน้ามวลชน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้นเกิดเหตุชุลมุนขึ้น เพราะแม้ว่าคนที่อยู่ด้านหน้าร้านอาหาร ที่มีการเจรจากัน จะได้ยินและรับรู้การขอโทษของ “เลาะห์” แต่คนที่อยู่ห่างออกไปบนถนน ยังไม่ได้ยิน

การเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย: เจ้าหน้าที่สายตรวจกว่า 10 นายต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์และนำตัวไปที่โรงพัก ท่ามกลางความชุลมุนที่มวลชนบางส่วนพยายามจะเข้าถึงตัวยิน จึงเกิดชุลมุนต้องเรียกสายตรวจนับ 10 นาย มาควบคุมสถานการณ์ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำตัว “เลาะห์” ออกไปจากจุดเกิดเหตุได้ในที่สุด

ขอบคุณที่มา : บังเอ๋ มหาดไทย ,บังซัน ดูไบ ,เจ๊ม้อย v+

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...