โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

พระชายาสุดหวงของท่านอ๋องคลั่งรัก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 พ.ย. 2566 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2566 เวลา 10.00 น. • ชาไทยเย็น
เขาและนางผ่านค่ำคืนที่เร่าร้อนโดยมิได้ตั้งใจ แต่ใครจะคิดว่าหลังงานอภิเษกที่ไม่เต็มใจนี้พระชายาของเขาจะเร่าร้อนดุจไฟจนเขาขาดนางไม่ได้…ทว่าที่นางทำล้วนมีจุดประสงค์เมื่อบรรลุเป้าหมายนางก็จะ

ข้อมูลเบื้องต้น

"ฟู่ซิ่วอิง"บุตรีของแม่ทัพใหญ่ถูกวางยาและส่งไปอยุ่ในห้องรับรองแขกใจตำหนักท่านอ๋องคืนงานเลี้ยงต้อนรับ

"ฉางรุ่ยหยาง" ท่านอ๋องคนใหม่ "องค์ชายหก" ของฮ่องเต้ที่ถูกส่งมาปกครองเมือง "หลิงโจว"

งานอภิเษกระหว่างทั้งคู่ถูกจัดขึ้นด้วยความไม่เต็มพระทัยของท่านอ๋องเพราะเขามิได้รักนาง และ นางก็มิได้รู้สึกพิเศษกับเขาเพียงแต่ "พรหมจรรย์" ที่เสียไป เขาจึงต้องรับผิดชอบ แต่งตั้งนางเป็นพระชายา

"เมิ่งลี่ถิง" บุตรสาวราชครู ผู้ที่เป็นคนที่ถูกเรียกได้ว่า "ว่าที่พระชายา" เดินทางตามท่านอ๋องมาจากเมืองหลวงกลับต้องเสียใจและโกรธแค้นยิ่งนักเมื่อท่านอ๋องต้องเข้าพิธีอภิเษกและแต่งตั้งสตรีอื่นเป็นพระชายาอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

“กรี๊ด!!!!! ช่วยด้วย!!! เร็ว ๆ เข้าพระชายา…..ฆ่าตัวตาย!!!”

“อะไรนะ!!!”

ราวกับเรื่องตลกเมื่อวันส่งตัวก็พบว่าพระชายานั้นฆ่าตัวตายในห้องส่งตัว แต่ทว่า…..นางกลับฟื้นขึ้นมา….แล้วเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

“รูนี้นี่เอง….กลิ่นยาสลบไม่ผิดแน่”

นางลูบรอบ ๆ รู้หน้าต่างนั้น ท่านอ๋องมองตามนางและเผลอเดินตามนางไปด้วยและต้องตกใจอีกครั้งเมื่อนางหันมา

“เจ้าจะทำอะไร”

“ผ้าแพรนั่น!!”

“เจ้าหมายถึง….”

นางค่อย ๆ เดินไปที่กองผ้าแพรขาวที่ถูกวางเอาไว้มุมห้องด้านในและเริ่มสาว ๆ ดูสิ่งผิดปกติจนพบบางอย่างเป็นจุดดำ ๆ

“รอยนิ้วมือ”

“ว่าอย่างไรนะ”

“ดูจากรอยที่ทิ้งเอาไว้ น่าจะเป็นผู้ชายเพราะใหญ่กว่านิ่วของข้า”

“เจ้าคิดว่าผู้ที่ทำร้ายเจ้า…”

“แล้วเหตุใดกลิ่นยาสลบจึงหายไปอย่างรวดเร็วนัก หรือว่า…”

ท่านอ๋องเองก็ตกพระทัยไม่น้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของสตรีตรงหน้า

ในเมื่อต้องสืบหาหลักฐาน และไหน ๆ ก็ต้องเข้าหอกับเขา….นางจึงตัดสินใจ!!

“ทีนี้ก็ ถอดชุดเกะกะนี่ออกเถิดเพคะแล้วเราจะได้เข้าหอกัน”

“ฟู่ซิ่วอิง เจ้ามันหน้าไม่อาย”

“จะอายทำไมกันเพคะ ในเมื่อคืนนี้ก็มิใช่คืนแรกของพวกเราเสียหน่อย มาเถอะน่า ถึงอย่างไรธรรมเนียมนี้ก็มิใช่ว่าพึ่งมี อย่างไรคืนนี้ท่านก็หนีออกไปจากห้องนี้ไม่ได้อยู่ดี”

“เจ้า!!”

“อืม ท่านอ๋องพระองค์…จูบไม่เป็นหรือเพคะ”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ นี่เจ้ากล้า…”

“เพคะ จูบราวกับทารกดูดนมมารดาเช่นนี้ อ๊ะ!!…อื้มมม!!”

ตายแล้วว!!! นางเอกของเรา นางกล้ามากที่ไปกล่าวเช่นนั้นกับพระโอรสของฝ่าบาท…..

ติดตามเรื่องราวความสนุกและความเร่าร้อนจนเตียงของคุณต้องลุกเป็นไฟไปกับพวกเขาได้เลยค่ะ…..

"ไม่รู้ว่าจะสืบหาหลักฐานจนพบตัวคนได้ได้ก่อน หรือว่านางเอกของเราจะท้องก่อนกันแน่นะ

ในเมื่อท่านอ๋องของเราดุดันถึงเพียงนี้"

ตามลุ้นให้กำลังใจทั้งคู่ได้เลยค่ะ ไรต์มาอัพให้ทุกวันนะคะ

พระชายาท่านอ๋อง

จวนอ๋อง / ห้องรับรองแขกในตำหนัก

“เจ้า!!….เหตุใด…เจ้าถึงได้มาอยู่….ที่นี่!!”

“หม่อมฉัน….ไม่ทราบเพคะ กะ..เกิดอะไรขึ้น”

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ….ด้านนอกโวยวายกันใหญ่แล้ว บุตรีท่านแม่ทัพฟู่หายตัวไปพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้ากำลังหมายถึง…..นางใช่หรือไม่”

"ฉางรุ่ยหยาง" ท่านอ๋องผู้ปกครองเมืองหลิงโจว พระโอรสคนที่หกของฮ่องเต้กับพระสนม “ฉางลู่เฟย” หันมาถามองครักษ์หนุ่มข้างกายนามว่า “เสี่ยวหมิง”

“ท่านอ๋อง!!…หรือว่านางคือ….”

“เจ้าคือผู้ใด เหตุใดจึงมานอนเปลือยกายอยู่ในห้องของข้าได้”

“หม่อมฉัน!!…”

“ฟู่ซิ่วอิง!! เป็นเจ้าจริง ๆ เหตุใดจึงได้มาอยู่ที่นี่”

“ท่านพ่อ ข้า…”

“ท่านอ๋อง นี่มัน…เกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

“หึ ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน เจ้ารีบสวมชุดเสียเถอะแล้วออกไปคุยกันข้างนอก เสี่ยวหมิง!! ปิดประตู!!”

“พ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์หนุ่มหันไปปิดประตูและพาคนที่มุงอยู่ที่หน้าห้องรับรองแขกออกไป ส่วนด้านในห้องในยามนี้มีเพียงเขาและนางที่ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความสงสัยและสภาพที่กึ่งโป๊เปลือยและดูเหมือนว่านางและบุรุษหนุ่มตรงหน้านี้ จะมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นเพราะท่านอ๋องเองก็อยู่ในสภาพที่มิได้ต่างจากนางมากนัก

“ขวับ!!”

ดาบสีเงินคมกริบพาดมาที่ไหล่ของนางอย่างจงใจ “ฟู่ซิ่วอิง” ที่มิทันได้เตรียมใจหันไปมองเขา นางในตอนนี้ไม่สามารถขยับกายได้เพราะความปวดร้าวตั้งแต่ช่วงหน้าท้องลงไปถึงขาราวกับถูกฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ แม้แต่แรงที่จะพูดกับเขาก็แทบจะไม่มีเหลือ นางถูกพิษอะไรเข้าไปกันแน่

“เจ้าบอกข้ามาดี ๆ เหตุใดเจ้าจึงต้องวางยาข้าเพื่อทำเรื่องเช่นนี้!!”

“วะ ว่าอย่างไรนะเพคะ วางยางั้นหรือ มะ ไม่จริง หม่อมฉันไม่รู้เรื่อ….”

ดาบค่อย ๆ ขยับเพื่อให้นางเงยหน้าขึ้นมาตอบ ม่านน้ำตาที่เริ่มไหลรินเพราะพระพักตร์ที่เย็นชาและสายตาแห่งความเกลียดชังไม่ต่างกับน้ำกรดที่แสบร้อนสาดมาใส่ทั้งตัวนาง แต่นางเองก็หารู้ไม่ว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร

“นึกไม่ถึงว่าจวนแม่ทัพจะกล้าทำเรื่องที่อัปยศเช่นนี้ได้”

“เปล่านะเพคะ หม่อมฉันมิได้…”

“หากเจ้ามิได้ทำ เช่นนั้น….”

“หม่อมฉัน…โอ๊ย!!”

ท่านอ๋องดึงดาบกลับเมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าล้มตัวฟุบไปกับผ้าห่มเพราะความเจ็บปวด เขาต้องรู้แน่อยู่แล้วว่าระหว่างเขากับนางเกิดอะไรขึ้นเพราะเมื่องานเลี้ยงต้อนรับเมื่อคืนนี้ เขาดื่มหนักมาแต่ก็ไม่ถึงกับจำความไม่ได้ เมื่อเดินเข้ามาก็พบกับนางที่นอนกึ่งเปลือยอยู่บนเตียงเขาและ….

“นี่เจ้า!!…ข้าให้เวลาเจ้าครึ่งก้านธูป รีบจัดการตัวเองเสียแล้วรีบตามข้าออกไปที่ห้องโถงเล็ก”

สิบวันถัดมา

ข่าวงานอภิเษกได้ถูกประกาศขึ้นหลังเหตุการณ์ชวนน่าสงสัยในคืนงานเลี้ยงต้อนรับท่านอ๋องสู่เมืองหลิงโจว เขาพึ่งจะเดินทางมารับตำแหน่งได้เพียงไม่กี่วันก็มีคนวางยาและส่งตัวบุตรีแม่ทัพเมืองหลิงโจวมาที่ห้องรับรองของเขาในตำหนัก

แม้ว่านางจะเป็นบุตรของแม่ทัพใหญ่เลื่องชื่อ แต่เขาที่ยังมิทันได้สืบรู้ความเป็นไปของขุนนางในเมืองนี้สักเท่าใดกลับต้องมาแต่งตั้งนางเป็นพระชายา ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เขากับบุตรีท่านราชครูถูกจับตามองว่าทั้งคู่จะเป็นคู่อภิเษกหลังจากที่เขาย้ายมาที่หลิงโจว

“อะไรนะเจ้าคะ ไม่ใช่ข้าแต่เป็น….คนสกุลฟู่!!”

“ลูกแม่เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน”

“ไม่!! ผู้ใดก็ทราบว่าลูกกับท่านอ๋อง….ไม่ ลูกไม่มีทางเชื่อเหตุใดคืนนั้น…ไหนท่านแม่บอกว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยอย่างไรเล่าเหตุใดจึงได้เป็นนางที่เข้าไปในห้องบรรทมของท่านอ๋อง!!”

“ถิงเอ๋อร์!! เจ้าเงียบเสียงลงหน่อยสิ เจ้าฟังแม่ก่อนนะ”

“ไม่ ข้าไม่เชื่อ ข้าจะไปเข้าเฝ้าท่านอ๋อง ข้าจะ…"

“ไม่มีประโยชน์หรอก วันนี้ท่านอ๋องรับราชโองการและตกลงเรื่องพิธีอภิเษกแล้ว”

“ราชครูเมิ่งจ๋าย" เดินเข้ามาในห้องของบุตรสาวด้วยท่าทีที่สงบ สกุลเมิ่งได้รับคำสั่งให้ย้ายมาเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับท่านอ๋องที่เมืองหลิงโจวแห่งนี้

และแน่นอนว่าทุกคนย่อมทราบดีว่าหลังจากทุกอย่างลงตัวแล้วท่านอ๋องคงมิพ้นที่จะอภิเษกกับ “เมิ่งลี่ถิง” บุตรีของท่านราชครูเป็นแน่ แต่ทว่าวันนี้นางกลับพลาดตำแหน่งพระชายาเอกไปเสียง่าย ๆ

“ไม่จริง!! ท่านพ่อไม่จริงใช่หรือไม่เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เพียงแค่บุตรสาวแม่ทัพต่ำต้อยนั่นจะสู้ฐานะบุตรีราชครูเช่นข้าได้เช่นไรกันเจ้าคะ มันต้องไม่เป็นความจริงลูกไม่ยอมนะเจ้าคะลูกสู้อุตส่าห์ตามท่านอ๋องมาถึงที่นี่ ข้าไม่ยอม!!"

“เจ้าทำอะไรไม่ได้แล้ว ฮ่องเต้ประทานราชโองการสมรสลงมาแล้ว สกุลฟู่เองก็รับไปแล้วงานอภิเษกจะถูกจัดขึ้นในอีกสิบวันข้างหน้านี้แล้ว”

“อะไรนะเจ้าคะ เหตุใดจึง….รวดเร็วปานนี้”

“ถิงเอ๋อร์ เรื่องนี้แม่ว่าเราค่อยคุยกันทีหลังเถอะนะ”

“ไม่ ข้าไม่เชื่อ ข้าจะไปเข้าเฝ้า ไม่จริง!!”

“จับนางเอาไว้ รอให้พ้นงานอภิเษกไปแล้วข้าถึงจะปล่อยนางออกไปนอกจวน ถิงเอ๋อร์ ใช่ว่าเรื่องนี้พ่อจะยินยอมแต่ตอนนี้เจ้าต้องตั้งสติเสียก่อน”

“ไม่นะท่านพ่อ!! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้นะ ข้าคือพระชายาท่านอ๋อง ต้องเป็นข้าเพียงผู้เดียว ท่านพ่อ!!”

แม้ว่าจะรู้ว่าบุตรสาวเสียใจเพียงใดแต่ครั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นก็เป็นสิ่งที่แม้แต่ท่านอ๋องก็ปฏิเสธไม่ได้ งานอภิเษกถูกจัดขึ้นหลังจากนั้นตามกำหนดเวลา ซึ่งเรื่องราวดูเหมือนจะไม่มีสิ่งผิดปกติใด ๆ เพราะทั้งคู่ต่างเข้าพิธีกันอย่างถูกต้อง แม้ว่าท่านอ๋องจะมิได้ยินยอมแต่เพราะความรับผิดชอบพระองค์จึงต้องทำ

งานอภิเษก / ห้องส่งตัว

“กรี๊ด!!!!! ช่วยด้วย!!! เร็ว ๆ เข้า พระชายา…..ฆ่าตัวตาย!!!”

“อะไรนะ!!!”

ผ้าแพรสีขาวพันผูกคอของเจ้าสาวในชุดสีแดงสดเอาไว้เมื่อทุกคนรวมถึงเจ้าบ่าวในงานที่เปิดประตูเข้าไปเพราะเสียงของตกในห้องแม่สื่อจึงตัดสินใจเปิดออก

ร่างของฟู่ซิ่วอิงร่วงลงมาและตกใส่ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าพระสวามีหมาด ๆ แต่สีหน้าและแววตาของเขาช่างตกใจได้อย่างเยือกเย็นนัก โชคดีที่นางไม่ทันได้เห็นว่าเขาดูมิได้เสียใจกับการที่พระชายาที่พึ่งร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและยังไม่ทันส่งตัวได้ตายลงก่อน

“เหตุใดข้าจึงอาภัพนัก แม้นจะได้อภิเษกกับท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ แต่ก็ถูกตราหน้าว่าแย่งบุรุษของสตรีอื่นอย่างหน้าไม่อาย ถูกนินทาว่าเป็นหญิงงามเมืองที่ไร้คุณสมบัติของพระชายา อีกทั้งยังมาตายในวันแต่งงานของตนเอง ไม่!! ข้าไม่ยอม!!”

“อิงเอ๋อร์”

“ทะ ท่านปู่….ท่านหรือเจ้าคะ”

“หลานปู่ คิดถึงเจ้าเหลือเกิน”

“ท่านปู่ ท่านมารับข้าไปอยู่ด้วยหรือเจ้าคะ หลานเหนื่อยเหลือเกินเจ้าค่ะ หลาน…”

“ไม่ หลานเป็นคนสกุลฟู่ เลือดในกายเจ้าเป็นเลือดของนักรบที่หลั่งเลือดเพื่อแผ่นดิน เจ้าจะมาตายโดยมิได้ลากคนชั่วมากระทำผิดเช่นนี้หาได้ไม่ ปู่มาเพื่อชี้ทางกลับไปให้เจ้า”

“แต่ว่าข้า….หลังจากถูกพิษนั่นแล้ว วรยุทธ์ของข้าก็เสื่อมถอย ยานั่นทำลายวรยุทธ์ข้าจนหมดสิ้น”

“เจ้ามิต้องกังวลใจไป หลานของข้ามีหรือที่จะให้กลับไปมือเปล่า เจ้าจงรับทุกอย่างที่บรรพบุรุษสกุลฟู่ทิ้งเอาไว้ให้รวมถึงเพลงดาบที่แข็งแกร่งที่สุดไป ลากคนชั่วออกมาและกำจัดให้สิ้นอย่าได้ปล่อยให้มันอยู่หนักแผ่นดินหลิงโจว”

“แต่ว่าหลาน…จะทำเช่นไรต่อเจ้าคะ”

“เจ้ากลับไปเจ้าก็จะรู้เองว่าต้องทำเช่นไร จงเชื่อในสัญชาตญาณแรกของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะทำสิ่งใดอย่าลืมว่าปู่จะอยู่กับเจ้าเสมอ”

“ท่านปู่ อย่าพึ่งไปเจ้าค่ะ”

ร่างของแม่ทัพฟู่เหลียงผู้เฒ่าค่อย ๆ ถอยออกไป นางจำได้เพียงวิ่งไล่ตามเท่าใดก็ไม่ทัน ยิ่งเอื้อมมือไปเท่าใดก็เอื้อมไม่ถึง

“ท่านปู่!!”

“พระชายา!!! พระชายาฟื้นแล้วเพคะท่านอ๋อง!!”

หาเบาะแสดุเดือด (NC)

“อะไรนะ เจ้าบอกว่านาง….ฟื้นงั้นหรือ”

ท่านอ๋องหันมาถามราวกับไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน เขาเป็นคนอุ้มนางไปวางที่เตียง ร่างของเจ้าสาวของเขานั้นสิ้นใจไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย หรือนางถูกยาพิษแกล้งตายเข้าไปงั้นหรือแต่เพื่อสิ่งใดกันในเมื่อนางตั้งใจใช้ผ้าแพรขาวผูกคอตายในห้องส่งตัวแห่งนี้

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

สตรีที่พึ่งฟื้นขึ้นมาแต่ราวกับได้เกิดใหม่มองไปยังห้องส่งตัวที่ประดับด้วยสีแดงทั้งห้องทั้งเทียนคู่และจอกสุรามงคลที่ยังมิได้ถูกยกขึ้นมาดื่ม และตรงหน้าของนาง บุรุษหนุ่มในชุดสีเดียวกับนางค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ๆ

ฟู่ซิ่วอิงพึ่งจะเห็นพระพักตร์ท่านอ๋องชัดเจนก็ในวันนี้เอง เขาเองก็ดูเหมือนจะพึ่งเห็นนางชัด ๆ ก็วันนี้เช่นกัน

“เจ้า….”

“จินฝูเจ้าออกไปก่อน”

“แต่ว่า!!”

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”

“เช่นนั้น…”

“เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ต้องการหมอ ฟู่ซิ่วอิง”

นางเพียงส่ายหัวตอบเขาเบา ๆ และพยายามคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ นางจำได้ว่านั่งอยู่ในห้องส่งตัวเพื่อรอเจ้าบ่าวและนางก็เริ่มง่วงและหลับไป มารู้อีกทีก็ถูกแขวนอยู่บนคานไม้ที่สูงและไร้เรี่ยวแรงจนสิ้นลมไป

ซิ่วอิงหันไปมองรอบ ๆ เมื่อจินฝูสาวใช้ของนางออกจากห้องไป บัดนี้มีเพียงท่านอ๋องกับนางอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง

“นั่นเจ้าจะทำสิ่งใด”

นางเปิดผ้าห่มออกและลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง ฉางรุ่ยหยางถึงกับตกใจเพราะนางพึ่งจะฟื้นจาก…ความตายหากเขาเรียกไม่ผิดแต่นี่นางดูราวกับมิใช่สตรีที่ถูกจับได้เมื่อครั้งก่อนตอนอยู่บนเตียงกับเขาเลยแม้แต่น้อย นางเดินลูบไปจนทั่วห้องจนพบบางอย่าง

“อยู่นี่เอง….ช่องส่งกลิ่นยาสลบสินะ ไม่ผิดแน่”

นางลูบรอบ ๆ รู้หน้าต่างนั้น ท่านอ๋องมองตามและเผลอเดินตามนางไปด้วยและต้องตกใจอีกครั้งเมื่อซิ่วอิงหันมา

“เจ้าจะทำอะไร”

“ผ้าแพรนั่น!!”

“เจ้าหมายถึง….”

นางค่อย ๆ เดินไปที่กองผ้าแพรขาวที่ถูกวางเอาไว้มุมห้องด้านในและเริ่มสาว ๆ ดูสิ่งผิดปกติจนพบบางอย่างเป็นจุดดำ ๆ

“รอยนิ้วมือ”

“ว่าอย่างไรนะ”

“ดูจากรอยที่ทิ้งเอาไว้ น่าจะเป็นผู้ชายเพราะใหญ่กว่านิ้วของข้า”

นางพึมพำอยู่คนเดียวแต่คนข้าง ๆ กลับนึกสนใจกับท่าทีที่แปลกไปของนางจนเขาอดจะถามไม่ได้

“เจ้าคิดว่าผู้ที่ทำร้ายเจ้า…”

“แล้วเหตุใดกลิ่นยาสลบจึงหายไปอย่างรวดเร็วนัก หรือว่า…”

“นี่เจ้า…ฟังข้าอยู่หรือไม่ฟู่ซิ่วอิง”

“พระองค์หลีกไปก่อน ทางที่ดีออกไปจากห้องนี้อย่ามาเกะกะหม่อมฉัน”

“อะไรนะ!! นี่เจ้ากำลังพูดว่าข้าเกะกะงั้นหรือฟู่ซิ่วอิง!!”

“เงียบ ๆ หน่อย ขอหม่อมฉันคิดก่อน”

“เจ้า!!”

“หากพระองค์เงียบไม่เป็นก็ออกไปดื่มเหล้าแล้วส่งแขกด้านนอกก่อนอย่ามารบกวนหม่อมฉันที่นี่”

“ฟู่ซิ่วอิง นี่เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังคุยอยู่กับผู้ใด”

“ใช่แล้ว!! ยาสลายพิษ!!”

“ฟู่ซิ่วอิง!!”

อ๋องหนุ่มโกรธจนหน้าแดงเมื่อพระชายาหมาด ๆ ของเขาเอาแต่พร่ำพูดเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ ฉางรุ่ยหยางดึงนางมาที่เตียงและผลักนางล้มลงไป

เขาพึ่งจะมองนางชัด ๆ วันนี้นี่เองเพราะก่อนหน้านี้ท่านอ๋องแทบจะไม่สนใจกับการที่ต้องรับนางมาเป็นพระชายาเลยแม้แต่น้อย คิดไม่ถึงเมื่อได้สบตากับนางอีกครั้งหัวใจเขากลับเต้นรัวดุจกลองศึกเช่นนี้

“ข้าบอกให้เจ้าหยุด”

“ท่านอ๋อง พระองค์จะรีบทำพิธีส่งตัวเข้าหอหรือเพคะ”

“อะไรนะ”

ฟู่ซิ่วอิงหันมาถามท่านอ๋องด้วยความใคร่รู้ หากว่าเขามิอยากแต่งกับนางก็เพียงแค่ให้เขาหย่าก็ได้แล้วแต่ในเมื่อท่านอ๋องผู้นี้ทั้งรูปหล่อ อีกทั้งยังเป็นพระโอรสของฝ่าบาท เขาจะกลายเป็นเกราะคุ้มกันนางอย่างดีและอีกอย่างที่สำคัญคือระหว่างเขากับนาง ค่ำคืนนี้มิใช่คืนแรกเสียหน่อยเพียงแต่คืนนั้นนางจำอะไรไม่ได้เลยเท่านั้นเอง

“นี่เจ้า!! พูดอะไรออกมาแล้วเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด หยุดนะ!!”

“อ้อ ลืมไปว่ายังปลดชุดเจ้าบ่าวไม่ได้ เรายังมิได้ดื่มสุรามงคลนี้เลย หวังว่าในสุราคงไม่มียาพิษอีกนะเพคะ”

“เจ้าว่าผู้ใดวางยาพิษเจ้า!! มีแต่พวกเจ้า….อึก!!”

“ดื่มไปก่อน พูดมากจริง”

นางจับจอกสุราและส่งเข้าไปที่ปากของเขาทันทีเป็นอันจบพิธีดื่มสุรามงคลในรูปแบบของฟู่ซิ่วอิง ท่านอ๋องได้แต่โกรธจนตัวสั่น นับตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยพบสตรีที่หน้าทนเช่นนางมาก่อน นางไม่มีสิ่งใดเหมือนกับสตรีที่บุรุษทั่วเมืองล้วนใฝ่หาเช่น “เมิ่งลี่ถิง” เลยสักนิด

“แคก แคก เจ้า!!…กล้าดีเช่นไร”

“ทีนี้ก็ถอดชุดเกะกะนี่ออกเถิดเพคะแล้วเราจะได้เข้าหอกัน”

“ฟู่ซิ่วอิง เจ้ามันหน้าไม่อาย”

“จะอายทำไมกันเพคะ ในเมื่อคืนนี้ก็มิใช่คืนแรกของพวกเราเสียหน่อย มาเถอะน่า ถึงอย่างไรธรรมเนียมนี้ก็มิใช่ว่าพึ่งมี อย่างไรคืนนี้ท่านก็หนีออกไปจากห้องนี้ไม่ได้อยู่ดี”

“เจ้า!!”

“มานี่เพคะ”

“เดี๋ยวก่อน ฟู่…..”

นางถอดชุดเจ้าบ่าวด้านนอกของเขาออกและก้มลงจูบเขาอย่างเงอะงะ อันที่จริงนางเองก็มิได้อยากจะทำเช่นนี้แต่หากนางยังเป็นพระชายาท่านอ๋อง การสืบเรื่องที่มีคนปองร้ายและสังหารนางจะง่ายมากขึ้น

ดังนั้นในตอนนี้นางจะยัง “หย่า” ไม่ได้นั่นเอง แต่หลังจากจบเรื่องนี้แล้ว นางขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุรุษที่มีสตรีอื่นอยู่ในใจเช่นเขาอีก

“ท่านอ๋อง พระองค์จูบไม่เป็นหรือเพคะ”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ นี่เจ้ากล้า…”

“เพคะ จูบราวกับทารกดูดนมมารดาเช่นนี้ อ๊ะ!!…อื้มมม!!”

คนอย่างฉางรุ่ยหยางน่ะหรือจะยอมให้ผู้ใดหมิ่นเกียรติเขาเช่นนี้ โดยเฉพาะกับสตรีปากดีเช่นนางเขาไม่มีสิ่งใดเสียเปรียบนางอยู่แล้วในเมื่อนางกล้าท้าทายเขาเช่นนี้ คืนนี้ก็อย่าหวังว่าเขาจะปล่อยนางได้นอนพัก

“อ๊าา รอก่อนเพคะ ชุดนั่น!!”

“ช่างปะไรในเมื่อเจ้ามิได้สนใจก็อย่าเสียเวลา”

“อ๊าา ท่านอ๋องพระองค์ช่างรีบร้อนนัก ดูเหมือนว่าไฟในพระทัยจะมีมากกว่าที่หม่อมฉันคิดนะเพคะ”

“เจ้าพูดมากเช่นนี้คงต้องหาอะไรอุดเสียหน่อยกระมังพระชายา”

“ท่าน!!….อ๊อก!!…”

ดุจการรับคำท้าเมื่อมังกรยักษ์ที่แข็งตัวเต็มที่ถูกยัดเข้ามาในปากอิ่มที่แต้มด้วยชาดสีแดงสดของเจ้าสาว มือทั้งสองของนางถูกตรึงพร้อมกับมือหนาอีกข้างที่กำลังเคล้นที่หน้าอกนางอย่างเมามันเพราะความเสียว

“อาา….”

(เช่นนั้นก็ได้ ในเมื่อจะใช้ท่านเป็นสะพานในการหาคนร้าย ข้าเองก็หนีวังท่านอ๋องไม่พ้น สนุกกันหน่อยก็คงไม่เสียเวลามาก)

นางสะกิดเขาให้ปล่อยเพื่อที่จะได้ปรนเปรอเขาได้สะดวกขึ้น ท่านอ๋องยอมปล่อยเมื่อนางกลับมาเป็นผู้รุกสวนเข้ามา ลิ้นและฟันของนางทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมจนเรียกเสียงครางจากอ๋องหนุ่มได้ มือที่รูดจนสุดและลิ้นที่ลากไปมาและหยุดรัวที่หัวบาน ๆ ด้านบนทำเอาท่านอ๋องครางไม้เป็นภาษา

“เจ้า!!….”

เขาจะทนไม่ไหวแล้วจึงได้ดึงนางขึ้นมาและจูบนางราวกับจะกลืนเข้าไปทั้งตัว ฟู่ซิ่วอิงตอบรับสัมผัสที่เร่าร้อนนั่นได้อย่างถึงใจเขายิ่งนัก

นึกไม่ถึงว่านางจะร้อนดุจไฟเช่นนี้ นิ้วของเขาความหาถ้ำสวรรค์ด้านล่าง แค่นางแอ่นเอนรับเขาเพียงเท่านั้นก็รู้สึกอยากจะทำอย่างอื่นแล้ว

“อ๊าา ท่านอ๋องเพคะ มันเสียวมาก อ๊าาา”

นิ้วมือสากเพราะจับดาบมาครึ่งชีวิตสอดเข้าไปในร่องผกาแสนฉ่ำนั้น ลิ้นหนาสูดกลิ่นช่อปทุมสีสดหวานตรงหน้าอย่างหิวโหยราวกับหิวโหยมาแสนนาน

ทั้งคู่ลืมสิ้นทั้งศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงในตนเองไม่ว่าจะเป็นฐานะท่านอ๋องสูงศักดิ์ หรือคุณหนูแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ของเมืองหลิงโจวเมื่อถูกไฟปรารถนาเข้าครอบงำ

“อ๊าา!!! เจ็บ…แน่นเหลือเกิน อ๊ะ”

ฉางรุ่ยหยางเองก็รู้สึกไม่ต่างกับนางแต่มันทั้งเสียวแก่นกายและร้อนเร่าในเวลาเดียวกัน เหตุใดเขาจึงรู้สึกต้องการนางมากถึงเพียงนี้ และในตอนนี้ก็ยังต้องการจนไม่อยากทำอย่างอื่น

“พระชายา คืนนี้เจ้าอย่าได้หวังว่าจะได้หยุดพักเลย”

สมรภูมิรักเร่าร้อน (NC)

แม้ว่าจะเจ็บเพราะความรัดแน่นที่แข็งแกร่งของมังกรของท่านอ๋องแต่ฟู่ซิ่วอิงก็ยังแอ่นกายรับเขา สัมผัสนี้ทำเอารุ่ยหยางถึงกับครางเสียงหลงออกมาและดึงนางมาจูบอย่างกระหาย พวกเขาต่างถูกไฟปรารถนาที่เร่าร้อนเข้าครอบงำจนมิอาจทนได้เมื่อเริ่มขยับกายและเร่งจังหวะขึ้น

“อาาา….ซิ่วอิง!!”

“ท่านอ๋อง….อ๊าาา ปละ…เปลี่ยนท่าเถิดเพคะ”

“ได้สิ เจ้าอยากลองท่าใด”

ซิ่วอิงทำราวกับมิใช่ตัวนางเองแต่ในเมื่อสัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดบอกให้นางต้องทำ นางลุกขึ้นหันหลังและแอ่นบั้นท้ายงามให้เขาอย่างจงใจและตบไปที่บั้นท้ายกลมกลึงนั้นเบา ๆ เพื่อยั่วยวนเขา ท่านอ๋องทนแทบไม่ไหวที่จะสอดมังกรเข้าไปทันทีเมื่อถูกนางเชื้อเชิญ

“อาา….ท่านี้….เจ้าเจ็บหรือไม่”

“ไม่เจ็บแล้วเพคะขยับเข้ามาอีก พระองค์เร่งเข้าเพคะ หม่อมฉันจะทนไม่ไหวแล้ว”

คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันพ้นข้ามคืนแต่งงานท่านอ๋องก็จะตกอยู่ภายใต้คำสั่งของพระชายาอย่างง่ายดายเช่นนี้ แม้ว่านี่อาจจะเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบระหว่างเขากับนางแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นางเติมเต็มเขาได้อย่างเหลือล้นจริง ๆ

“ท่านอ๋องเพคะ เร่งอีกเพคะ ใกล้แล้ว อ๊าา!!!”

นางรู้สึกถึงน้ำอุ่น ๆ ที่ไหลผ่านเข้ามาด้านในกายจนเผลอตอดรัดเขาแน่นก่อนจะยอมปล่อย ร่างบางนอนหอบอยู่ด้านล่างโดยมีพระสวามีที่ยังมิได้ถอดแก่นกายมังกรออกจากตัวนางอีกทั้งยังก้มลงมากระซิบนางอย่างแผ่วเบา

“เจ้าบอกเองนะว่าไหว เช่นนั้นข้าก็จะยังไม่หยุด ต่อให้เจ้าร้องขอก็อย่าได้คิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไป”

“อ๊าา อ๊าา อื้อ….”

แก่นกายที่กระแทกเข้ามาไม่ยั้งในรอบที่สองทำเอาฟู่ซิ่วอิงแทบจะคลั่งตายเพราะนางพึ่งจะได้พักหายใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพระสวามีของนางเร่าร้อนจนนางมิอาจยอมเขาได้เช่นกัน

นางเปลี่ยนมานั่งคร่อมและส่งปทุมสีสวยให้เขาจัดการเองกับมือ ท่านอ๋องผู้ที่เหมือนกับถูกสั่งมีหรือจะยอมให้นางสั่งเพียงผู้เดียว เขาทั้งดูดดึงและขบเม้มจนนางครางเสียงสั่นพร้อมกับขยับเอวอยู่บนร่างแกร่งหนาของเขา ผมของเขาถูกนางดึงจนยุ่งเหยิงและเริ่มหลุดออกจากกวานที่ผูกเอาไว้

“อ๊าา เร่งอีกนิดเพคะ อึ๊ยย!!!”

ท่านอ๋องไม่ยอมแพ้ที่จะให้นางเป็นผู้คุมศึกในครั้งนี้นาน เขาดันตัวนางลงและเริ่มเป็นผู้กุมบังเหียนแทน นิ้วมือหนาถูนางดึงไปดูดเอาไว้และขบเม้มเบา ๆ ตามจังหวะที่เขากระแทกไปพร้อมกับมืออีกข้างที่บีบหน้าอกนางจนเนื้อล้นปูดออกมาตามร่องนิ้ว ช่างเป็นคืนส่งตัวที่เร่าร้อนอย่างที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนจริง ๆ

วันถัดมา

ม่านบนเตียงยังคงถูกปิดเอาไว้เมื่อทั้งสองพระองค์ที่ยังหลับสนิทด้วยกายที่เปลือยเปล่าจากศึกรักที่กระหน่ำเกือบรุ่งสางได้หยุดลงพร้อมกับสายลูกปัดทองบางส่วนที่ถูกดึงจนขาด

ท่านอ๋องที่นอนกกกอดพระชายาเอาไว้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาก่อนที่นางจะตื่น เขาหันไปมองคนในอ้อมกอดอย่างช้า ๆ

“คิดไม่ถึงว่าจะรับมือข้าได้นานถึงเพียงนี้ พระชายา”

“อืมม…อย่าดิ้นสิเพคะท่านพี่”

“ท่านพี่งั้นหรือ….หึ คำเรียกนี้ก็ไม่แย่นัก”

คนข้าง ๆ เริ่มรู้สึกตัวและตื่นขึ้นมาพร้อมกับสบตาเขา ท่านอ๋องที่พึ่งเห็นว่าพระชายาของตนเองตาโตเพียงใดก็ยามที่นางตื่นนอนในตอนนี้เอง ตากลมโตดุจลูกกวางนี้ตราตรึงใจเขายิ่งจนมิอาจละสายตาไปได้

“เจ้า…ตื่นแล้วหรือ”

“พะ เพคะ หม่อมฉัน….โอ๊ะ!!”

นางรู้สึกราวกับเอวเริ่มเคล็ดไปอีกครั้ง ก็แน่ล่ะสิเมื่อคืนนี้นางกับเขาแทบจะมิได้พักเลยราวกับก่อสมรภูมิศึกที่ไม่มีผู้ใดยอมใครเลยจนเฮือกสุดท้ายที่นางเผลอหลับไปก่อนนั่นแหละ เมื่อเริ่มรู้ตัวก็ค่อย ๆ หดตัวกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มอีกครั้ง

“ทำไมกัน เจ้าพึ่งจะมาอายงั้นหรือ”

“ไม่นะเพคะ พระองค์…ไม่รีบออกไปทรงงานหรือเพคะ”

“หลังคืนส่งตัวไม่ควรออกจากห้องหอแต่เช้าเจ้าก็คงรู้ธรรมเนียมนี้ดีนี่”

“ทราบเพคะ หมัวมัวบอกก่อนที่จะมาที่นี่แล้วเพคะ”

“อืม เช่นนั้นก็…”

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมีเรื่องด่วนจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่าเข้ามายามนี้ นี่ยังไม่ถึงเวลา”

“แต่ว่า…ท่านอ๋องเคยรับสั่งเอาไว้หากเป็นเรื่องของจวนท่านราชครูเมิ่งไม่ว่าเวลาใดก็ให้มาทูลได้ทันที”

ฟู่ซิ่วอิงหันมามองพระพักตร์ที่หันกลับมามองนางด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ซิ่วอิงหันไปมองประตูก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงทั้ง ๆ ที่เปลือยเปล่าต่อหน้าเขา

“ซิ่วอิงนั่นเจ้าจะไปที่ใด”

ท่านอ๋องกระซิบถามเมื่อเห็นนางกำลังจะลุกจากเตียง เสียงถกเถียงขององครักษ์ของเขากับสาวใช้ของนางด้านหน้าประตูยังคงดังอยู่

ซิ่วอิงเปิดผ้าห่มและเดินลงจากเตียงด้วยร่างที่เปลือยเปล่าซึ่งดึงสายตาของท่านอ๋องเอาไว้ได้ทันที พระองค์มิได้สนพระทัยกับเสียงหน้าประตูอีกแล้วเมื่อเห็นรูปร่างของพระชายาที่ยั่วยวนตรงหน้าพระพักตร์นี้

“หม่อมฉันจะไปอาบน้ำ….ล้างตัวเพคะ หากได้แช่น้ำอุ่น ๆ ที่ห้องอาบน้ำคงสบายมากขึ้น” / ฟู่ซิ่วอิง

“ท่านอ๋องจะทรงกริ้วหากว่าข้ามิได้มาแจ้ง” / เสี่ยวหมิง

“แต่ว่ายามนี้เป็นเวลาที่ส่งตัว ตามธรรมเนียมไม่ควรจะมาเรียกเช่นนี้” / จินฝู

“แต่ว่าคุณหนูเมิ่งเองก็รอไม่ได้เช่นกันเจ้าไม่เข้าใจว่าคุณหนูเมิ่งกับท่านอ๋อง….” / เสี่ยวหมิง

“แต่ในเวลานี้คุณหนูของข้าคือพระชายาท่านอ๋อง ว๊าย!!…..” / จินฝู

พวกเขาถกเถียงกันจนดันประตูห้องส่งตัวเข้าไปด้านใน แต่นอกจากห้องที่ราวกับสมรภูมิรบของเมื่อคืนด้านในนี้ก็ไม่พบทั้งท่านอ๋องหรือพระชายา

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่า!! มีการลอบสังหารอีกแล้ว!!”

“ไม่ใช่เสียหน่อยเจ้าโง่!! มองดูสิ ทั้งสองพระองค์ไปอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำด้านในต่างหากออกมาได้แล้วอย่าเข้าไป”

“เช่นนั้น…แล้วคุณหนูเมิ่งข้าควรทำเช่นไรดี”

“ก็ไปบอกนางตามตรง ที่จริงแล้วนางควรจะทราบกาลเทศะ วันนี้เป็นวันอะไรหากมีมารยาทก็ไม่ควรมาเข้าเฝ้าในเวลาเช่นนี้”

“แต่ว่า…”

“ท่านจะไปบอกเองหรือว่าจะให้ข้าไปบอกให้ ข้าไม่รับประกันนะเพราะปากของข้ามิได้ถูกออกแบบมาให้พูดจาดีนักกับคนที่ไร้มารยาทเช่นนี้”

“ก็ได้ ๆ ข้าไปเองเจ้าไม่ต้องไปหรอก”

ทั้งสองเดินออกมาและรีบปิดประตูห้องส่งตัวนั้นไว้ดังเดิมและรีบเดินออกมาจากที่นั่นทันที ก่อนหน้านั้นเสียงพวกเขาที่ดังอยู่หน้าประตูเรียกความสนพระทัยท่านอ๋องได้เพียงชั่วครู่ แต่เมื่อเห็นพระชายาตรงหน้าในร่างเปลือยเปล่าก็พลันเปลี่ยนความสนพระทัยมาที่นางทันที

“พระองค์ไม่รีบไปพบนางหรือเพคะ”

“เจ้าจงใจสินะ”

“จงใจเรื่องใดเพคะ”

“หึ ฟู่ซิ่วอิงดูเหมือนว่าเมื่อคืนนี้เจ้าจะไม่อิ่มสินะ”

“พระองค์ทรงทราบด้วยหรือเพคะ หากมิใช่พระองค์ทรงเหนื่อยเสียก่อน อ๊ะ!!”

ท่านอ๋องที่เดินตัวเปลือยตามซิ่วอิงลงมาจากเตียงลงมาคว้าร่างพระชายาที่กล้าท้าทายเขาแต่เช้าตรู่เช่นนี้ขึ้นมาและหันมารับคำท้าของนางกลับ

“ข้าน่ะหรือจะเหนื่อย มาลองดูกันอีกทีสิว่าศึกนี้ผู้ใดกันแน่…ที่จะกำชัยชนะเอาไว้ได้กันแน่”

“แน่ใจหรือเพคะว่าจะไม่ออกไปบอกองครักษ์ของพระองค์ก่อน”

เสียงกระซิบที่ยั่วยวนอารมณ์เขาที่ข้างหูและเริ่มเบียดหน้าอกเข้ามาจนชิดทำเอาท่านอ๋องกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก

“เจ้าคิดว่ากำลังท้าทายผู้ใดอยู่กันแน่พระชายา เมื่อคืนนี้ดูท่าแล้วข้าคงป้อนเจ้าคงจะไม่อิ่มจริง ๆ สินะ”

ท่านอ๋องอุ้มพระชายาในร่างเปลือยเปล่าเดินไปด้านหลังซึ่งเป็นห้องอาบน้ำส่วนตัวโดยไม่ใส่ใจองครักษ์และสาวใช้ที่ถกเถียงกันอยู่ด้านนอกอีก

ห้องโถงรับแขก

“อะไรนะ พระองค์…มิให้เข้าเฝ้าหรือ”

“คุณหนูเมิ่ง คือว่าท่านอ๋องทรงประทับอยู่ในห้องส่งตัวตามธรรมเนียมอภิเษกกับ…”

“พอที!! ข้ารู้แล้ว ข้าเองก็เลือกเวลามาดีแล้วแต่เหตุใดจนป่านนี้ยัง….”

“ต้องขออภัยด้วยขอรับแต่ว่าตามธรรมเนียมแล้วคู่อภิเษกจะไม่รับแขกหลังจากคืนส่งตัวไปอีกสามวัน อย่างไรแล้วรบกวนคุณหนูเมิ่งมาขอเข้าเฝ้าวันหลังเถิดขอรับ ข้าน้อยขอตัวก่อน”

เมิ่งลี่ถิงเดินกลับออกมาจากตำหนักท่านอ๋องพร้อมกับความโกรธที่มิได้พบท่านอ๋องอย่างที่ตั้งใจ

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์มาแย่งท่านอ๋องจากข้า เหตุใดเจ้าไม่ตายไปเสียดี ๆ กันนะนังแพศยาฟู่ซิ่วอิง!!”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...