ฮีลเลอร์ระดับSSS
ข้อมูลเบื้องต้น
อลิซ เป็นฮีลเลอร์ระดับF มาทั้งชีวิต ความสามารถที่ดีกว่าหมอนิดหน่อยตรงไม่ต้องใช้เครื่องมือนั้นทำให้เธอโดนดูถูกอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งในสถานการณ์เฉียดตายครั้งหนึ่ง ทำให้เธอรู้ว่าตนเองสามารถกินมอนสเตอร์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังได้! ทั้งพลังฮีลและสกิลต่างๆที่เปลี่ยนชีวิตเธอเริ่มขึ้นแล้ว
สวัสดีทุกคนที่แวะเวียนกันมานะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไรท์แต่งเพื่อแก้เครียดจากนิยายอีกเรื่องค่ะ นั่นแหละความลับของผมกัปตัน ผมเครียดจนเขียนนิยายได้เรื่องนึง555555
เรื่องทั้งหมดเน้นการปรุงโพชั่น หาวัตถุดิบ รักษาโรค และเพิ่มสกิลสไตล์ฮีลเลอร์ เนื้อหาไม่หนัก ถอดสมองอ่านได้ ขายขำไว้ก่อนที่เหลือค่อยว่ากัน สนุก สุขนิยม แฟนตาซี ไม่มีพระเอก แต่จะมีตอนพิเศษของแต่ละคนงับ
**เนื่องด้วยเป็นนิยายแฟนตาซี ตรรกะบางอย่างในเรื่องอาจไม่ตรงกับหลักการหรือแนวทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ขอโปรดเข้าใจ//ไหว้ย่อ
Trigger warning
เลือด, ความรุนแรง, การต่อสู้แบบทุ่มสุดตัว, การทำร้ายร่างกายตนเอง, การฆ่าเพื่อใช้ประโยชน์
สถานะปัจจุบัน: จบแล้ว+แก้เนื้อหาเป็นฉบับรีไรท์ครบ100%
ลงให้อ่านเว็บ Dek-d ReadAWrite 2read Mareadและธัญวลัย เท่านั้น ถ้าเจอในเว็บอื่นนอกเหนือจากนี้สามารถมาก็อกๆ บอกไรท์ได้เลยนะคะ //โค้ง
(ในเว็บรายตอนลงให้อ่านจนจบยกเว้นตอนพิเศษ)
อยากหนับหนุนเป็นกำลังใจ เป็นค่ายาให้ไรท์ สอยอีบุ๊ก (ตอนพิเศษจุกจริง คุ้มสุดๆ)
จิ้มรูป
ติดตามข่าวสารผลงาน
เพจFB Choenix (@choenixx)
จิ้ม>> https://www.facebook.com/Choenixx
ทวิตเตอร์ @choenixx
(ติดต่องานทางทวิตสะดวกที่สุดค่ะ)
แฮชแท็กเรื่อง #ฮีลเลอร์SSS
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
โดย นามปากกา Choenix
ห้ามทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของงานเขียนนี้ รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าในรูปแบบหรือวิธีการใดๆในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น
บทนำ
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่โลภและเห็นแก่ตัว ผู้อยู่บนวัฏจักรสูงสุดที่จะทำสิ่งใดก็ได้
ตั้งแต่อดีตกาลมนุษย์ต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอด น่าแปลกที่ไม่มีเขี้ยวเช่นสัตว์อื่นแต่กลับมีมันสมองที่เฉลียวฉลาด
บางที..นี่อาจจะเป็นความผิดพลาดของผู้สร้างโลกก็ได้
มนุษย์สร้างที่อยู่แสนปลอดภัยให้ตัวเองและขับไล่สัตว์อื่นให้หนีหัวซุกหัวซุนและติดป้ายว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั้งที่สัตว์หลายอย่างสูญพันธุ์ไปเพราะมนุษย์แท้ๆ ความเห็นแก่ตัวที่ขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้น หากสักวันถูกลงโทษก็ไม่น่าแปลกใจเลย
ใช่… บางทีตอนนี้มนุษย์อาจจะถูกลงโทษอยู่ก็ได้
นัยน์ตาสีเทาเข้มมองทางเดินริมถนนที่ทอดตัวยาว ก้มมองรองเท้าพละเก่าขาดที่ไม่ได้ซื้อใหม่สักทีเพราะต้องเก็บเงินอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงพูดคุยของผู้คนแว่วมาให้ร่างที่สูงเพียง 155 ซม.ได้ยิน กลางถนนที่ถูกปิดเอาไว้คือสถานที่ทำงานของเธอในวันนี้
“ธีริทธิ์ สาธิน” ริมฝีปากบางบอกชื่อตัวเองกับเจ้าหน้าที่พร้อมบัตรประจำตัว
เสียงพูดคุยนั้นเงียบลงก่อนสายตาสองคู่จะเบนมามองผู้มาใหม่อย่างสำรวจ หัวคิ้วของเจ้าหน้าที่ร่างท้วมที่นั่งอยู่หน้าโน้ตบุ๊กขมวดคิ้ว
เป็นปฏิกิริยาทั่วไปเมื่อได้ยินชื่อจริงของ ‘อลิซ’
“ผู้หญิงค่ะ ตำแหน่งฮีลเลอร์” และก็เอ่ยบอกประโยคซ้ำซากที่คนมักจะสงสัย
เพราะชื่อเธอเหมือนผู้ชาย ใครต่อใครหลังจากอ่านเพียงชื่อของเธอจึงตัดสินว่าเป็นผู้ชายซะส่วนใหญ่
“อ่า ฮีลเลอร์ระดับF ที่จะลงเรดด้วย” เป็นร่างสูงชะลูดสวมแว่นด้านข้างที่พูดทวนขึ้นมาแทน
บัตรประจำตัวถูกส่งกลับมาให้พร้อมกับพเยิดหน้าให้เธอไปรอยังพื้นที่เตรียมตัว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาภายใต้เรือนผมสีดำมัดรวบหางม้าเพียงพยักหน้าให้อย่างเฉยชาก่อนจะแยกตัวออกมา หูฟังถูกหยิบจึงสวมเมื่อหาที่เหมาะแก่การนั่งคอยได้แล้ว
ดวงตากลมโตใต้แพขนตางอนหนาหลุบมองปลายเท้าของตนเองในขณะที่มือเกี่ยวสายหูฟังที่พันกันไม่รู้กี่รอบไปมา
ขี้เกียจแกะชะมัด..
ไม่ไกลจากที่เธออยู่คือประตูมิติขนาดใหญ่สูงราวรถสิบล้อคันหนึ่งผ่าน เป็นเวลาหกปีแล้วที่เธอมองเห็นมันจนชินตา
โลกมนุษย์ได้เปลี่ยนไปแล้ว..
เจ้าสิ่งมีชีวิตเห็นแก่ตัวในที่สุดก็โดนลงโทษ โลกมิติอื่นผุดขึ้นมาทั่วทุกมุมโลกพร้อมกับสัตว์ประหลาดมากมาย สิ่งก่อสร้างพังทลายและผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากอย่างไม่คาดคิด พวกเราเรียกมันว่า 'วันพิพากษา'
33% คือค่าเฉลี่ยที่มนุษย์ล้มตายไปจากเหตุการณ์ในตอนนั้น หนังวันสิ้นโลกที่ถูกสร้างเรื่องแล้วเรื่องเล่าเกิดขึ้นจริงแล้ว แม้ดูค่าเฉลี่ยจะไม่ได้สูงมากก็ตาม เพราะมันเป็นแค่ค่าเฉลี่ยยังไงล่ะ
ในประเทศที่รับมือกับเหตุการณ์ได้ย่อมสูญเสียประชากรไปน้อยกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาหรือล้าหลัง สำหรับประเทศของเธอ คือ 55% ตัวเลขสูงลิ่วจากการรับมือได้แย่สุดๆ
หลังจากผ่านวันพิพากษาไปได้ครึ่งปี ผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนไป พลังวิเศษที่ราวกับหลุดออกมาจากนิยายปรากฏขึ้นจริง ผู้คนมีพลังถูกเรียกรวมกันว่า ฮันเตอร์ ศัพท์โลกที่บัญญัติขึ้นใหม่เพื่อประชากรกลุ่มใหม่โดยเฉพาะ
มีอาชีพพิเศษที่เกิดขึ้นมากมายหลังจากมีเหล่าฮันเตอร์ ตำแหน่งฮันเตอร์สายต่อสู้ แยกย่อยได้ทั้งใช้อาวุธ เวท พลังกาย สายป้องกันที่พลังป้องกันสูง และสายแยกย่อยอีกมากมาย อาชีพที่อลิซทำอยู่เป็นเพียงหนึ่งในสายสนับสนุน ฮีลเลอร์ระดับF
หมอเคลื่อนที่ที่ดีกว่าหมอในโรงพยาบาลนิดหน่อย
ความฝันของเด็กอายุ 16 ที่ตายไปพร้อมโลกก่อนหน้าเริ่มใหม่ในฐานะ ‘ฮีลเลอร์’ ไม่ใช่ ‘แพทย์’ อย่างที่ตั้งใจไว้
“เอาล่ะ รวมตัว”
เสียงเรียกดังขึ้นจากร่างสูงใหญ่ที่สวมเกราะหนังอย่างดีเอาไว้ อีกฝ่ายคงเป็นหัวหน้าลงเรดในคราวนี้
เกต ประตูมิติที่เชื่อมต่อกับอีกมิตินึงและ ดันเจี้ยน คือชื่อเรียกอีกฝั่งหนึ่งของเกตที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและของแปลกๆ มากมาย ฮันเตอร์มีหน้าที่ทำทุกอย่างเพื่อกำจัดภัยคุกคามนี้ลง
“แทงค์นำเข้าไปก่อน ตามด้วยไฟต์เตอร์ สายสนับสนุนและคนแบกของ..”
ฟังร่ายแผนการยาวเหยียดเสร็จร่างบางก็แยกกลุ่มให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว อลิซอยู่ในทีมสนับสนุนที่มีเพียงตัวเองคนเดียว เพราะเป็นเกตD ระดับเกือบต่ำสุดล่ะนะ
“โจ นายดูแลกองหลังกับทีมซับ”
“หา! ทำไมต้องฉันด้วย”
เสียงโวยวายดังขึ้นจากชายคนหนึ่งในกลุ่มไฟต์เตอร์ ผมไถข้าง สูงประมาณ 170 กับอาวุธที่ดูเหมือนจะเป็นดาบอะไรสักอย่าง
“เอาน่า คนอื่นแบ่งหน้าที่กันหมดแล้ว เหลือแต่นายนี่แหละ” ฝ่ายคนตัวใหญ่ที่ดูเป็นหัวหน้าเอ่ยก่อนจะตบลงบนบ่าดังป้าบๆ
ช่วยอย่าทำเหมือนทีมซับเป็นภาระได้หรือเปล่า
ตำแหน่งฮีลเลอร์คนเดียวในทีมลอบเบ้ปากในใจ
อลิซได้ยินมานักต่อนักแล้วล่ะ พวกที่มองทีมซับเป็นภาระมีอยู่ให้ได้เห็นจนเธอชินชา พวกเลือดร้อนอยากต่อสู้มีมากมายจนเธออ่อนใจ รอดแล้วได้ประสบการณ์ก็แล้วไป แต่วิ่งหน้าตั้งมาพร้อมขาเกือบขาดก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ฮีลเลอร์ไม่ใช่ซิลิโคนต่อขาสักหน่อย
“เอาล่ะ เริ่มได้”
เสียงดังขึ้นเป็นสัญญาณก่อนกองหน้าจะทยอยเข้าไปในเกต แผ่นหลังที่สวมชุดป้องกันหายเข้าไปหลังประตูมิติทีละคนจนถึงกลุ่มพวกเธอ
“ยืนเรียงกันดีๆ หน่อย อย่าเป็นภาระล่ะ” เจ้าของผมไถข้างสีแสดแสบตาที่ถูกเรียกว่า ‘โจ’ เดินมายืนข้างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ น้ำเสียงไร้ความกระฉับกระเฉงที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่พ้นพวกมือใหม่
ถ้ามีแค่แผลหกล้มล่ะก็ ช่วยอดทนแล้วไปโรงพยาบาลจะดีมากเลยล่ะ
บ่นในใจอีกสองสามประโยค ร่างบางก็ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เธอเป็นหมอเคลื่อนที่หนิ รับเงินมาแล้วก็ต้องรักษาทุกแผลนั่นแหละ
เสียงกระทบกันของอาวุธดังก้องไปทั่วถ้ำ ความร้อนที่แผ่ออกมาจนรู้สึกได้บ่งบอกว่ามีใครคนใดคนหนึ่งใช้เวทไฟแล้วหลังจากเข้ามาได้ห้านาที ในตอนที่เข้ามาทีแรกนั้นเธอกังวลอยู่นิดหน่อยที่เพดานถ้ำสูงเพียงตัวเธอ กับบางคนนั้นจำเป็นต้องก้มตัวเดินเลยทีเดียว แต่พอลึกเข้าไปเรื่อยๆ เพดานก็เริ่มสูงขึ้น
อย่างกับอุโมงค์ย่อส่วน
ดวงตากลมกะพริบมองเหล่าคนแบกของตัวโตที่ดูทุลักทุเลในตอนแรกกำลังนั่งรอการต่อสู้ในขณะพูดคุยกันไปด้วย
“ได้ยินหรือเปล่า เนื้อหมูขึ้นราคาอีกแล้ว”
“หา!”
เสียงโวยวายนั้นดังพอที่จะให้เธอที่อยู่ห่างออกมาได้ยิน นัยน์ตาสีเทาเข้มละออกจากเพดานถ้ำมามองกลุ่มคนแบกที่คุยอย่างออกรสออกชาติ
“ไม่ใช่แมลงกินพืชซะหน่อย เนื้อสัตว์น่ะเหมาะกับเด็กไวกำลังโตนะ!” เสียงใครในกลุ่มโวยขึ้นก่อนจะตบฉาดลงหน้าตัก
“ลูกนายใกล้ห้าขวบแล้วหนิ หวังว่าจะเป็นเด็กที่แข็งแรงนะ”
“เอ่อ..”
ท่ามกลางบทสนทนา มีโทนเสียงแปลกแยกดังขึ้น เป็นฮีลเลอร์คนเดียวของกลุ่มนั่นเอง
“ถ้าอยู่แถวเคหะสีสันล่ะก็ เลยท้ายตลาดไปหน่อยมีร้านถูกอยู่นะคะ” ร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเอ่ยเสียงเบา มือบางจับชายเสื้อตัวเองยามรู้ตัวว่าเผลอคุยกับคนแปลกหน้า
“โอ้!” ชายที่เปิดบทสนทนาร้องขึ้นอย่างประหลาดใจ ใบหน้าวัยกลางคนเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มใจดี
“แม่หนูนี่สวรรค์มาโปรดจริงๆ มีอยู่จริงสินะ ร้านลับที่ขายของถูกน่ะ!” ว่าจบคนแก่กว่าก็หัวเราะชอบใจ “ขอบคุณจริงๆ นะ ลูกฉันน่ะชอบกินหมูติดมันสุดๆ”
การสนทนาไปในทางที่ดีขึ้น สายตาและคำพูดมากมายเบนมาที่ฮีลเลอร์สาวจนเจ้าตัวก้มมองปลายเท้าตัวเองอย่างทำตัวไม่ถูก
“นี่มันโหดร้ายชะมัด อุตส่าห์เตรียมอาวุธมาครบมือแท้ๆ”
ประโยคที่ดูระคายหูดังออกมาจากปากโจผมสีแสบตาที่เดินนำอยู่ข้างหน้าสุด สีหน้าดูเบื่อหน่ายเต็มประดา ไม่ต้องบอกว่าอารมณ์วัยรุ่นเลือดร้อนคนนี้ได้มาถึงขีดสุดแล้ว
เท่าที่อลิซฟังรายละเอียดมาดูเหมือนมันจะเป็นเกตของพวกก็อบลิน พวกหูแหลมตัวเขียวนั่นมีอะไรน่าสนใจกัน ในสายตาของเธอแล้วน้ำลายที่ยืดยาวตลอดเวลาของมันเป็นสิ่งที่เธออยากอยู่ห่างที่สุดแล้ว ถึงเข้าเกตบ่อยก็ใช่ว่าเธอจะชอบสกปรกซะที่ไหน!
นัยน์ตาสีน้ำตาลของหนุ่มเลือดร้อนกวาดไปมาในขณะที่เดินตามเข้าไปในถ้ำเรื่อยๆ “มันจะลึกเกินไปหรือเปล่า ไม่ใช่รังแมลงซะหน่อย”
เป็นตอนนั้นเองที่ฮีลเลอร์สาวคนเดียวชะงักเช่นกัน รังก็อบลินปกติลึกขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าเป็นรังที่มีพวกตัวใหญ่อยู่ด้วยละก็ที่ผ่านมาคงเจอสักตัวสองตัวแล้ว”
ดวงตาสีเทากวาดมองซากก็อบลินที่สูงเพียงไม่เกินใต้อกผู้ชาย ดูยังไงก็เป็นก็อบลินปกติไม่ใช่เหรอ
“อ๊ากกก!!!”
แทงค์: ฮันเตอร์สายป้องกัน
ไฟตเตอร์: ฮันเตอร์สายต่อสู้/เข้าปะทะ มีแยกย่อยตั้งแต่ใช้อาวุธ เวทรือพละกำลังโดยตรง
ลงเรด: ออกล่าเป็นกลุ่ม/จับกลุ่มเพื่อลงดันเจี้ยน
สู้ชีวิต
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากกองหน้าสุด ร่างใหญ่ของผู้ชายที่คาดว่าเป็นตำแหน่งแทงค์กระเด็นมากระแทกผนังถ้ำบริเวณที่ฮีลเลอร์สาวอยู่
“เกิดอะไรขึ้น!” ไวกว่าใครจะออกมาห้ามได้ทัน ฮันเตอร์หนุ่มเลือดร้อนที่รับผิดชอบกองหลังรีบพุ่งตัวออกไปทันที
“ช่วยหลบไปด้านหลังสุดด้วยค่ะ!” เสียงหวานตะโกนบอกกลุ่มคนแบกของก่อนร่างบางจะเข้าไปหาชายร่างสูงใหญ่ที่กระเด็นมากระแทกอย่างแรง
แสงสีเขียวอ่อนจางปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือฮีลเลอร์สาว แผลถลอกตามตัวหายไปแล้ว แต่สิ่งที่เธอกังวลที่สุดคงเป็นรอยช้ำขนาดใหญ่บริเวณชายโครง ปลายนิ้วจรดลงบนผิวคนบาดเจ็บก่อนภาพขยายคล้ายภาพเอกซเรย์จะปรากฏขึ้นในหัวของคนตัวเล็ก
ซี่โครงหักประมาณสามและดูเหมือนไหปลาร้าจะร้าว
“ต้องย้ายไปกองหลังแล้ว”
ประเมินการรักษาคร่าวๆ อลิซก็เลือกที่จะปัดให้แทงค์ของทีมไปกองหลังสุดทันที กระดูกที่หักฝืนขยับไม่ได้และเธอเองก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะต่อกระดูกที่หักได้ในพริบตา แม้แต่กระดูกที่ร้าวยังต้องใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งวัน
แทงค์มีคนเดียวหนิ
ในหัวร่างบางแล่นเร็วจี๋ เพราะเป็นรังก็อบลินทั่วไปเลยถูกตัดให้เหลือคนเดียวเพื่อประหยัดงบประมาณ
เฮงซวย!
สบถสาปนายหน้าในใจ ฮีลเลอร์สาวก็หันไปตามเสียงเรียก กลุ่มไฟต์เตอร์จากกองหน้าสามคนกำลังวิ่งมาทางเธอในสภาพเลือดทั่วตัวและหัวได้รับบาดเจ็บ มือบางพยายามประคองคนเจ็บหนักสุดให้นอนราบกับพื้นในขณะห้ามเลือดบริเวณสีข้างที่เป็นรูโหว่ขนาดเท่ากำปั้น
ไม่ใช่ฝีมือก็อบลินแล้ว!
เปิดถุงเลือดสำรอง เข็มที่เกิดจากพลังกลายเป็นสายต่อเลือดให้กับคนบาดเจ็บ อลิซต้องจำรายละเอียดของคนที่ลงเรดทั้งหมดเพื่อเตรียมอุปกรณ์รักษาที่เหมาะสม ผ้าสะอาดถูกยื่นให้อีกคนกดปากแผลไว้ ดวงตาสีเทาจับจ้องแผลที่ผสานตัวกันช้ากว่าปกติก่อนจะสังเกตเห็นรอยน้ำสีม่วงที่อยู่ตรงมุมปาก
“พิษด้วยงั้นเหรอ บัดซบ!”
เสียงสบถดังออกจากปากอีกครั้ง มือที่ว่างล้วงหยิบเข็มฉีดยาจากกระเป๋าคู่ใจ ฮีลเลอร์เลือกที่จะฉีดให้คนที่หมดสติก่อนและส่งอีกเข็มให้คนที่มีรูโหว่คล้ายกันบริเวณแก้มซ้าย
“ฉันฉีดไม่เป็นค่ะ!” สาวอีกคนบอกอย่างลนลาน มือที่กุมแผลตรงแก้มเอาไว้สั่นจนไม่มีแรงแม้แต่จะกดห้ามเลือด
“ส่งมาค่ะ” มือบางหันมารับเข็มฉีดยาก่อนจะฉีดมันให้อีกฝ่าย
“อ๊ากก!!”
เวลาเพียงไม่ถึงห้านาทีก็มีร่างคนที่เหลือกระเด็นมาทางเธอ ดวงตากลมเบิกกว้างมองร่างของหัวหน้ากลุ่มที่อยู่ในสภาพลมหายใจรวยริน รูโหว่ราวกับถูกสว่านเจาะปรากฏทั่วร่างกายในขณะที่อีกคนกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ แผลบริเวณหัวใจรักษาไม่ทันแล้ว
“ช่วยแบกคนบาดเจ็บออกไปด้วยค่ะ!” ร่างบางตะโกนบอกคนแบกของที่ดูเป็นไปได้มากสุดในการช่วยย้ายคนบาดเจ็บออกไป
หนึ่ง สอง สาม… ขาดคนนึง!
“อ๊ากก!! ช่วยด้วย!”
“ปีชงรึไงวะ!” มือยกทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่งก่อนขาเรียวจะหันเปลี่ยนไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
บ้าน่า..
ขาเรียวแข็งค้างยามเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่ใช่ก็อบลิน
ขาแหลมยาวของสิ่งมีชีวิตแปดขายาวกว่าหกเมตรในขณะที่ลำตัวตัวใหญ่คับถ้ำ ขาที่เต็มไปด้วยแง่งแหลมราวกับเครื่องจักรขุดทะลวงวิ่งตรงมาทางฮีลเลอร์สาวอย่างบ้าคลั่ง เสียงกระทบของขาขนาดใหญ่ราวกับแท่งเหล็กเคาะพื้นถ้ำเป็นจังหวะถี่ยิบ
“ช่วยด้วย!”
เสียงตะโกนดังขึ้นในโสตประสาทที่อื้ออึงของร่างบาง ห่างจากขาขนาดใหญ่ของแมงมุมยักษ์ไม่ไกลมีร่างไร้ขาจมกองเลือดอยู่ เป็นพ่อหนุ่มเลือดร้อนผมสีแสบตานั่นเอง
ขาสั้นแบบนี้เหมาะจะโดนวิ่งไล่รึไง!
ขมับใบหน้าเกลี้ยงเกลาปรากฏเส้นเลือดขึ้น ขาเรียวออกวิ่งเต็มกำลังไปหาร่างฮันเตอร์หนุ่มไร้ขา
“ขออนุญาตลากนะคะ!” คนตัวเล็กตะโกนลั่นก่อนแขนจะออกแรงลากร่างคนชื่อโจไปตามถ้ำอย่างเอาเป็นเอาตาย
พึ่งบ่นแท้ๆ ว่าฮีลเลอร์ไม่ใช่ซิลิโคนต่อขาน่ะ!
ตู้มม
ขาแข็งราวเสาเข็มเจาะลงผนังถ้ำห่างจากทั้งสองเพียงไม่กี่เซน ในสายตาอลิซที่อยู่กองหลังเสียส่วนใหญ่แล้วมันแทบจะเป็นเรื่องเลวร้ายสุดๆ
อ๊ากกก
ฮีลเลอร์สาวที่เปลี่ยนหน้าที่มาแบกคนกรีดร้องในใจสุดเสียง ทางเดินถ้ำที่เต็มไปด้วยรอยเลือดไม่จำเป็นต้องมีคนนำทาง แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเธอจะมีแรงมากพอไปถึงทางออกเกตหรือเปล่า
กึก
รองเท้าพละที่ชุ่มไปด้วยของเหลวหยุดกึก ริมฝีปากบางขบกันจนห้อเลือด ระดับความเครียดพุ่งขึ้นจุดสูงของขีดสุด
มีสองตัว
“หาา คู่กันงั้นเหรอ!” ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อย่นยับจนดูไม่ได้
เสียงกัดฟันดังกระทบกันพร้อมกับร่างบางที่สั่นไม่หยุด ซากศพของกลุ่มที่ล่วงหน้ามาก่อนกระจัดกระจายไปตามผนังถ้ำ ทั้งกลิ่นเลือดและเศษเนื้อสดตลบในอากาศจนฉุนจมูก
ไม่มีทางไปแล้ว ทุกคนตายหมดแล้ว…
ดวงตาสีเทาหม่นแสงอย่างอับจนหนทาง ด้านหลังและด้านหน้าคือแมงมุมตัวใหญ่ที่ใช้ขาเจาะทะลวงทุกอย่าง
มีชีวิตอยู่ได้เท่านี้งั้นเหรอ
ขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นในขณะที่ฮันเตอร์หนุ่มแน่นิ่งไปราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ขาขนาดใหญ่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงกระทบไปมาของเหล็กแหลมดังกลบเสียงกัดฟันอย่างวิกลจริตของฮีลเลอร์สาว จังหวะที่ปลายแหลมดั่งเคียวของมันห่างจากกลางอกของร่างเพียงปลายนิ้วกั้น เท้าก็พลันยันพื้นผนังถ้ำถีบตัวเองออกจากรัศมีความตายอย่างหวุดหวิด
แม่งเอ๊ย! ทองก็ยังไม่ได้ไถ่คืนเลย
เสียงกระทบกันของฟันเปลี่ยนเป็นแรงกัดฟันในขณะที่แขนบางออกแรงลากมนุษย์ขาขาดผู้ร่วมชะตากรรมอีกครั้ง ‘ไม่ใช่วันนี้’ ดังขึ้นซ้ำๆ ในหัวของอลิซก่อนสายตาจะสังเกตเห็นช่องว่างเพียงหนึ่งเดียวของแมงมุมตัวก่อนหน้า
“เอาวะ”
ขนาดตัวที่เล็กดันเป็นประโยชน์อย่างมากในตอนที่สองร่างทุลักทุเลวิ่งลอดผ่านใต้ขามอนสเตอร์ไปหวุดหวิด
ถ้ำพอดีตัวขนาดนี้คงกลับตัวลำบากสินะ!
ความลิงโลดปรากฏในแววตาฮีลเลอร์สาวก่อนขาเรียวจะออกวิ่งอีกครั้งพร้อมภาระที่เธอช่วยมาเองกับมือ
“ล้อเล่นน่า เป็นนกฮูกรึไง!”
ร่างบางกรีดร้องเสียงหลงทันทีเมื่อใบหน้าของแมงมุมที่หันหลังให้เธอบิดกลับมา ดวงตาที่ผุดขึ้นเต็มลำตัวจ้องมาที่คนตัวเล็กจุดเดียวกันราวกับอาหารโอชะ
มือเล็กออกแรงเหวี่ยงฮันเตอร์หนุ่มขาขาดออกไปสุดแรงก่อนจะคว้าอาวุธประจำตัวของฮันเตอร์เลือดร้อนขึ้นมา ขาเรียววิ่งเข้าประจันหน้ากับแมงมุมที่ไล่ตามมาอย่างบ้าคลั่ง กระเป๋าสัมภาระถูกโยนขึ้นกลางอากาศพร้อมถุงเลือดในขณะที่ถลาตัวลอดเข้าไปใต้ท้องของสิ่งมีชีวิตใหญ่คับถ้ำ
ฉึก!
กึ๊กกก
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมอนสเตอร์แมงมุมยักษ์ดังก้องไปทั่วถ้ำ ร่างบางกระทุ้งอาวุธในมือเข้าไปมิดด้ามก่อนจะดันมันไปอีกทางจนเป็นแผลกว้าง
“ดึงออกไม่ได้!” อลิซออกแรงอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อดึงอาวุธคืนแต่มันกลับไม่เคลื่อนไหวราวกับปักลงหิน “ไม่ทันแล้ว”
มือบางใช้ปลายขาข้างหนึ่งเป็นที่กลับตัวก่อนจะพุ่งร่างตัวเองออกจากใต้ท้องแมงมุมมุ่งกลับไปหาฮันเตอร์หนุ่ม
“ทำไมไม่โจมตีบนหลังมันล่ะ!” เจ้าของผมสีแสบตาร้องบอกฮีลเลอร์สาวที่ใช้เขาต่างเกวียน
“ทำได้ก็ทำเองสิคะ!” เสียงหวานแทบจะเปลี่ยนเป็นตะโกน ขาเรียวก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย “คนที่พละได้เกรดสี่เพราะกระบี่กระบองโง่ๆ จะไปกระโดดสูงขนาดนั้นได้ยังไงกัน!”
“อ๊าก เราตายแน่!!”
“หุบปากค่ะ!”
ออกซิเจนฉุกเฉินถูกล้วงออกมาพ่นสองสามทีก่อนจะโยนไปให้คนแขนปกติถือแทน ขาจ้ำลึกเข้าไปในถ้ำอย่างไม่มีทางเลือก
ฉึก
“อั่ก!”
ร่างบางเหวี่ยงฮันเตอร์หนุ่มอีกครั้งก่อนจะทรุดลงกับพื้นเมื่อปลายแหลมที่ดูเหมือนเหล็กในเสียบทะลุท้องเป็นรูโหว่ มีดพกถูกดึงออกมาก่อนจะตัดส่วนปลายแหลมของมันทิ้ง ช่างเป็นการกระทำที่ดูไร้ประโยชน์กับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีคมเขี้ยวมากมาย
เลือดสีสดไหลทะลักออกจากทั้งปากและช่องท้องของร่างบาง “อ๊ากก!!”
ขาแหลมราวเคียวขนาดใหญ่ซ้ำลงที่ต้นขาของฮีลเลอร์สาว เสียงหวานกรีดร้องอย่างเอาเป็นเอาตายไม่ต่างกับหมาจนตรอกที่เจ้าตัวเคยเห็น
“แก!” สิ้นเสียง มีดพกก็ถูกขว้างไปปักหนึ่งในดวงตาของมอนสเตอร์ตรงหน้า
ดวงตาสีเทาเริ่มเปลี่ยนเป็นเลื่อนลอยจากอาการเสียเลือดมากในคราวเดียว
“อ๊ากก!!”
สายยาวที่ถูกตัดสิ่งคล้ายเหล็กในออกพุ่งมายังร่างบางก่อนมันจะเกี่ยวรูโหว่กลางตัวขึ้นราวกับสวมใส่เครื่องประดับ สิ่งที่แมงมุมชอบที่สุดของมันเป็นเหยื่อที่ดิ้นไปมาในเงื้อมมือของตัวเองนี่แหละ
“กัดด!”
อลิซใช้แรงเฮือกสุดท้ายกัดผ่านผิวหนังที่แข็งราวกับเหล็กของส่วนที่ดูเหมือนหางของแมงมุมยักษ์ ความแข็งของมันดูเปราะกว่าขาทว่าแทบทำให้ฟันที่กัดลงกับร้าวราวกับเคี้ยวหินกรวดในข้าว
สู้สุดใจจนกว่าจะตายกันข้าง
ตู้มม!
ความเจ็บปวดจากเหยื่อในกำมือทำให้หางสะบัดฮีลเลอร์สาวกระเด็นออกไป ร่างบางกระแทกผนังถ้ำอย่างแรงก่อนจะตกลงไม่ไกลจากโจที่ขาขาด
กึ๊กกก
เสียงหวีดแหลมดังมาจากแมงมุมยักษ์คล้ายคลุ้มคลั่ง ตั้งแต่เกิดมามันไม่เคยเจอเหยื่อที่ทำร้ายตัวมันเองได้แม้แต่ตัวเดียว ขาแหลมยกขึ้นพุ่งไปยังฮีลเลอร์สาวที่นอนหายใจรวยรินอยู่ด้วยความเร็ว
กึก
เสียงคล้ายของแข็งปะทะกันดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ ปลายแหลมของขาแมงมุมยักษ์ไม่อาจทะลุเข้าไปยังหัวใจของร่างบางได้ มันแข็งไม่ต่างจากขาทั้งแปดของมัน
“กล้ามอกงั้นเหรอ!”
“หุบปากค่ะ!” แขนชุ่มเลือดพยายามยันตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล
จะความสามารถใหม่อะไรก็แล้วแต่เถอะ ถ้าอดทนอีกนิดอาจจะได้กลับไปไถ่ทองที่โรงจำนำก็ได้ แววตาเลื่อนลอยของร่างกายกลอกไปมาอย่างไม่อาจควบคุม สิ่งสุดท้ายก่อนสติทุกอย่างจะดับไปคือเสียงตะโกนของกลุ่มคนที่ดังมาจากที่ไกลๆ
สติสุดท้ายของอลิซดับลงในที่สุดพร้อมกับนิ้วกลางที่ชี้ขึ้นกลางอากาศ
ไอ้เวร..
ยังยืนยันคอนเซปเดิมว่าเรื่องนี้ไม่เน้นขายสวย555555
เรื่องแปลกๆ
เฮือก
ร่างบางสะดุ้งสุดตัวก่อนดวงตาจะหรี่ลงเมื่อปะทะเข้ากับแสงสว่างอย่างไม่ทันตั้งตัว เปลือกตาฮีลเลอร์สาวกะพริบถี่ๆ เพื่อมองภาพตรงหน้าก่อนจะนิ่งไป ภาพของห้องในโรงพยาบาลปรากฏแก่สายตาในขณะที่บริเวณไหปลาร้าถูกต่อสายน้ำเกลือเอาไว้
ยังไม่ตาย..
“ร่างกายฟื้นตัวไวมากเลยค่ะ บอกตามตรงคุณอาการสาหัสมากในตอนที่ถูกส่งตัวมาถึงโรงพยาบาล มีแผลขนาดใหญ่ตรงบริเวณท้องและต้นขา แถมยังเสียเลือดมาก แต่คุณปฐมพยาบาลมาได้ดีเลยค่ะ”
นัยน์ตาสีเทามองหมอที่ร่ายอาการของเธอบนหน้ากระดาษให้ฟัง คนบนเตียงพลันเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำว่า ‘ปฐมพยาบาลมาได้ดี’
“คะ?” หัวคิ้วเรียวขมวดเป็นปมในขณะที่พยายามขุดความทรงจำขึ้นมา มีคนมาช่วยเธอไว้ได้ทันงั้นเหรอ?
“แผลของคุณสมานตัวได้เร็วกว่าปกติมากเลยค่ะ แถมตอนมาถึงเลือดตรงบาดแผลก็ไหลช้าลงด้วย ช่วยทางหมอได้เยอะเลยค่ะ” หมอสาวยังคงพูดต่อในขณะที่คนฟังขมวดคิ้วจนกลายเป็นโบ “คุณอาจจะยังไม่ทราบ ดันเจี้ยนที่เราพบคุณเป็นดันเจี้ยนระดับB ค่ะ ทีมสำรวจบอกว่าเป็นกรณีหายากมากๆ ที่ดันเจี้ยนจะเชื่อมต่อกัน”
มือบางยกขึ้นคลึงขมับยามสมองรับข้อมูลใหม่เข้ามา ดันเจี้ยนที่เชื่อมกัน? หมายความว่าดันเจี้ยนแรงค์D- ที่เธอเข้าเชื่อมกับดันเจี้ยนแรงค์B งั้นเหรอ
“คุณโชคดีมากที่ฮันเตอร์จากแรงค์B ไปพบคุณก่อนคุณจะวิ่งลึกเข้าไปถึงรังมันน่ะค่ะ”
“หมอแจ้งญาติให้แล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ พักผ่อนได้ตามสบายเลยค่ะ”
ปึก
ดวงตาสีเทาจ้องยังบานประตูห้องพักที่ปิดลงด้วยฝีมือหมอ ในหัวอลิซแล่นเร็วจี๋ ก่อนมือจะเลิกเสื้อขึ้นดูบาดแผลตรงท้องตัวเองที่หายสนิทดีอย่างไม่น่าเชื่อในสามวัน
บ้าไปแล้ว ตรงขาเองก็ด้วย
“หมายความว่ายังไงกันแน่..” ดวงตากลมโตกวาดสำรวจตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ มือเผลอยกขึ้นจับสายน้ำเกลือตรงไหปลาร้าอย่างลืมตัว
หมอบอกว่าขาและแขนเธอแข็งแรงมากจนเจาะสายน้ำเกลือไม่เข้า อาจจะเป็นเพราะเธอใช้สกิลบางอย่าง
เธอเป็นฮีลเลอร์นะ จะมีสกิลแบบนั้นได้ยังไง แปลกเกินไปแล้ว!
“ก่อนหน้านั้นทำอะไรไปนะ..”
ในหัวคนบนเตียงเริ่มเรียงลำดับเหตุการณ์ใหม่อย่างช้าๆ เธอโดนแมงมุมไล่ฆ่าอย่างเอาเป็นเอาตาย พอคิดว่าจะตายแน่ๆ ก็เลย.. เผลอกัด ทั้งยังกลืนลงท้อง
เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นมากมาย ท่ามกลางความเป็นไปได้หลายทางความคิดหนึ่งพลันโผล่ขึ้นมาในหัว ไอ้หนุ่มแมงมุมโดนแมงมุมกัดเลยใช้ใยได้ งั้น..ถ้าเธอกัดแมงมุมกลับ
พิลึกเกินไปแล้ว!
มือคว้าโทรศัพท์ใกล้กับหัวเตียงขึ้นมาเปิดค้นหาอย่างรวดเร็ว อลิซไม่รู้ว่าแมงมุมที่เธอเจอมีชื่อเรียกว่าอะไร ใช้เวลาหาลักษณะของมันไม่นาน ภาพแมงมุมลำตัวสีม่วงขนาดใหญ่และขาดั่งเสาเหล็กคู่ใจก็ปรากฏขึ้นบนจอโทรศัพท์
แมงมุมเหล็กหลังม่วง
มอนสเตอร์ระดับC+ พบมากในดันเจี้ยนB และC
ขนาดโตเต็มวัย 15 เมตร โดยประมาณ
คุณสมบัติพิเศษ: ใยแมงมุมเหนียว, ขาเหล็กและเกราะเกือบทั้งตัวยากต่อการทำลาย, พิษที่เขี้ยวและปลายขา, หางเหล็กในชนิดพิเศษในการจับเหยื่อ
ขาเหล็กและเกราะ? โตเต็มวัยประมาณ 15 เมตร?
หัวคิ้วเรียวขมวดกันมากกว่าเดิม งั้นตัวที่เธอเจอก็เป็นแค่ตัวลูก.. ถ้าวิ่งลึกเข้าไปอีกก็จะเจอรังมัน
ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสะบัดความคิดสยดสยองออกจากหัวตัวเองก่อนจะโฟกัสที่สกิล ‘ขาเหล็ก’ ของแมงมุมเหล็กหลังม่วง มันจะเป็นอย่างที่เธอคิดหรือเปล่า?
ดวงตากวาดสายตามองรอบห้องสายตาพลันสะดุดเข้ากับปากกาที่วางอยู่ไม่ไกลจากเตียงผู้ป่วย
ต้องลองดูถึงจะรู้
ร่างบางลุกจากเตียงลากเสาน้ำเกลือตรงดิ่งไปที่ของดูเหมือนอาวุธหนึ่งเดียวในห้อง ดวงตากลมโตหลับปี๋ในขณะที่เงื้อปากกาขึ้นสูงสุดแรง
พลั่ก!
นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ปากกาที่เธอง้างสุดแขนหักทันทีที่มันปะทะเข้ากับแขนของเธอ
ขาเหล็กล่ะ..
คำว่าขาเหล็กผุดขึ้นในหัวร่างบางราวกับคอมค้าง พอกินแมงมุมไป เธอจะกลายเป็นแมงมุมงั้นเหรอ…
“ไม่จริง…”
ตึง
“พี่ลิซ!”
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรงก่อนร่างผู้มาใหม่จะเดินจ้ำอ้าวเข้ามาในห้อง ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ‘ทีร์’ ผู้เป็นน้องชาย เรือนผมสีดำและโครงหน้าคล้ายกันกว่าเจ็ดส่วนตรงดิ่งมาก่อนจะคว้าคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
“นึกว่าพี่จะไม่กลับมาแล้ว” เสียงทุ้มสั่นเครือในขณะที่แขนรัดคนในอ้อมกอดเอาไว้แน่น
“ทุกอย่างโอเคหรือเปล่า” มือบางได้แต่ตบหลังคนเป็นน้องชายดังแปะๆ พึ่งขึ้นม.6แท้ๆ แต่ส่วนสูงทิ้งห่างเธอไปไกลทีเดียว
“มีแต่พี่นั่นแหละที่ไม่โอเค!”
“พี่โอเคจะตาย” ดันอกอีกฝ่ายก่อนจะผายมือให้ดูตัวเอง “แผลหายสนิทในสามวัน เหลือเชื่อเลยเนอะ”
เห็นแขนของคนตัวสูงปาดหน้าอย่างลวกๆ ร่างบางก็อดไม่ได้ที่จะเขย่งขึ้นไปลูบหัว “วันพรุ่งนี้ก็ได้ออกแล้วล่ะ”
ใบหน้าภายใต้เรือนผมสีดำยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจนตาหยี บางทีที่เธอพยายามวิ่งต่อในตอนนั้นอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้วก็ได้
งานหนักคงไม่ลำบากหรอก ถ้ารอดตายมาได้น่ะ..
“ไม่ไหวแล้ว!”
เสียงหวานตะโกนลั่นบ้าน มือบางจับโยนรองเท้าทิ้งก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่ถึงบ้าน ได้ยินเสียงหัวเราะดังไล่หลังมา คนเป็นพี่ก็ได้แต่เบ้ปากในใจเท่านั้น
“ผมต้มแป้งบดไว้ พี่จะเอาไข่เค็มด้วยไหม”
เสียงคนเป็นน้องเอ่ยถามขณะที่ร่างบางก้าวออกมาจากห้องน้ำ ทั้งที่อยากทำอย่างอื่นเป็นอย่างแรกแท้ๆ แต่พอมาถึงบ้านทำไมถึงกลายเป็นวิ่งเข้าห้องน้ำกันนะ
“เอาแต่ไข่แดง” อลิซเอ่ยตอบขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งกับโต๊ะญี่ปุ่นขนาดพอต่อสองคน
“เข้าใจแล้ว งั้นไข่ขาวผมกินเอง”
ประโยคจากทีร์ทำให้หัวคิ้วบางเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ เธอมักจะโดนบ่นอยู่บ่อยๆ เพราะชอบตักกินแต่ไข่แดง ทำไงได้ล่ะ ไข่ขาวมันเค็มเกินไปนี่นา
มองใบหน้าด้านข้างคนตัวสูงกว่า 177 ใบหน้าเกลี้ยงเกลาก็ถอนหายใจออกมา ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าน้องชายของเธอใจหายแค่ไหน ตลอดหกปีที่ลงเรดมาเธอไม่เคยบาดเจ็บหนักสักครั้ง
‘เพราะฮีลเลอร์จะได้รับการดูแลอย่างดีล่ะนะ ผมถึงให้พี่เป็นฮันเตอร์น่ะ’
นั่นคงเป็นประโยคแรกที่ทีร์พูดออกมาตอนที่อลิซตัดสินใจทำงานฮันเตอร์ และเธอก็ไม่คิดจะบอกด้วยว่าฮีลเลอร์ระดับต่ำน่ะโดนจิกหัวใช้แค่ไหน
พอบาดเจ็บคนก็รีบวิ่งมาหาหมอ แต่พอรอดชีวิตมาได้กลับขอบคุณสวรรค์
“ทีร์” ร่างบางลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวก่อนจะพิงซิงค์ล้างจานมองผู้เป็นน้องชาย “พี่น่ะเก่งขึ้นแล้ว”
ฝ่ายคนตัวสูงรีบหันขวับมาหาเธอ สีหน้าบอกอย่างชัดเจนว่ากำลังจะพูดอะไรกันแน่
“ดูนี่นะ” มือบางคว้ามีดทำครัวมาไว้ในมือก่อนฉีกยิ้มกว้าง
“นี่!”
ไวกว่าความคิด ปลายแหลมของมีดถูกง้างขึ้นสุดแขนไปยังเป้าหมายที่เป็นแขนอีกข้าง
แกร๊ง!
“ทำอะไรเนี่ย!” เสียงทุ้มแทบกลายเป็นตะคอก คนตัวสูงกว่าถลาเข้ามาก่อนจะปัดมีดในมือคนเป็นพี่ทิ้งจนแทบกลายเป็นกระโดดใส่ มีดหั่นผักเบี่ยงออกเฉียดแขนไปอย่างหวุดหวิด
“กำลังจะบอกไงว่ามันไม่ได้…”
นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างมองแขนของตนเองที่มีรอยถากของมีดเป็นทางยาว มองเลือดสีแดงที่หยดลงพื้นติ๋งๆ อลิซก็ได้แต่มองมันนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น
ทำไมถึงเลือดไหลได้?
ซ่า
น้ำสะอาดจากก๊อกไหลผ่านแผลจนรู้สึกแสบ มือหนาของทีร์จัดแจงอย่างรวดเร็วในขณะที่คนพี่ได้แต่ยืนเหม่อ หัวคิ้วเรียวขมวดพยายามหยดยาลงบนแผลอย่างเบามือ
ความเงียบที่โรยตัวลงพลันเปลี่ยนเป็นอึดอัดเมื่อคนตัวสูงไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย นอกจากขมวดคิ้วมองพี่สาวอยู่อย่างนั้นก็ทำราวกับคิดไม่ตก
“กลับมาป่วยงั้นเหรอ” เสียงพึมพำดังออกจากปากคนเป็นน้องในขณะที่ดวงตาสีเดียวกับเรือนผมจ้องแผลบนแขนคนพี่อย่างไม่วางตา
“ไม่ๆ” ผมสีน้ำหมึกสะบัดไปมาจนแทบพันกัน อลิซยืนยันว่าเธอเองรักษาจนหายแล้ว เมื่อกี้มันแค่ผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น “มันแค่..”
“พี่อยากไปหาหมอหรือเปล่า?” ดูเหมือนร่างสูงจะไม่ยอมถอยเธอเพราะคิดว่าเธอป่วยจริงๆ
“ไม่สิ พี่ไม่ได้เป็นอะไร ทำแผลแล้วด้วยดูนี่…”
เอ๊ะ.. แผลหายไปแล้ว
“แผลหายแล้ว หมายความว่าไง” ดวงตาสีเทาเข้มเบิกกว้างมองแผลตัวเองสลับกับคนเป็นน้องอย่างสับสน
เมื่อกี้ใส่ยาปกติหนิ ไม่ใช่โพชั่น x2
สองพี่น้องคิดออกมาทำนองเดียวกันในขณะที่มองบาดแผลที่เหลือไว้เพียงรอยยา
“ที่.. ที่จะบอกก็แบบนี้แหละ เหมือนพลังฟื้นตัวพี่จะพัฒนาขึ้นล่ะ” เสียงหวานหัวเราะแหะๆ ก่อนพุ่งตัวเข้าไปในห้องของตัวเองโดยไม่รอให้คนเป็นน้องคว้าไว้ทัน
“เฮ้!”
ได้ยินเสียงตะโกนดังไล่หลังมา ร่างบางทรุดลงกับพื้นห้องอย่างสับสน ในหัวมีแต่คำว่าทำไมผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด
สกิลขาเหล็กหายไปไหนแล้ว..
“อย่าทำอะไรแปลกๆ นะ!” เสียงทุ้มตะโกนดังมาจากอีกฟากของประตูพร้อมกับแรงเคาะ
“ร..รู้แล้ว เดี๋ยวออกไป เหลือไข่แดงไว้ให้พี่ด้วย”
ตะโกนกลับไปอลิซก็พุ่งตัวไปค้นของในลิ้นชักทันที มีดพกสำรองถูกหยิบออกมาก่อนสายตาจะหันกลับไปมองประตูอย่างระแวดระวัง
ฟึบ
คมมีดบาดลงอย่างไม่ลึกมากก่อนนัยน์ตาสีเทาจะเบิกกว้างอย่างไม่เชื่ออีกครั้ง
“หายในเวลาไม่กี่วิ..”
สกิลขาเหล็กหายไป แต่กลายเป็น..รักษาบาดแผล!?
เรื่องแปลกประจำวัน เริ่ม!