โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ฮีลเลอร์ระดับSSS

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 ม.ค. 2567 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2567 เวลา 13.03 น. • Choenix
อลิซ เป็นฮีลเลอร์ระดับF มาทั้งชีวิต จนกระทั่งในสถานการณ์เฉียดตายครั้งหนึ่ง ทำให้เธอรู้ว่าตนเองสามารถกินมอนสเตอร์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังได้! ทั้งพลังฮีลและสกิลต่างๆที่เปลี่ยนชีวิตเธอเริ่มขึ้นแล้ว

ข้อมูลเบื้องต้น

อลิซ เป็นฮีลเลอร์ระดับF มาทั้งชีวิต ความสามารถที่ดีกว่าหมอนิดหน่อยตรงไม่ต้องใช้เครื่องมือนั้นทำให้เธอโดนดูถูกอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งในสถานการณ์เฉียดตายครั้งหนึ่ง ทำให้เธอรู้ว่าตนเองสามารถกินมอนสเตอร์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังได้! ทั้งพลังฮีลและสกิลต่างๆที่เปลี่ยนชีวิตเธอเริ่มขึ้นแล้ว

สวัสดีทุกคนที่แวะเวียนกันมานะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไรท์แต่งเพื่อแก้เครียดจากนิยายอีกเรื่องค่ะ นั่นแหละความลับของผมกัปตัน ผมเครียดจนเขียนนิยายได้เรื่องนึง555555

เรื่องทั้งหมดเน้นการปรุงโพชั่น หาวัตถุดิบ รักษาโรค และเพิ่มสกิลสไตล์ฮีลเลอร์ เนื้อหาไม่หนัก ถอดสมองอ่านได้ ขายขำไว้ก่อนที่เหลือค่อยว่ากัน สนุก สุขนิยม แฟนตาซี ไม่มีพระเอก แต่จะมีตอนพิเศษของแต่ละคนงับ

**เนื่องด้วยเป็นนิยายแฟนตาซี ตรรกะบางอย่างในเรื่องอาจไม่ตรงกับหลักการหรือแนวทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ขอโปรดเข้าใจ//ไหว้ย่อ

Trigger warning

เลือด, ความรุนแรง, การต่อสู้แบบทุ่มสุดตัว, การทำร้ายร่างกายตนเอง, การฆ่าเพื่อใช้ประโยชน์

สถานะปัจจุบัน: จบแล้ว+แก้เนื้อหาเป็นฉบับรีไรท์ครบ100%

ลงให้อ่านเว็บ Dek-d ReadAWrite 2read Mareadและธัญวลัย เท่านั้น ถ้าเจอในเว็บอื่นนอกเหนือจากนี้สามารถมาก็อกๆ บอกไรท์ได้เลยนะคะ //โค้ง

(ในเว็บรายตอนลงให้อ่านจนจบยกเว้นตอนพิเศษ)

อยากหนับหนุนเป็นกำลังใจ เป็นค่ายาให้ไรท์ สอยอีบุ๊ก (ตอนพิเศษจุกจริง คุ้มสุดๆ)

จิ้มรูป

ติดตามข่าวสารผลงาน

เพจFB Choenix (@choenixx)

จิ้ม>> https://www.facebook.com/Choenixx

ทวิตเตอร์ @choenixx

(ติดต่องานทางทวิตสะดวกที่สุดค่ะ)

แฮชแท็กเรื่อง #ฮีลเลอร์SSS

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537

โดย นามปากกา Choenix

ห้ามทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของงานเขียนนี้ รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าในรูปแบบหรือวิธีการใดๆในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น

บทนำ

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่โลภและเห็นแก่ตัว ผู้อยู่บนวัฏจักรสูงสุดที่จะทำสิ่งใดก็ได้

ตั้งแต่อดีตกาลมนุษย์ต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอด น่าแปลกที่ไม่มีเขี้ยวเช่นสัตว์อื่นแต่กลับมีมันสมองที่เฉลียวฉลาด

บางที..นี่อาจจะเป็นความผิดพลาดของผู้สร้างโลกก็ได้

มนุษย์สร้างที่อยู่แสนปลอดภัยให้ตัวเองและขับไล่สัตว์อื่นให้หนีหัวซุกหัวซุนและติดป้ายว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั้งที่สัตว์หลายอย่างสูญพันธุ์ไปเพราะมนุษย์แท้ๆ ความเห็นแก่ตัวที่ขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้น หากสักวันถูกลงโทษก็ไม่น่าแปลกใจเลย

ใช่… บางทีตอนนี้มนุษย์อาจจะถูกลงโทษอยู่ก็ได้

นัยน์ตาสีเทาเข้มมองทางเดินริมถนนที่ทอดตัวยาว ก้มมองรองเท้าพละเก่าขาดที่ไม่ได้ซื้อใหม่สักทีเพราะต้องเก็บเงินอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงพูดคุยของผู้คนแว่วมาให้ร่างที่สูงเพียง 155 ซม.ได้ยิน กลางถนนที่ถูกปิดเอาไว้คือสถานที่ทำงานของเธอในวันนี้

“ธีริทธิ์ สาธิน” ริมฝีปากบางบอกชื่อตัวเองกับเจ้าหน้าที่พร้อมบัตรประจำตัว

เสียงพูดคุยนั้นเงียบลงก่อนสายตาสองคู่จะเบนมามองผู้มาใหม่อย่างสำรวจ หัวคิ้วของเจ้าหน้าที่ร่างท้วมที่นั่งอยู่หน้าโน้ตบุ๊กขมวดคิ้ว

เป็นปฏิกิริยาทั่วไปเมื่อได้ยินชื่อจริงของ ‘อลิซ’

“ผู้หญิงค่ะ ตำแหน่งฮีลเลอร์” และก็เอ่ยบอกประโยคซ้ำซากที่คนมักจะสงสัย

เพราะชื่อเธอเหมือนผู้ชาย ใครต่อใครหลังจากอ่านเพียงชื่อของเธอจึงตัดสินว่าเป็นผู้ชายซะส่วนใหญ่

“อ่า ฮีลเลอร์ระดับF ที่จะลงเรดด้วย” เป็นร่างสูงชะลูดสวมแว่นด้านข้างที่พูดทวนขึ้นมาแทน

บัตรประจำตัวถูกส่งกลับมาให้พร้อมกับพเยิดหน้าให้เธอไปรอยังพื้นที่เตรียมตัว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาภายใต้เรือนผมสีดำมัดรวบหางม้าเพียงพยักหน้าให้อย่างเฉยชาก่อนจะแยกตัวออกมา หูฟังถูกหยิบจึงสวมเมื่อหาที่เหมาะแก่การนั่งคอยได้แล้ว

ดวงตากลมโตใต้แพขนตางอนหนาหลุบมองปลายเท้าของตนเองในขณะที่มือเกี่ยวสายหูฟังที่พันกันไม่รู้กี่รอบไปมา

ขี้เกียจแกะชะมัด..

ไม่ไกลจากที่เธออยู่คือประตูมิติขนาดใหญ่สูงราวรถสิบล้อคันหนึ่งผ่าน เป็นเวลาหกปีแล้วที่เธอมองเห็นมันจนชินตา

โลกมนุษย์ได้เปลี่ยนไปแล้ว..

เจ้าสิ่งมีชีวิตเห็นแก่ตัวในที่สุดก็โดนลงโทษ โลกมิติอื่นผุดขึ้นมาทั่วทุกมุมโลกพร้อมกับสัตว์ประหลาดมากมาย สิ่งก่อสร้างพังทลายและผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากอย่างไม่คาดคิด พวกเราเรียกมันว่า 'วันพิพากษา'

33% คือค่าเฉลี่ยที่มนุษย์ล้มตายไปจากเหตุการณ์ในตอนนั้น หนังวันสิ้นโลกที่ถูกสร้างเรื่องแล้วเรื่องเล่าเกิดขึ้นจริงแล้ว แม้ดูค่าเฉลี่ยจะไม่ได้สูงมากก็ตาม เพราะมันเป็นแค่ค่าเฉลี่ยยังไงล่ะ

ในประเทศที่รับมือกับเหตุการณ์ได้ย่อมสูญเสียประชากรไปน้อยกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาหรือล้าหลัง สำหรับประเทศของเธอ คือ 55% ตัวเลขสูงลิ่วจากการรับมือได้แย่สุดๆ

หลังจากผ่านวันพิพากษาไปได้ครึ่งปี ผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนไป พลังวิเศษที่ราวกับหลุดออกมาจากนิยายปรากฏขึ้นจริง ผู้คนมีพลังถูกเรียกรวมกันว่า ฮันเตอร์ ศัพท์โลกที่บัญญัติขึ้นใหม่เพื่อประชากรกลุ่มใหม่โดยเฉพาะ

มีอาชีพพิเศษที่เกิดขึ้นมากมายหลังจากมีเหล่าฮันเตอร์ ตำแหน่งฮันเตอร์สายต่อสู้ แยกย่อยได้ทั้งใช้อาวุธ เวท พลังกาย สายป้องกันที่พลังป้องกันสูง และสายแยกย่อยอีกมากมาย อาชีพที่อลิซทำอยู่เป็นเพียงหนึ่งในสายสนับสนุน ฮีลเลอร์ระดับF

หมอเคลื่อนที่ที่ดีกว่าหมอในโรงพยาบาลนิดหน่อย

ความฝันของเด็กอายุ 16 ที่ตายไปพร้อมโลกก่อนหน้าเริ่มใหม่ในฐานะ ‘ฮีลเลอร์’ ไม่ใช่ ‘แพทย์’ อย่างที่ตั้งใจไว้

“เอาล่ะ รวมตัว”

เสียงเรียกดังขึ้นจากร่างสูงใหญ่ที่สวมเกราะหนังอย่างดีเอาไว้ อีกฝ่ายคงเป็นหัวหน้าลงเรดในคราวนี้

เกต ประตูมิติที่เชื่อมต่อกับอีกมิตินึงและ ดันเจี้ยน คือชื่อเรียกอีกฝั่งหนึ่งของเกตที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและของแปลกๆ มากมาย ฮันเตอร์มีหน้าที่ทำทุกอย่างเพื่อกำจัดภัยคุกคามนี้ลง

“แทงค์นำเข้าไปก่อน ตามด้วยไฟต์เตอร์ สายสนับสนุนและคนแบกของ..”

ฟังร่ายแผนการยาวเหยียดเสร็จร่างบางก็แยกกลุ่มให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว อลิซอยู่ในทีมสนับสนุนที่มีเพียงตัวเองคนเดียว เพราะเป็นเกตD ระดับเกือบต่ำสุดล่ะนะ

“โจ นายดูแลกองหลังกับทีมซับ”

“หา! ทำไมต้องฉันด้วย”

เสียงโวยวายดังขึ้นจากชายคนหนึ่งในกลุ่มไฟต์เตอร์ ผมไถข้าง สูงประมาณ 170 กับอาวุธที่ดูเหมือนจะเป็นดาบอะไรสักอย่าง

“เอาน่า คนอื่นแบ่งหน้าที่กันหมดแล้ว เหลือแต่นายนี่แหละ” ฝ่ายคนตัวใหญ่ที่ดูเป็นหัวหน้าเอ่ยก่อนจะตบลงบนบ่าดังป้าบๆ

ช่วยอย่าทำเหมือนทีมซับเป็นภาระได้หรือเปล่า

ตำแหน่งฮีลเลอร์คนเดียวในทีมลอบเบ้ปากในใจ

อลิซได้ยินมานักต่อนักแล้วล่ะ พวกที่มองทีมซับเป็นภาระมีอยู่ให้ได้เห็นจนเธอชินชา พวกเลือดร้อนอยากต่อสู้มีมากมายจนเธออ่อนใจ รอดแล้วได้ประสบการณ์ก็แล้วไป แต่วิ่งหน้าตั้งมาพร้อมขาเกือบขาดก็ไม่ไหวเหมือนกัน

ฮีลเลอร์ไม่ใช่ซิลิโคนต่อขาสักหน่อย

“เอาล่ะ เริ่มได้”

เสียงดังขึ้นเป็นสัญญาณก่อนกองหน้าจะทยอยเข้าไปในเกต แผ่นหลังที่สวมชุดป้องกันหายเข้าไปหลังประตูมิติทีละคนจนถึงกลุ่มพวกเธอ

“ยืนเรียงกันดีๆ หน่อย อย่าเป็นภาระล่ะ” เจ้าของผมไถข้างสีแสดแสบตาที่ถูกเรียกว่า ‘โจ’ เดินมายืนข้างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ น้ำเสียงไร้ความกระฉับกระเฉงที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่พ้นพวกมือใหม่

ถ้ามีแค่แผลหกล้มล่ะก็ ช่วยอดทนแล้วไปโรงพยาบาลจะดีมากเลยล่ะ

บ่นในใจอีกสองสามประโยค ร่างบางก็ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เธอเป็นหมอเคลื่อนที่หนิ รับเงินมาแล้วก็ต้องรักษาทุกแผลนั่นแหละ

เสียงกระทบกันของอาวุธดังก้องไปทั่วถ้ำ ความร้อนที่แผ่ออกมาจนรู้สึกได้บ่งบอกว่ามีใครคนใดคนหนึ่งใช้เวทไฟแล้วหลังจากเข้ามาได้ห้านาที ในตอนที่เข้ามาทีแรกนั้นเธอกังวลอยู่นิดหน่อยที่เพดานถ้ำสูงเพียงตัวเธอ กับบางคนนั้นจำเป็นต้องก้มตัวเดินเลยทีเดียว แต่พอลึกเข้าไปเรื่อยๆ เพดานก็เริ่มสูงขึ้น

อย่างกับอุโมงค์ย่อส่วน

ดวงตากลมกะพริบมองเหล่าคนแบกของตัวโตที่ดูทุลักทุเลในตอนแรกกำลังนั่งรอการต่อสู้ในขณะพูดคุยกันไปด้วย

“ได้ยินหรือเปล่า เนื้อหมูขึ้นราคาอีกแล้ว”

“หา!”

เสียงโวยวายนั้นดังพอที่จะให้เธอที่อยู่ห่างออกมาได้ยิน นัยน์ตาสีเทาเข้มละออกจากเพดานถ้ำมามองกลุ่มคนแบกที่คุยอย่างออกรสออกชาติ

“ไม่ใช่แมลงกินพืชซะหน่อย เนื้อสัตว์น่ะเหมาะกับเด็กไวกำลังโตนะ!” เสียงใครในกลุ่มโวยขึ้นก่อนจะตบฉาดลงหน้าตัก

“ลูกนายใกล้ห้าขวบแล้วหนิ หวังว่าจะเป็นเด็กที่แข็งแรงนะ”

“เอ่อ..”

ท่ามกลางบทสนทนา มีโทนเสียงแปลกแยกดังขึ้น เป็นฮีลเลอร์คนเดียวของกลุ่มนั่นเอง

“ถ้าอยู่แถวเคหะสีสันล่ะก็ เลยท้ายตลาดไปหน่อยมีร้านถูกอยู่นะคะ” ร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเอ่ยเสียงเบา มือบางจับชายเสื้อตัวเองยามรู้ตัวว่าเผลอคุยกับคนแปลกหน้า

“โอ้!” ชายที่เปิดบทสนทนาร้องขึ้นอย่างประหลาดใจ ใบหน้าวัยกลางคนเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มใจดี

“แม่หนูนี่สวรรค์มาโปรดจริงๆ มีอยู่จริงสินะ ร้านลับที่ขายของถูกน่ะ!” ว่าจบคนแก่กว่าก็หัวเราะชอบใจ “ขอบคุณจริงๆ นะ ลูกฉันน่ะชอบกินหมูติดมันสุดๆ”

การสนทนาไปในทางที่ดีขึ้น สายตาและคำพูดมากมายเบนมาที่ฮีลเลอร์สาวจนเจ้าตัวก้มมองปลายเท้าตัวเองอย่างทำตัวไม่ถูก

“นี่มันโหดร้ายชะมัด อุตส่าห์เตรียมอาวุธมาครบมือแท้ๆ”

ประโยคที่ดูระคายหูดังออกมาจากปากโจผมสีแสบตาที่เดินนำอยู่ข้างหน้าสุด สีหน้าดูเบื่อหน่ายเต็มประดา ไม่ต้องบอกว่าอารมณ์วัยรุ่นเลือดร้อนคนนี้ได้มาถึงขีดสุดแล้ว

เท่าที่อลิซฟังรายละเอียดมาดูเหมือนมันจะเป็นเกตของพวกก็อบลิน พวกหูแหลมตัวเขียวนั่นมีอะไรน่าสนใจกัน ในสายตาของเธอแล้วน้ำลายที่ยืดยาวตลอดเวลาของมันเป็นสิ่งที่เธออยากอยู่ห่างที่สุดแล้ว ถึงเข้าเกตบ่อยก็ใช่ว่าเธอจะชอบสกปรกซะที่ไหน!

นัยน์ตาสีน้ำตาลของหนุ่มเลือดร้อนกวาดไปมาในขณะที่เดินตามเข้าไปในถ้ำเรื่อยๆ “มันจะลึกเกินไปหรือเปล่า ไม่ใช่รังแมลงซะหน่อย”

เป็นตอนนั้นเองที่ฮีลเลอร์สาวคนเดียวชะงักเช่นกัน รังก็อบลินปกติลึกขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าเป็นรังที่มีพวกตัวใหญ่อยู่ด้วยละก็ที่ผ่านมาคงเจอสักตัวสองตัวแล้ว”

ดวงตาสีเทากวาดมองซากก็อบลินที่สูงเพียงไม่เกินใต้อกผู้ชาย ดูยังไงก็เป็นก็อบลินปกติไม่ใช่เหรอ

“อ๊ากกก!!!”


แทงค์: ฮันเตอร์สายป้องกัน

ไฟตเตอร์: ฮันเตอร์สายต่อสู้/เข้าปะทะ มีแยกย่อยตั้งแต่ใช้อาวุธ เวทรือพละกำลังโดยตรง

ลงเรด: ออกล่าเป็นกลุ่ม/จับกลุ่มเพื่อลงดันเจี้ยน

สู้ชีวิต

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากกองหน้าสุด ร่างใหญ่ของผู้ชายที่คาดว่าเป็นตำแหน่งแทงค์กระเด็นมากระแทกผนังถ้ำบริเวณที่ฮีลเลอร์สาวอยู่

“เกิดอะไรขึ้น!” ไวกว่าใครจะออกมาห้ามได้ทัน ฮันเตอร์หนุ่มเลือดร้อนที่รับผิดชอบกองหลังรีบพุ่งตัวออกไปทันที

“ช่วยหลบไปด้านหลังสุดด้วยค่ะ!” เสียงหวานตะโกนบอกกลุ่มคนแบกของก่อนร่างบางจะเข้าไปหาชายร่างสูงใหญ่ที่กระเด็นมากระแทกอย่างแรง

แสงสีเขียวอ่อนจางปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือฮีลเลอร์สาว แผลถลอกตามตัวหายไปแล้ว แต่สิ่งที่เธอกังวลที่สุดคงเป็นรอยช้ำขนาดใหญ่บริเวณชายโครง ปลายนิ้วจรดลงบนผิวคนบาดเจ็บก่อนภาพขยายคล้ายภาพเอกซเรย์จะปรากฏขึ้นในหัวของคนตัวเล็ก

ซี่โครงหักประมาณสามและดูเหมือนไหปลาร้าจะร้าว

“ต้องย้ายไปกองหลังแล้ว”

ประเมินการรักษาคร่าวๆ อลิซก็เลือกที่จะปัดให้แทงค์ของทีมไปกองหลังสุดทันที กระดูกที่หักฝืนขยับไม่ได้และเธอเองก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะต่อกระดูกที่หักได้ในพริบตา แม้แต่กระดูกที่ร้าวยังต้องใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งวัน

แทงค์มีคนเดียวหนิ

ในหัวร่างบางแล่นเร็วจี๋ เพราะเป็นรังก็อบลินทั่วไปเลยถูกตัดให้เหลือคนเดียวเพื่อประหยัดงบประมาณ

เฮงซวย!

สบถสาปนายหน้าในใจ ฮีลเลอร์สาวก็หันไปตามเสียงเรียก กลุ่มไฟต์เตอร์จากกองหน้าสามคนกำลังวิ่งมาทางเธอในสภาพเลือดทั่วตัวและหัวได้รับบาดเจ็บ มือบางพยายามประคองคนเจ็บหนักสุดให้นอนราบกับพื้นในขณะห้ามเลือดบริเวณสีข้างที่เป็นรูโหว่ขนาดเท่ากำปั้น

ไม่ใช่ฝีมือก็อบลินแล้ว!

เปิดถุงเลือดสำรอง เข็มที่เกิดจากพลังกลายเป็นสายต่อเลือดให้กับคนบาดเจ็บ อลิซต้องจำรายละเอียดของคนที่ลงเรดทั้งหมดเพื่อเตรียมอุปกรณ์รักษาที่เหมาะสม ผ้าสะอาดถูกยื่นให้อีกคนกดปากแผลไว้ ดวงตาสีเทาจับจ้องแผลที่ผสานตัวกันช้ากว่าปกติก่อนจะสังเกตเห็นรอยน้ำสีม่วงที่อยู่ตรงมุมปาก

“พิษด้วยงั้นเหรอ บัดซบ!”

เสียงสบถดังออกจากปากอีกครั้ง มือที่ว่างล้วงหยิบเข็มฉีดยาจากกระเป๋าคู่ใจ ฮีลเลอร์เลือกที่จะฉีดให้คนที่หมดสติก่อนและส่งอีกเข็มให้คนที่มีรูโหว่คล้ายกันบริเวณแก้มซ้าย

“ฉันฉีดไม่เป็นค่ะ!” สาวอีกคนบอกอย่างลนลาน มือที่กุมแผลตรงแก้มเอาไว้สั่นจนไม่มีแรงแม้แต่จะกดห้ามเลือด

“ส่งมาค่ะ” มือบางหันมารับเข็มฉีดยาก่อนจะฉีดมันให้อีกฝ่าย

“อ๊ากก!!”

เวลาเพียงไม่ถึงห้านาทีก็มีร่างคนที่เหลือกระเด็นมาทางเธอ ดวงตากลมเบิกกว้างมองร่างของหัวหน้ากลุ่มที่อยู่ในสภาพลมหายใจรวยริน รูโหว่ราวกับถูกสว่านเจาะปรากฏทั่วร่างกายในขณะที่อีกคนกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ แผลบริเวณหัวใจรักษาไม่ทันแล้ว

“ช่วยแบกคนบาดเจ็บออกไปด้วยค่ะ!” ร่างบางตะโกนบอกคนแบกของที่ดูเป็นไปได้มากสุดในการช่วยย้ายคนบาดเจ็บออกไป

หนึ่ง สอง สาม… ขาดคนนึง!

“อ๊ากก!! ช่วยด้วย!”

“ปีชงรึไงวะ!” มือยกทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่งก่อนขาเรียวจะหันเปลี่ยนไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

บ้าน่า..

ขาเรียวแข็งค้างยามเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่ใช่ก็อบลิน

ขาแหลมยาวของสิ่งมีชีวิตแปดขายาวกว่าหกเมตรในขณะที่ลำตัวตัวใหญ่คับถ้ำ ขาที่เต็มไปด้วยแง่งแหลมราวกับเครื่องจักรขุดทะลวงวิ่งตรงมาทางฮีลเลอร์สาวอย่างบ้าคลั่ง เสียงกระทบของขาขนาดใหญ่ราวกับแท่งเหล็กเคาะพื้นถ้ำเป็นจังหวะถี่ยิบ

“ช่วยด้วย!”

เสียงตะโกนดังขึ้นในโสตประสาทที่อื้ออึงของร่างบาง ห่างจากขาขนาดใหญ่ของแมงมุมยักษ์ไม่ไกลมีร่างไร้ขาจมกองเลือดอยู่ เป็นพ่อหนุ่มเลือดร้อนผมสีแสบตานั่นเอง

ขาสั้นแบบนี้เหมาะจะโดนวิ่งไล่รึไง!

ขมับใบหน้าเกลี้ยงเกลาปรากฏเส้นเลือดขึ้น ขาเรียวออกวิ่งเต็มกำลังไปหาร่างฮันเตอร์หนุ่มไร้ขา

“ขออนุญาตลากนะคะ!” คนตัวเล็กตะโกนลั่นก่อนแขนจะออกแรงลากร่างคนชื่อโจไปตามถ้ำอย่างเอาเป็นเอาตาย

พึ่งบ่นแท้ๆ ว่าฮีลเลอร์ไม่ใช่ซิลิโคนต่อขาน่ะ!

ตู้มม

ขาแข็งราวเสาเข็มเจาะลงผนังถ้ำห่างจากทั้งสองเพียงไม่กี่เซน ในสายตาอลิซที่อยู่กองหลังเสียส่วนใหญ่แล้วมันแทบจะเป็นเรื่องเลวร้ายสุดๆ

อ๊ากกก

ฮีลเลอร์สาวที่เปลี่ยนหน้าที่มาแบกคนกรีดร้องในใจสุดเสียง ทางเดินถ้ำที่เต็มไปด้วยรอยเลือดไม่จำเป็นต้องมีคนนำทาง แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเธอจะมีแรงมากพอไปถึงทางออกเกตหรือเปล่า

กึก

รองเท้าพละที่ชุ่มไปด้วยของเหลวหยุดกึก ริมฝีปากบางขบกันจนห้อเลือด ระดับความเครียดพุ่งขึ้นจุดสูงของขีดสุด

มีสองตัว

“หาา คู่กันงั้นเหรอ!” ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อย่นยับจนดูไม่ได้

เสียงกัดฟันดังกระทบกันพร้อมกับร่างบางที่สั่นไม่หยุด ซากศพของกลุ่มที่ล่วงหน้ามาก่อนกระจัดกระจายไปตามผนังถ้ำ ทั้งกลิ่นเลือดและเศษเนื้อสดตลบในอากาศจนฉุนจมูก

ไม่มีทางไปแล้ว ทุกคนตายหมดแล้ว…

ดวงตาสีเทาหม่นแสงอย่างอับจนหนทาง ด้านหลังและด้านหน้าคือแมงมุมตัวใหญ่ที่ใช้ขาเจาะทะลวงทุกอย่าง

มีชีวิตอยู่ได้เท่านี้งั้นเหรอ

ขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นในขณะที่ฮันเตอร์หนุ่มแน่นิ่งไปราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ขาขนาดใหญ่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงกระทบไปมาของเหล็กแหลมดังกลบเสียงกัดฟันอย่างวิกลจริตของฮีลเลอร์สาว จังหวะที่ปลายแหลมดั่งเคียวของมันห่างจากกลางอกของร่างเพียงปลายนิ้วกั้น เท้าก็พลันยันพื้นผนังถ้ำถีบตัวเองออกจากรัศมีความตายอย่างหวุดหวิด

แม่งเอ๊ย! ทองก็ยังไม่ได้ไถ่คืนเลย

เสียงกระทบกันของฟันเปลี่ยนเป็นแรงกัดฟันในขณะที่แขนบางออกแรงลากมนุษย์ขาขาดผู้ร่วมชะตากรรมอีกครั้ง ‘ไม่ใช่วันนี้’ ดังขึ้นซ้ำๆ ในหัวของอลิซก่อนสายตาจะสังเกตเห็นช่องว่างเพียงหนึ่งเดียวของแมงมุมตัวก่อนหน้า

“เอาวะ”

ขนาดตัวที่เล็กดันเป็นประโยชน์อย่างมากในตอนที่สองร่างทุลักทุเลวิ่งลอดผ่านใต้ขามอนสเตอร์ไปหวุดหวิด

ถ้ำพอดีตัวขนาดนี้คงกลับตัวลำบากสินะ!

ความลิงโลดปรากฏในแววตาฮีลเลอร์สาวก่อนขาเรียวจะออกวิ่งอีกครั้งพร้อมภาระที่เธอช่วยมาเองกับมือ

“ล้อเล่นน่า เป็นนกฮูกรึไง!”

ร่างบางกรีดร้องเสียงหลงทันทีเมื่อใบหน้าของแมงมุมที่หันหลังให้เธอบิดกลับมา ดวงตาที่ผุดขึ้นเต็มลำตัวจ้องมาที่คนตัวเล็กจุดเดียวกันราวกับอาหารโอชะ

มือเล็กออกแรงเหวี่ยงฮันเตอร์หนุ่มขาขาดออกไปสุดแรงก่อนจะคว้าอาวุธประจำตัวของฮันเตอร์เลือดร้อนขึ้นมา ขาเรียววิ่งเข้าประจันหน้ากับแมงมุมที่ไล่ตามมาอย่างบ้าคลั่ง กระเป๋าสัมภาระถูกโยนขึ้นกลางอากาศพร้อมถุงเลือดในขณะที่ถลาตัวลอดเข้าไปใต้ท้องของสิ่งมีชีวิตใหญ่คับถ้ำ

ฉึก!

กึ๊กกก

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมอนสเตอร์แมงมุมยักษ์ดังก้องไปทั่วถ้ำ ร่างบางกระทุ้งอาวุธในมือเข้าไปมิดด้ามก่อนจะดันมันไปอีกทางจนเป็นแผลกว้าง

“ดึงออกไม่ได้!” อลิซออกแรงอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อดึงอาวุธคืนแต่มันกลับไม่เคลื่อนไหวราวกับปักลงหิน “ไม่ทันแล้ว”

มือบางใช้ปลายขาข้างหนึ่งเป็นที่กลับตัวก่อนจะพุ่งร่างตัวเองออกจากใต้ท้องแมงมุมมุ่งกลับไปหาฮันเตอร์หนุ่ม

“ทำไมไม่โจมตีบนหลังมันล่ะ!” เจ้าของผมสีแสบตาร้องบอกฮีลเลอร์สาวที่ใช้เขาต่างเกวียน

“ทำได้ก็ทำเองสิคะ!” เสียงหวานแทบจะเปลี่ยนเป็นตะโกน ขาเรียวก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย “คนที่พละได้เกรดสี่เพราะกระบี่กระบองโง่ๆ จะไปกระโดดสูงขนาดนั้นได้ยังไงกัน!”

“อ๊าก เราตายแน่!!”

“หุบปากค่ะ!”

ออกซิเจนฉุกเฉินถูกล้วงออกมาพ่นสองสามทีก่อนจะโยนไปให้คนแขนปกติถือแทน ขาจ้ำลึกเข้าไปในถ้ำอย่างไม่มีทางเลือก

ฉึก

“อั่ก!”

ร่างบางเหวี่ยงฮันเตอร์หนุ่มอีกครั้งก่อนจะทรุดลงกับพื้นเมื่อปลายแหลมที่ดูเหมือนเหล็กในเสียบทะลุท้องเป็นรูโหว่ มีดพกถูกดึงออกมาก่อนจะตัดส่วนปลายแหลมของมันทิ้ง ช่างเป็นการกระทำที่ดูไร้ประโยชน์กับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีคมเขี้ยวมากมาย

เลือดสีสดไหลทะลักออกจากทั้งปากและช่องท้องของร่างบาง “อ๊ากก!!”

ขาแหลมราวเคียวขนาดใหญ่ซ้ำลงที่ต้นขาของฮีลเลอร์สาว เสียงหวานกรีดร้องอย่างเอาเป็นเอาตายไม่ต่างกับหมาจนตรอกที่เจ้าตัวเคยเห็น

“แก!” สิ้นเสียง มีดพกก็ถูกขว้างไปปักหนึ่งในดวงตาของมอนสเตอร์ตรงหน้า

ดวงตาสีเทาเริ่มเปลี่ยนเป็นเลื่อนลอยจากอาการเสียเลือดมากในคราวเดียว

“อ๊ากก!!”

สายยาวที่ถูกตัดสิ่งคล้ายเหล็กในออกพุ่งมายังร่างบางก่อนมันจะเกี่ยวรูโหว่กลางตัวขึ้นราวกับสวมใส่เครื่องประดับ สิ่งที่แมงมุมชอบที่สุดของมันเป็นเหยื่อที่ดิ้นไปมาในเงื้อมมือของตัวเองนี่แหละ

“กัดด!”

อลิซใช้แรงเฮือกสุดท้ายกัดผ่านผิวหนังที่แข็งราวกับเหล็กของส่วนที่ดูเหมือนหางของแมงมุมยักษ์ ความแข็งของมันดูเปราะกว่าขาทว่าแทบทำให้ฟันที่กัดลงกับร้าวราวกับเคี้ยวหินกรวดในข้าว

สู้สุดใจจนกว่าจะตายกันข้าง

ตู้มม!

ความเจ็บปวดจากเหยื่อในกำมือทำให้หางสะบัดฮีลเลอร์สาวกระเด็นออกไป ร่างบางกระแทกผนังถ้ำอย่างแรงก่อนจะตกลงไม่ไกลจากโจที่ขาขาด

กึ๊กกก

เสียงหวีดแหลมดังมาจากแมงมุมยักษ์คล้ายคลุ้มคลั่ง ตั้งแต่เกิดมามันไม่เคยเจอเหยื่อที่ทำร้ายตัวมันเองได้แม้แต่ตัวเดียว ขาแหลมยกขึ้นพุ่งไปยังฮีลเลอร์สาวที่นอนหายใจรวยรินอยู่ด้วยความเร็ว

กึก

เสียงคล้ายของแข็งปะทะกันดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ ปลายแหลมของขาแมงมุมยักษ์ไม่อาจทะลุเข้าไปยังหัวใจของร่างบางได้ มันแข็งไม่ต่างจากขาทั้งแปดของมัน

“กล้ามอกงั้นเหรอ!”

“หุบปากค่ะ!” แขนชุ่มเลือดพยายามยันตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล

จะความสามารถใหม่อะไรก็แล้วแต่เถอะ ถ้าอดทนอีกนิดอาจจะได้กลับไปไถ่ทองที่โรงจำนำก็ได้ แววตาเลื่อนลอยของร่างกายกลอกไปมาอย่างไม่อาจควบคุม สิ่งสุดท้ายก่อนสติทุกอย่างจะดับไปคือเสียงตะโกนของกลุ่มคนที่ดังมาจากที่ไกลๆ

สติสุดท้ายของอลิซดับลงในที่สุดพร้อมกับนิ้วกลางที่ชี้ขึ้นกลางอากาศ

ไอ้เวร..


ยังยืนยันคอนเซปเดิมว่าเรื่องนี้ไม่เน้นขายสวย555555

เรื่องแปลกๆ

เฮือก

ร่างบางสะดุ้งสุดตัวก่อนดวงตาจะหรี่ลงเมื่อปะทะเข้ากับแสงสว่างอย่างไม่ทันตั้งตัว เปลือกตาฮีลเลอร์สาวกะพริบถี่ๆ เพื่อมองภาพตรงหน้าก่อนจะนิ่งไป ภาพของห้องในโรงพยาบาลปรากฏแก่สายตาในขณะที่บริเวณไหปลาร้าถูกต่อสายน้ำเกลือเอาไว้

ยังไม่ตาย..

“ร่างกายฟื้นตัวไวมากเลยค่ะ บอกตามตรงคุณอาการสาหัสมากในตอนที่ถูกส่งตัวมาถึงโรงพยาบาล มีแผลขนาดใหญ่ตรงบริเวณท้องและต้นขา แถมยังเสียเลือดมาก แต่คุณปฐมพยาบาลมาได้ดีเลยค่ะ”

นัยน์ตาสีเทามองหมอที่ร่ายอาการของเธอบนหน้ากระดาษให้ฟัง คนบนเตียงพลันเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำว่า ‘ปฐมพยาบาลมาได้ดี’

“คะ?” หัวคิ้วเรียวขมวดเป็นปมในขณะที่พยายามขุดความทรงจำขึ้นมา มีคนมาช่วยเธอไว้ได้ทันงั้นเหรอ?

“แผลของคุณสมานตัวได้เร็วกว่าปกติมากเลยค่ะ แถมตอนมาถึงเลือดตรงบาดแผลก็ไหลช้าลงด้วย ช่วยทางหมอได้เยอะเลยค่ะ” หมอสาวยังคงพูดต่อในขณะที่คนฟังขมวดคิ้วจนกลายเป็นโบ “คุณอาจจะยังไม่ทราบ ดันเจี้ยนที่เราพบคุณเป็นดันเจี้ยนระดับB ค่ะ ทีมสำรวจบอกว่าเป็นกรณีหายากมากๆ ที่ดันเจี้ยนจะเชื่อมต่อกัน”

มือบางยกขึ้นคลึงขมับยามสมองรับข้อมูลใหม่เข้ามา ดันเจี้ยนที่เชื่อมกัน? หมายความว่าดันเจี้ยนแรงค์D- ที่เธอเข้าเชื่อมกับดันเจี้ยนแรงค์B งั้นเหรอ

“คุณโชคดีมากที่ฮันเตอร์จากแรงค์B ไปพบคุณก่อนคุณจะวิ่งลึกเข้าไปถึงรังมันน่ะค่ะ”

“หมอแจ้งญาติให้แล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ พักผ่อนได้ตามสบายเลยค่ะ”

ปึก

ดวงตาสีเทาจ้องยังบานประตูห้องพักที่ปิดลงด้วยฝีมือหมอ ในหัวอลิซแล่นเร็วจี๋ ก่อนมือจะเลิกเสื้อขึ้นดูบาดแผลตรงท้องตัวเองที่หายสนิทดีอย่างไม่น่าเชื่อในสามวัน

บ้าไปแล้ว ตรงขาเองก็ด้วย

“หมายความว่ายังไงกันแน่..” ดวงตากลมโตกวาดสำรวจตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ มือเผลอยกขึ้นจับสายน้ำเกลือตรงไหปลาร้าอย่างลืมตัว

หมอบอกว่าขาและแขนเธอแข็งแรงมากจนเจาะสายน้ำเกลือไม่เข้า อาจจะเป็นเพราะเธอใช้สกิลบางอย่าง

เธอเป็นฮีลเลอร์นะ จะมีสกิลแบบนั้นได้ยังไง แปลกเกินไปแล้ว!

“ก่อนหน้านั้นทำอะไรไปนะ..”

ในหัวคนบนเตียงเริ่มเรียงลำดับเหตุการณ์ใหม่อย่างช้าๆ เธอโดนแมงมุมไล่ฆ่าอย่างเอาเป็นเอาตาย พอคิดว่าจะตายแน่ๆ ก็เลย.. เผลอกัด ทั้งยังกลืนลงท้อง

เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นมากมาย ท่ามกลางความเป็นไปได้หลายทางความคิดหนึ่งพลันโผล่ขึ้นมาในหัว ไอ้หนุ่มแมงมุมโดนแมงมุมกัดเลยใช้ใยได้ งั้น..ถ้าเธอกัดแมงมุมกลับ

พิลึกเกินไปแล้ว!

มือคว้าโทรศัพท์ใกล้กับหัวเตียงขึ้นมาเปิดค้นหาอย่างรวดเร็ว อลิซไม่รู้ว่าแมงมุมที่เธอเจอมีชื่อเรียกว่าอะไร ใช้เวลาหาลักษณะของมันไม่นาน ภาพแมงมุมลำตัวสีม่วงขนาดใหญ่และขาดั่งเสาเหล็กคู่ใจก็ปรากฏขึ้นบนจอโทรศัพท์

แมงมุมเหล็กหลังม่วง

มอนสเตอร์ระดับC+ พบมากในดันเจี้ยนB และC

ขนาดโตเต็มวัย 15 เมตร โดยประมาณ

คุณสมบัติพิเศษ: ใยแมงมุมเหนียว, ขาเหล็กและเกราะเกือบทั้งตัวยากต่อการทำลาย, พิษที่เขี้ยวและปลายขา, หางเหล็กในชนิดพิเศษในการจับเหยื่อ

ขาเหล็กและเกราะ? โตเต็มวัยประมาณ 15 เมตร?

หัวคิ้วเรียวขมวดกันมากกว่าเดิม งั้นตัวที่เธอเจอก็เป็นแค่ตัวลูก.. ถ้าวิ่งลึกเข้าไปอีกก็จะเจอรังมัน

ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสะบัดความคิดสยดสยองออกจากหัวตัวเองก่อนจะโฟกัสที่สกิล ‘ขาเหล็ก’ ของแมงมุมเหล็กหลังม่วง มันจะเป็นอย่างที่เธอคิดหรือเปล่า?

ดวงตากวาดสายตามองรอบห้องสายตาพลันสะดุดเข้ากับปากกาที่วางอยู่ไม่ไกลจากเตียงผู้ป่วย

ต้องลองดูถึงจะรู้

ร่างบางลุกจากเตียงลากเสาน้ำเกลือตรงดิ่งไปที่ของดูเหมือนอาวุธหนึ่งเดียวในห้อง ดวงตากลมโตหลับปี๋ในขณะที่เงื้อปากกาขึ้นสูงสุดแรง

พลั่ก!

นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ปากกาที่เธอง้างสุดแขนหักทันทีที่มันปะทะเข้ากับแขนของเธอ

ขาเหล็กล่ะ..

คำว่าขาเหล็กผุดขึ้นในหัวร่างบางราวกับคอมค้าง พอกินแมงมุมไป เธอจะกลายเป็นแมงมุมงั้นเหรอ…

“ไม่จริง…”

ตึง

“พี่ลิซ!”

ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรงก่อนร่างผู้มาใหม่จะเดินจ้ำอ้าวเข้ามาในห้อง ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ‘ทีร์’ ผู้เป็นน้องชาย เรือนผมสีดำและโครงหน้าคล้ายกันกว่าเจ็ดส่วนตรงดิ่งมาก่อนจะคว้าคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด

“นึกว่าพี่จะไม่กลับมาแล้ว” เสียงทุ้มสั่นเครือในขณะที่แขนรัดคนในอ้อมกอดเอาไว้แน่น

“ทุกอย่างโอเคหรือเปล่า” มือบางได้แต่ตบหลังคนเป็นน้องชายดังแปะๆ พึ่งขึ้นม.6แท้ๆ แต่ส่วนสูงทิ้งห่างเธอไปไกลทีเดียว

“มีแต่พี่นั่นแหละที่ไม่โอเค!”

“พี่โอเคจะตาย” ดันอกอีกฝ่ายก่อนจะผายมือให้ดูตัวเอง “แผลหายสนิทในสามวัน เหลือเชื่อเลยเนอะ”

เห็นแขนของคนตัวสูงปาดหน้าอย่างลวกๆ ร่างบางก็อดไม่ได้ที่จะเขย่งขึ้นไปลูบหัว “วันพรุ่งนี้ก็ได้ออกแล้วล่ะ”

ใบหน้าภายใต้เรือนผมสีดำยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจนตาหยี บางทีที่เธอพยายามวิ่งต่อในตอนนั้นอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้วก็ได้

งานหนักคงไม่ลำบากหรอก ถ้ารอดตายมาได้น่ะ..

“ไม่ไหวแล้ว!”

เสียงหวานตะโกนลั่นบ้าน มือบางจับโยนรองเท้าทิ้งก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่ถึงบ้าน ได้ยินเสียงหัวเราะดังไล่หลังมา คนเป็นพี่ก็ได้แต่เบ้ปากในใจเท่านั้น

“ผมต้มแป้งบดไว้ พี่จะเอาไข่เค็มด้วยไหม”

เสียงคนเป็นน้องเอ่ยถามขณะที่ร่างบางก้าวออกมาจากห้องน้ำ ทั้งที่อยากทำอย่างอื่นเป็นอย่างแรกแท้ๆ แต่พอมาถึงบ้านทำไมถึงกลายเป็นวิ่งเข้าห้องน้ำกันนะ

“เอาแต่ไข่แดง” อลิซเอ่ยตอบขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งกับโต๊ะญี่ปุ่นขนาดพอต่อสองคน

“เข้าใจแล้ว งั้นไข่ขาวผมกินเอง”

ประโยคจากทีร์ทำให้หัวคิ้วบางเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ เธอมักจะโดนบ่นอยู่บ่อยๆ เพราะชอบตักกินแต่ไข่แดง ทำไงได้ล่ะ ไข่ขาวมันเค็มเกินไปนี่นา

มองใบหน้าด้านข้างคนตัวสูงกว่า 177 ใบหน้าเกลี้ยงเกลาก็ถอนหายใจออกมา ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าน้องชายของเธอใจหายแค่ไหน ตลอดหกปีที่ลงเรดมาเธอไม่เคยบาดเจ็บหนักสักครั้ง

‘เพราะฮีลเลอร์จะได้รับการดูแลอย่างดีล่ะนะ ผมถึงให้พี่เป็นฮันเตอร์น่ะ’

นั่นคงเป็นประโยคแรกที่ทีร์พูดออกมาตอนที่อลิซตัดสินใจทำงานฮันเตอร์ และเธอก็ไม่คิดจะบอกด้วยว่าฮีลเลอร์ระดับต่ำน่ะโดนจิกหัวใช้แค่ไหน

พอบาดเจ็บคนก็รีบวิ่งมาหาหมอ แต่พอรอดชีวิตมาได้กลับขอบคุณสวรรค์

“ทีร์” ร่างบางลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวก่อนจะพิงซิงค์ล้างจานมองผู้เป็นน้องชาย “พี่น่ะเก่งขึ้นแล้ว”

ฝ่ายคนตัวสูงรีบหันขวับมาหาเธอ สีหน้าบอกอย่างชัดเจนว่ากำลังจะพูดอะไรกันแน่

“ดูนี่นะ” มือบางคว้ามีดทำครัวมาไว้ในมือก่อนฉีกยิ้มกว้าง

“นี่!”

ไวกว่าความคิด ปลายแหลมของมีดถูกง้างขึ้นสุดแขนไปยังเป้าหมายที่เป็นแขนอีกข้าง

แกร๊ง!

“ทำอะไรเนี่ย!” เสียงทุ้มแทบกลายเป็นตะคอก คนตัวสูงกว่าถลาเข้ามาก่อนจะปัดมีดในมือคนเป็นพี่ทิ้งจนแทบกลายเป็นกระโดดใส่ มีดหั่นผักเบี่ยงออกเฉียดแขนไปอย่างหวุดหวิด

“กำลังจะบอกไงว่ามันไม่ได้…”

นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างมองแขนของตนเองที่มีรอยถากของมีดเป็นทางยาว มองเลือดสีแดงที่หยดลงพื้นติ๋งๆ อลิซก็ได้แต่มองมันนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น

ทำไมถึงเลือดไหลได้?

ซ่า

น้ำสะอาดจากก๊อกไหลผ่านแผลจนรู้สึกแสบ มือหนาของทีร์จัดแจงอย่างรวดเร็วในขณะที่คนพี่ได้แต่ยืนเหม่อ หัวคิ้วเรียวขมวดพยายามหยดยาลงบนแผลอย่างเบามือ

ความเงียบที่โรยตัวลงพลันเปลี่ยนเป็นอึดอัดเมื่อคนตัวสูงไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย นอกจากขมวดคิ้วมองพี่สาวอยู่อย่างนั้นก็ทำราวกับคิดไม่ตก

“กลับมาป่วยงั้นเหรอ” เสียงพึมพำดังออกจากปากคนเป็นน้องในขณะที่ดวงตาสีเดียวกับเรือนผมจ้องแผลบนแขนคนพี่อย่างไม่วางตา

“ไม่ๆ” ผมสีน้ำหมึกสะบัดไปมาจนแทบพันกัน อลิซยืนยันว่าเธอเองรักษาจนหายแล้ว เมื่อกี้มันแค่ผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น “มันแค่..”

“พี่อยากไปหาหมอหรือเปล่า?” ดูเหมือนร่างสูงจะไม่ยอมถอยเธอเพราะคิดว่าเธอป่วยจริงๆ

“ไม่สิ พี่ไม่ได้เป็นอะไร ทำแผลแล้วด้วยดูนี่…”

เอ๊ะ.. แผลหายไปแล้ว

“แผลหายแล้ว หมายความว่าไง” ดวงตาสีเทาเข้มเบิกกว้างมองแผลตัวเองสลับกับคนเป็นน้องอย่างสับสน

เมื่อกี้ใส่ยาปกติหนิ ไม่ใช่โพชั่น x2

สองพี่น้องคิดออกมาทำนองเดียวกันในขณะที่มองบาดแผลที่เหลือไว้เพียงรอยยา

“ที่.. ที่จะบอกก็แบบนี้แหละ เหมือนพลังฟื้นตัวพี่จะพัฒนาขึ้นล่ะ” เสียงหวานหัวเราะแหะๆ ก่อนพุ่งตัวเข้าไปในห้องของตัวเองโดยไม่รอให้คนเป็นน้องคว้าไว้ทัน

“เฮ้!”

ได้ยินเสียงตะโกนดังไล่หลังมา ร่างบางทรุดลงกับพื้นห้องอย่างสับสน ในหัวมีแต่คำว่าทำไมผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด

สกิลขาเหล็กหายไปไหนแล้ว..

“อย่าทำอะไรแปลกๆ นะ!” เสียงทุ้มตะโกนดังมาจากอีกฟากของประตูพร้อมกับแรงเคาะ

“ร..รู้แล้ว เดี๋ยวออกไป เหลือไข่แดงไว้ให้พี่ด้วย”

ตะโกนกลับไปอลิซก็พุ่งตัวไปค้นของในลิ้นชักทันที มีดพกสำรองถูกหยิบออกมาก่อนสายตาจะหันกลับไปมองประตูอย่างระแวดระวัง

ฟึบ

คมมีดบาดลงอย่างไม่ลึกมากก่อนนัยน์ตาสีเทาจะเบิกกว้างอย่างไม่เชื่ออีกครั้ง

“หายในเวลาไม่กี่วิ..”

สกิลขาเหล็กหายไป แต่กลายเป็น..รักษาบาดแผล!?


เรื่องแปลกประจำวัน เริ่ม!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...