ดัน “ส้มโอทับทิมสยาม” นครศรีธรรมราช ใช้ FTA ส่งออกตลาดจีน-อาเซียน
“นครศรีธรรมราช” ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ด้วยขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ 14 จังหวัดในภาคใต้ ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกผลไม้ และประมง โดยเฉพาะส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือสินค้า GI
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสทางการค้า จึงผลักดันส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยใช้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)
นางสาวบุณิกา แจ่มใส รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการทำตลาด เพื่อหารือและจัดงานสัมมนาให้กับกลุ่มสหกรณ์ เกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งเป็นสินค้าเด่นประจำจังหวัด
โดยชี้ช่องทางการค้าให้กลุ่มเป้าหมายสามารถแข่งขันได้จากการใช้ประโยชน์จาก FTA
โดยปัจจุบันไทยจัดทำ FTA 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ อาทิ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เป็นต้น ซึ่งประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ได้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรให้กับสินค้าจากไทยแล้ว อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมและส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้ผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานตามกรอบกติกาใหม่ของโลก อาทิ ความปลอดภัย ความสำคัญเรื่องสุขภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์เรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าและผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ขยายการส่งออก
สำหรับส้มโอทับทิมสยาม ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือสินค้า GI โดยกรมได้ให้คำแนะนำกลุ่มสหกรณ์ เกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องทิศทางสินค้าในตลาดโลก กลยุทธ์การทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยใช้นวัตกรรมและงานวิจัยในการพัฒนาคุณภาพและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า สินค้าจำหน่ายได้ราคาสูง ทำน้อยได้มาก เช่น เครื่องดื่มส้มโอ
“ส้มโอทับทิมสยาม ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ค่อนข้างโดดเด่น เนื่องจากเป็นสินค้า GI มีรสชาติดี ผลข้างในสีแดงสวย และปลูกได้แค่ในพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งตลาดส่งออกส้มโตเติบโตขึ้นมากในปี 2566 โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีน ฮ่องกง กลุ่มประเทศอาเซียน แต่ยังมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องสภาพอากาศ
โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ส่งผลทำให้ส้มโอรสชาติเปลี่ยนไม่คงที่ ซึ่งทางกรมได้แนะนำทางเกษตรกรจัดทำพื้นที่ยกสูงหรือทำท่อระบายน้ำ ขณะเดียวกันทางเกษตรกรได้ปรึกษากับทางกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผลผลิตส้มโอที่ได้ยังไม่คงที่ และอยากให้มีการรักษามาตรฐานสินค้าคงคุณภาพไว้ ตลาดมีอยู่แล้ว แต่ต้องตอบโจทย์เรื่องมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งที่สำคัญ”
อีกทั้งการให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้า BCG (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) รักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อเจาะตลาดพรีเมี่ยมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยมากกว่าราคา แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานด้วย ที่สำคัญคือ การใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออกไปยัง 18 ประเทศ
โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่ไทยมีความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์จากระยะทางที่ใกล้ ความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทย และอาเซียนยังเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย
“การลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีสินค้าที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาต่อยอดจากสินค้าท้องถิ่นสู่การยกระดับมาตรฐานสินค้าทั้งด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ให้ตอบรับกับเทรนด์ตลาดโลกในปัจจุบัน เพื่อขยายการส่งออกสู่ตลาดการค้าเสรีต่อไป”
นายอิมรอน แสงวิมาน เจ้าของสวนส้มโอทับทิมสยาม และคณะกรรมการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 20-30 ปี ได้มีการปลูกส้มโอพันธุ์ขาวพวง มีลักษณะผลเป็นจุกเนื้อข้างในเป็นสีขาว แต่ส่วนใหญ่ไม่นิยมบริโภค
จึงมีการปลูกส้มโอพันธุ์ขาวทองดี แต่ผลของส้มโอไม่มีจุกซึ่งไม่ตอบโจทย์ตลาดที่รับซื้อ จึงได้มีการปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ซึ่งผลมีจุกเนื้อข้างในผลสีแดง
ปัจจุบันมีเกษตรกรในหมู่บ้านปลูกส้มโอคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 350 ไร่ ได้ผลผลิตเกือบ 3 แสนผลต่อไร่ต่อปี ส่วนพื้นที่ของตนมีการปลูกมีทั้งหมด 8 ไร่ เป็นส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามทั้งหมด มีผลผลิตประมาณ 800 ผลต่อไร่ต่อปี รวมประมาณ 6,400 ผลต่อปี
โดยอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตส้มโอประมาณ 6 เดือน สามารถเก็บได้ 1 รอบ โดย 1 ปีสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2 รอบ คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม และช่วงสิงหาคม-กันยายน ตอนนี้สภาพดินมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก จึงมีการดูแลรักษามากยิ่งขึ้น ทั้งการใส่ปุ๋ยและฉีดยา เพื่อให้ส้มโอยังคงคุณภาพ แต่ปัญหาที่พบตอนนี้คือช่วงหน้าฝนจะทำให้รสชาติส้มโอเปลี่ยน
สำหรับช่องทางการตลาดแบ่งเป็น 2 ช่องทาง มีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อถึงหน้าสวน 90% และช่องทางออนไลน์ 10% โดยขายผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า ส้มโอทับทิมสยามบ้านแสงวิมาน
“เราขายให้พ่อคนกลางมากกว่า เพราะตลาดออนไลน์ไม่รู้ว่าผลผลิตที่ได้มาจะขายหมดวันไหน แต่ถ้าขายให้พ่อค้าคนกลางจะเข้ามารับเหมาซื้อหมดเลย เรามองว่าปลอดภัยกว่า ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่ผลผลิตจะเหลือ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนบ่อย ส่งผลให้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ได้ปริมาณผลผลิตค่อนข้างน้อย แต่มีคุณภาพ และช่วงสิงหาคม-กันยายน ได้ปริมาณผลผลิตค่อนข้างมาก แต่ไม่ค่อยได้คุณภาพ”
ตอนนี้อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือเรื่องการตลาดทั้งขายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ เพราะว่าบางทีก็ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาผลผลิต เรามองว่าถ้าราคาผลผลิตดี เกษตรกรก็มีรายได้ดี และมีกำลังใจในการประกอบอาชีพต่อไป ตอนนี้ราคาเกรด A รับซื้อ 250 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่ง 1 ลูกก็จะมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัมกว่าขึ้นไป ราคาขายประมาณ 300 กว่าบาท