โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัน “ส้มโอทับทิมสยาม” นครศรีธรรมราช ใช้ FTA ส่งออกตลาดจีน-อาเซียน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ธ.ค. 2566 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2566 เวลา 07.41 น.

“นครศรีธรรมราช” ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ด้วยขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ 14 จังหวัดในภาคใต้ ผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกผลไม้ และประมง โดยเฉพาะส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือสินค้า GI

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสทางการค้า จึงผลักดันส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยใช้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)

นางสาวบุณิกา แจ่มใส รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการทำตลาด เพื่อหารือและจัดงานสัมมนาให้กับกลุ่มสหกรณ์ เกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ได้แก่ ส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งเป็นสินค้าเด่นประจำจังหวัด

โดยชี้ช่องทางการค้าให้กลุ่มเป้าหมายสามารถแข่งขันได้จากการใช้ประโยชน์จาก FTA

ส้มโอทับทิมสยาม

โดยปัจจุบันไทยจัดทำ FTA 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ อาทิ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย เป็นต้น ซึ่งประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ได้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรให้กับสินค้าจากไทยแล้ว อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมและส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้ผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานตามกรอบกติกาใหม่ของโลก อาทิ ความปลอดภัย ความสำคัญเรื่องสุขภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์เรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าและผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ขยายการส่งออก

สำหรับส้มโอทับทิมสยาม ที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือสินค้า GI โดยกรมได้ให้คำแนะนำกลุ่มสหกรณ์ เกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องทิศทางสินค้าในตลาดโลก กลยุทธ์การทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยใช้นวัตกรรมและงานวิจัยในการพัฒนาคุณภาพและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า สินค้าจำหน่ายได้ราคาสูง ทำน้อยได้มาก เช่น เครื่องดื่มส้มโอ

ส้มโอทับทิมสยาม

“ส้มโอทับทิมสยาม ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ค่อนข้างโดดเด่น เนื่องจากเป็นสินค้า GI มีรสชาติดี ผลข้างในสีแดงสวย และปลูกได้แค่ในพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งตลาดส่งออกส้มโตเติบโตขึ้นมากในปี 2566 โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดจีน ฮ่องกง กลุ่มประเทศอาเซียน แต่ยังมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องสภาพอากาศ

โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ส่งผลทำให้ส้มโอรสชาติเปลี่ยนไม่คงที่ ซึ่งทางกรมได้แนะนำทางเกษตรกรจัดทำพื้นที่ยกสูงหรือทำท่อระบายน้ำ ขณะเดียวกันทางเกษตรกรได้ปรึกษากับทางกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผลผลิตส้มโอที่ได้ยังไม่คงที่ และอยากให้มีการรักษามาตรฐานสินค้าคงคุณภาพไว้ ตลาดมีอยู่แล้ว แต่ต้องตอบโจทย์เรื่องมาตรฐานสินค้าเป็นสิ่งที่สำคัญ”

อีกทั้งการให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้า BCG (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) รักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อเจาะตลาดพรีเมี่ยมที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยมากกว่าราคา แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานด้วย ที่สำคัญคือ การใช้ประโยชน์จาก FTA ขยายการส่งออกไปยัง 18 ประเทศ

โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่ไทยมีความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์จากระยะทางที่ใกล้ ความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทย และอาเซียนยังเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย

“การลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีสินค้าที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาต่อยอดจากสินค้าท้องถิ่นสู่การยกระดับมาตรฐานสินค้าทั้งด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ให้ตอบรับกับเทรนด์ตลาดโลกในปัจจุบัน เพื่อขยายการส่งออกสู่ตลาดการค้าเสรีต่อไป”

นายอิมรอน แสงวิมาน เจ้าของสวนส้มโอทับทิมสยาม และคณะกรรมการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 20-30 ปี ได้มีการปลูกส้มโอพันธุ์ขาวพวง มีลักษณะผลเป็นจุกเนื้อข้างในเป็นสีขาว แต่ส่วนใหญ่ไม่นิยมบริโภค

จึงมีการปลูกส้มโอพันธุ์ขาวทองดี แต่ผลของส้มโอไม่มีจุกซึ่งไม่ตอบโจทย์ตลาดที่รับซื้อ จึงได้มีการปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ซึ่งผลมีจุกเนื้อข้างในผลสีแดง

ปัจจุบันมีเกษตรกรในหมู่บ้านปลูกส้มโอคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 350 ไร่ ได้ผลผลิตเกือบ 3 แสนผลต่อไร่ต่อปี ส่วนพื้นที่ของตนมีการปลูกมีทั้งหมด 8 ไร่ เป็นส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามทั้งหมด มีผลผลิตประมาณ 800 ผลต่อไร่ต่อปี รวมประมาณ 6,400 ผลต่อปี

โดยอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตส้มโอประมาณ 6 เดือน สามารถเก็บได้ 1 รอบ โดย 1 ปีสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2 รอบ คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม และช่วงสิงหาคม-กันยายน ตอนนี้สภาพดินมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก จึงมีการดูแลรักษามากยิ่งขึ้น ทั้งการใส่ปุ๋ยและฉีดยา เพื่อให้ส้มโอยังคงคุณภาพ แต่ปัญหาที่พบตอนนี้คือช่วงหน้าฝนจะทำให้รสชาติส้มโอเปลี่ยน

สำหรับช่องทางการตลาดแบ่งเป็น 2 ช่องทาง มีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อถึงหน้าสวน 90% และช่องทางออนไลน์ 10% โดยขายผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า ส้มโอทับทิมสยามบ้านแสงวิมาน

“เราขายให้พ่อคนกลางมากกว่า เพราะตลาดออนไลน์ไม่รู้ว่าผลผลิตที่ได้มาจะขายหมดวันไหน แต่ถ้าขายให้พ่อค้าคนกลางจะเข้ามารับเหมาซื้อหมดเลย เรามองว่าปลอดภัยกว่า ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่ผลผลิตจะเหลือ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนบ่อย ส่งผลให้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ได้ปริมาณผลผลิตค่อนข้างน้อย แต่มีคุณภาพ และช่วงสิงหาคม-กันยายน ได้ปริมาณผลผลิตค่อนข้างมาก แต่ไม่ค่อยได้คุณภาพ”

ตอนนี้อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือเรื่องการตลาดทั้งขายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ เพราะว่าบางทีก็ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาผลผลิต เรามองว่าถ้าราคาผลผลิตดี เกษตรกรก็มีรายได้ดี และมีกำลังใจในการประกอบอาชีพต่อไป ตอนนี้ราคาเกรด A รับซื้อ 250 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่ง 1 ลูกก็จะมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัมกว่าขึ้นไป ราคาขายประมาณ 300 กว่าบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...