เจ้าของแจงแล้ว หลังถูกร้องเอาขยะเน่าเสียถมที่ ยันไม่ใช่ เผยถ้าถมที่ดิน ราคาสูงถึง 4 ล้าน
เจ้าของแจงแล้ว หลังถูกร้องเอาขยะเน่าเสียถมที่ ยันไม่ใช่ แต่เป็นเศษวัสดุก่อสร้าง เผยถ้าถมที่ดิน ราคาสูงถึง 4 ล้าน งงทำไมต้องร้องเรียน ไม่มาคุยกัน
จากกรณีที่เพจ "อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 6" โพสต์เรื่องราวของผู้เดือดร้อนรายหนึ่ง เกี่ยวกับเจ้าของที่ดินนำเศษวัสดุก่อสร้างและขยะมาถมที่รกร้างในที่ดินของตนเอง แต่ส่งกลิ่นเหม็นและฝุ่นรบกวนเป็นอย่างมาก จนต้องร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรี ซึ่งปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว แต่ไม่สามารถเอาผิดได้ นอกจากค่าปรับเพียง 1 พันบาทเท่านั้น
ล่าสุดวันที่ 2 ธ.ค.66 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ซอยแห่งหนึ่ง ถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย หมู่ 7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมกับ นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว โดยได้พบ นายฟีน นาทอง อายุ 70 ปี เจ้าของที่ดินที่ถูกร้องเรียน พาผู้สื่อข่าวเดินดูที่ดินที่อยู่ด้านหลังสุดซอยในเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ที่เต็มไปด้วยเศษวัสดุที่เหลือจากงานก่อสร้างต่างๆ จนเต็มพื้นที่เป็นลานกว้าง จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีขยะเน่าเสียที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนแต่อย่างใด
นายฟีน เปิดเผยว่า ตนไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลยว่า การที่ตนเปิดให้ไซต์งานก่อสร้างนำเศษซากวัสดุที่เหลือจากการก่อสร้างมาทิ้งในพื้นที่ดินของตนจะถูกร้องเรียน ทั้งๆ ที่เศษซากวัสดุที่นำมาทิ้งไม่มีกลิ่นหรือส่งกลิ่นรบกวนใคร และพื้นที่ข้างหลังก็เป็นพื้นที่ว่างเปล่า ไม่มีบ้านคนหรือชุมชนอยู่ติดกัน ตนไม่เข้าใจว่าคนที่ร้องเรียนเรื่องนี้ไปต้องการอะไร เพราะในซอยแห่งนี้ก็มีบ้านอยู่ไม่ถึง 10 หลัง ส่วนใหญ่ก็จะญาติๆ กันทั้งหมด
ถ้าหากเขาเดือดร้อนจริง ทำไมไม่เดินมาคุยกัน ทั้งๆ ที่ตนก็อาศัยบนที่ดินแห่งนี้มานานหลายสิบปีแล้ว เข้าใจว่าคงเป็นการร้องเรียนเพราะไม่พอใจตนในเรื่องส่วนตัวมากกว่าที่จะเดือดร้อนจริงๆ ตนยินดีให้ผู้สื่อข่าวหรือหน่วยงานมาตรวจสอบได้เลยว่า สิ่งที่นำมาถมในพื้นที่ของตนเป็นเศษซากวัสดุก่อสร้างจริงหรือไม่ ซึ่งเมื่อเศษซากวัสดุที่นำมาถมที่ดินจนเต็มแล้ว ตนก็จ้างนำดินมาถมทับอีกทีหนึ่ง ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินค่าถมที่ดินได้จำนวนมาก
นายฟีน กล่าวอีกว่า อยากฝากไปถึงผู้ร้องเรียนว่ามีอะไรก็ให้มาคุยกัน อยู่ตรงนี้ก็เหมือนเป็นพี่น้อง อย่ามาทำแบบนี้ ให้ยุติเรื่องนี้ไป ไม่อย่างนั้นต่อไปจะมองหน้ากันไม่ติดและอยู่แบบไม่มีความสุข ส่วนเรื่องที่ตนต้องให้นำเศษซากวัสดุก่อสร้างมาถมในพื้นที่ของนั้น เนื่องจากค่าถมที่ด้วยดินนั้นปัจจุบันตกอยู่ที่ไร่ละ 2 ล้านบาท ที่ดินตรงนี้ของตนมีเนื้อที่ 2 ไร่ ก็เท่ากับว่าต้องใช้เงินถึง 4 ล้านบาทในการถมที่ด้วยดิน
และพื้นที่ดังกล่าวเป็นแอ่งน้ำอีกทำให้ราคาค่าถมดินก็สูงขึ้นตามไปอีก เพื่อเป็นการประหยัดค่าถมดินตนจึงเปิดให้ไซต์งานก่อสร้างต่างๆ นำเศษอิฐ เศษปูนมาลงทิ้งในพื้นที่ตนได้ ซึ่งตนก็ได้กำชับและตรวจตราดูเสมอว่า ไม่ให้คนงานนำเศษหรือถุงขยะที่เน่าเสียเข้ามาทิ้งโดยเด็ดขาด ซึ่งคนงานทุกคนก็ทราบกันดี และปฎิบัติตามกันมา จึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาร้องเรียนตนในเรื่องนี้อีก
ด้าน นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่าในที่ดินที่ถูกร้องเรียนมีขยะเน่าเสียหรือส่งกลิ่นเหม็นรบกวนแต่อย่างใด ส่วนใหญ่พบว่าเป็นเศษซากวัสดุในการก่อสร้าง ปูน หิน ดิน ทราย เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้ตนอยากให้ผู้ร้องเรียนได้ลองพูดคุยปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะเป็นคนในชุมชนเดียวกันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด