เที่ยวชมวิถีริมน้ำคลองอ้อมนนท์ ด้วยเรือไฟฟ้าพลังงานสะอาด
สืบตระกูล บินเทพ อดีตผู้บริหารภาคเอกชน ที่ผันตัวจากแวดวงธุรกิจอุตสาหกรรมมาให้บริการนำเที่ยวด้วยเรือไฟฟ้าไฮบริดจ์ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักสลับเครื่องยนต์เก่าระบบน้ำมัน โดยการดัดแปลงระบบไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์ของเรือไม้โบราณอายุกว่า 60 ปี ในชื่อ "พฤกษาธารา" ที่ซื้อมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนำนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเที่ยวชมธรรมชาติและวิถีชีวิตริมคลองอ้อมนนท์ จ.นนทบุรี
ลัดเลาะลำน้ำชมวิถีชีวิตชาวคลองอ้อมนนท์
สืบตระกูล เล่าให้ทีมข่าวไทยพีบีเอสฟังว่า คลองอ้อมนนท์ แท้ที่จริง คือ แม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม ที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยอยุธยาตอนต้น แต่เมื่อมีการขุดคลองเพื่อเป็นทางลัดจึงทำให้คลองขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นแม่น้ำ ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมอย่างคลองอ้อมนนท์ก็แคบลงและตื้นขึ้นและกลายเป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรของคนในพื้นที่เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ด้วยประวัติศาสตร์และสภาพพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ คลองอ้อมนนท์ ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งแหล่งอารยธรรมตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น เช่น วัดบางระโหง วัดโตนด รวมถึงมีผลไม้หลากหลายชนิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์จึงมีทั้งสวนทุเรียน สวนมะม่วงและผลไม้อื่น ๆ
เส้นทางการล่องเรือจะเริ่มต้นจากวัดบางระโหง อ.เมืองนนทบุรี ต.บางรักน้อย สามารถชมวิถีชีวิตของคนริมคลอง ร้านค้า และร้านอาหารต่าง ๆ ริมแม่น้ำ ไปจนถึงเรือที่ขายสินค้าหลากหลายชนิ เช่น เรือขายปลาทู หรือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ เรือน้ำชากาแฟ
เส้นทางที่ให้บริการ คือ คลองอ้อมนนท์ไปจนถึงย่านคลองฝั่งธน เช่น คลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) บางกอกน้อย ชักพระ บางเชือกหนัง คลองด่าน คลองบางขุนเทียน สนามชัย คลองมอญ และแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสามารถปรับรูปแบบได้ตามความต้องการ
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำบนเรือเช่น การเก็บขยะในคลอง หรือ การถ่ายภาพนก ที่สามารถใกล้ชิดได้มากขึ้น เนื่องจากเสียงที่เงียบของเรือทำให้เหมาะกับนักถ่ายภาพสายธรรมชาติที่ต้องการเก็บภาพนกน้ำต่าง ๆ
ให้บริการทุกวันแต่ต้องจองล่วงหน้า ค่าบริการประมาณ 4,500 บาท ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชม.นั่งได้ 10 คน ได้สัมผัสบรรยากาศใหม่ของนนทบุรี ได้แวะชมธรรมชาติ แวะซื้อของ แวะถ่ายรูปนกน้ำ เพราะสามารถเข้าไปใกล้ได้เพราะไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือ
ผลตอบรับค่อนข้างดีหลังเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อมาแล้วก็มักที่จะใช้บริการซ้ำ โดยพาเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ มาเที่ยวชมธรรมชาติ กลุ่มนักท่องเที่ยวจะมีทั้งรูปแบบของครอบครัว วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยให้บริการทุกวัน เพียงแต่ต้องแจ้งล่วงหน้า โดยนักท่องเที่ยวจะมีจำนวนมากในช่วง วันศุกร์ - อาทิตย์
เรือไฟฟ้าเงียบ ลดมลพิษ ประหยัดพลังงาน
สืบตระกูล ยังอธิบายข้อดีของการท่องเที่ยวด้วยเรือพลังงานไฟฟ้าว่า จุดเด่นของเรือไฟฟ้าไฮบริดจ์ซึ่งสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคาเรือ สามารถนำพลังงานมาเก็บไว้ได้ภายในแบตเตอรี่ และสามารถเดินทางด้วยความเร็วประมาณ 10 กม./ชม.
สืบตระกูล บินเทพ อดีตผู้บริหารภาคเอกชนที่ผันตัวมาให้บริการนำเที่ยวด้วยเรือไฟฟ้าไฮบริดจ์
ด้วยความเร็วที่ไม่มากนักก็จะไม่ก่อให้เกิดคลื่นที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อตลิ่งและบ้านเก่าริมน้ำ โดยสามารถล่องเรือได้ระยะทางกว่า 60-70 กม.ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานในยุคที่น้ำมันแพงเช่นนี้ไปได้อย่างมาก
ขณะที่มลพิษทางเสียงที่หากเทียบกับเรือที่ใช้ครื่องยนต์ทั่วไปจะมีเสียงที่เบามากอยู่ที่ประมาณ 20 เดซิเบล และไม่ส่งผลกระทบต่อคนริมคลอง รวมถึงสามารถพูดคุย บนเรือได้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถซึมซับบรรยากาศ เสียงนก หรือเสียงธรรมชาติริมคลองได้เป็นอย่างดี
รวมถึงมลพิษจากกลิ่นของน้ำมันเครื่องหรือเครื่องยนต์ก็จะไม่มีเช่นกัน รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องก็จะไม่มีปัญหาการปล่อยน้ำมันที่เสียของคลองแต่อย่างใด
ดังนั้น การดัดแปลงเรือไม้โบราณเป็นเรือนำเที่ยวจึงเหมาะสมอย่างมาก ขณะที่ก็สามารถปรับไปใช้กับเรือในรูปแบบอื่น ๆ ได้ เช่นกัน เช่นเรือข้ามฟาก และเรือท่องเที่ยวที่ติดเครื่องยนต์ท้ายเครื่อง
พร้อมถ่ายทอดความรู้ "เรือไฟฟ้า"
สืบตระกูล ยังเล่าต่ออีกว่า ขณะนี้ตนเองและกลุ่มเพื่อนมีเรือไฟฟ้าอยู่ราว 10 ลำ ให้บริการในคลอง ๆ ต่าง ๆ ในหลายพื้นที่เช่น คลองบางกอกน้อย ซึ่งสามารถใช้บริการเรือไฟฟ้าได้ในหลายพื้นที่
นอกเหนือจากการให้บริการนำเที่ยวแล้ว ยังพร้อมที่จะถ่ายทอดให้ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ ด้วยการเดินทางไปบรรยายให้ความรู้ในการติดตั้งดัดแปลงเรือประเภทต่าง ๆ ให้เป็นเรือไฟฟ้า เช่น เรือข้ามฟาก ใน จ.สมุทรปราการ หรือ เรือประมงชายฝั่งขนาดเล็กในพื้นที่ จ.ระยอง หรือ ใน จ.สุโขทัย และ เชียงใหม่ ก็มีผู้ที่สนใจในการดัดแปลงเครื่องยนต์เรือให้เป็นเครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าซึ่งหากมีการปรับให้เป็นเรือไฟฟ้าก็จะช่วยลดต้นทุนในการประกอบกิจการได้เป็นอย่างดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ การปรับแต่งระบบไฟฟ้าอาจมีราคาที่สูงราว 300,000 - 500,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดเรือและวัตถุประสงค์ในการใช้งานแต่จะเป็นการใช้จ่ายเพียงแรกครั้งเดียว จากนั้นจะมีการซ่อมบำรุงที่น้อยมาก ค่าใช้จ่ายหลังจากการติดตั้งจึงแทบไม่มี ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องหากเทียบกับระบบไฟฟ้าที่จะไม่ต้องคำนึงถึงภาระดังกล่าวอีกเลย เนื่องจากสามารถเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเก็บไว้ที่แบตเตอร์รี่ได้
นายสืบตระกูล กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดัดแปลงเครื่องยนต์เอาต์บอร์ดติดตั้งท้ายเรือซึ่งเป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะเก่ามาดัดแปลงเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อให้ประหยัดพลังงาน
ในอนาคตต่อไปเรือของราชการ หรือเรือท่องเที่ยว ต่าง ๆ จะสามารถใช้เครื่องยนต์ติดท้ายเรือให้ใช้ระบบพลังงานไฟฟ้าได้ ซึ่งในต่างประเทศมีจำหน่ายในราคาที่สูงแต่คนไทยก็มีองค์ความรู้ที่สามารถดัดแปลงเครื่องยนต์เหล่านี้และซ่อมบำรุงได้ ทั้งนี้จะช่วยประเทศในภาพรวมให้ใช้เครื่องยนต์จากพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อลดการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย