โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปล่อยตัว 4 คนเสื้อแดง คดียิง M79 ใส่ กปปส. ภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ เจ้าตัวขอขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 04 พ.ย. 2567 เวลา 11.43 น. • สยามนิวส์
ปล่อยตัว 4 คนเสื้อแดง คดียิง M79 ใส่ กปปส. ภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ เจ้าตัวขอขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจ

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.67 ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี นายชัชวาล หรือชัช ปราบบำรุง , นายสมศรี มาฤทธิ์ นายสุนทร ผิผ่วนนอก อายุ 52 ปี และนายทวีชัย วิชาคำ อดีตคนเสื้อแดง และ อดีตผู้ต้องหา คดียิงลูกกระสุนระเบิด เอ็ม 79 ใส่ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) คดีหมายเลขดำ อ.3734/2557 โดยเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ เรือนจำกลางบางขวาง ได้ปล่อยตัวอดีตผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ภายหลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวไปจากหมายคดีเก่าที่ยกฟ้องไป แล้วจึงต้องไปทำเรื่องลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองนนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์

นายทวีชัย วิชาคำ เปิดเผยว่า วันนี้พวกตนมีความสุขมากๆ ที่ได้มาเจอลูกหลาน ภายหลังจากมีการพระราชทานอภัยโทษ ตนรู้สึกดีใจมากๆ สำหรับอิสรภาพ ที่ถูกจองจำนาน 10 ปี 3 เดือน ตนขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและไม่ลืมกัน ซึ่งภายหลังการรัฐประหารปี 2557 พวกตนถูกจับกุมในข้อหาใช้อาวุธสงคราม ซึ่งศาลตัดสินพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

นายชัชวาล เปิดเผยด้วยว่า ช่วงที่ตนถูกจับกุมที่จังหวัดเชียงราย ช่วงนั้นมีการประกาศกฎอัยการศึก และ จนท. นำตัวตนไปที่ค่ายทหาร หลังจากนั้นถูกซ้อมทรมาน ใช้สายไฟเสียบรูทวาร เพื่อให้ตนรับสารภาพ และนำตัวมาส่งที่กรมทหารราบที่ 11

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่ หน้าสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ได้มีลูกหลานมารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างอบอุ่น

สำหรับคดีดังกล่าว คดีหมายเลขดำ อ.3734/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชัชวาล หรือชัช ปราบบำรุง อายุ 48 ปี , นายสมศรี มาฤทธิ์ อายุ 43 ปี , นายสุนทร ผิผ่วนนอก อายุ 52 ปี และนายทวีชัย วิชาคำ อายุ 42 ปี เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดต่อชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ทำร้ายร่างกาย , พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และความผิด ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2558 หลักฐานที่จำเลย นำสืบมา ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบได้ จึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่ มีความผิดตามฟ้อง ให้ประหารชีวิตสถานเดียว แต่คำให้การของจำเลย เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้งสี่ไว้ตลอดชีวิต และให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนผู้บาดเจ็บ 534,700 บาท ด้วย

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...