โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'นักวิชาการ'ย้ำชัดกองกำลังว้ารุกล้ำแดน ประท้วงหลายครั้งแต่ไม่สน ทหารในพื้นที่รอฟังคำสั่งจะเอายังไง?

แนวหน้า

เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

ประท้วงไปแล้วแต่กองกำลังว้าไม่สน ทหารในพื้นที่รอฟังคำสั่งหน่วยเหนือจัดการปัญหาชายแดนถูกรุกล้ำด้านอ.เวียงแหง “รศ.ดุลยภาค” ข้องใจกระบวนการปกป้องอธิปไตยชาติของรัฐไทย

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ว่าที่ ร.ต.หญิงอรพรรณ จันตาเรือง ส.ส.เขต 6 (อ.เชียงดาว เวียงแหง พร้าว ) พื้นที่ชายแดน จ.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ว้า(กองทัพแห่งสหรัฐว้า -United Wa State Army หรือ UWSA) รุกล้ำพื้นที่ชายแดนด้านอำเภอเวียงแหงและเชียงดาว ว่าได้ลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และพบว่ามีฐานของทหารว้าตั้งอยู่บนสันเขาที่เป็นจุดสูงสุดแบ่งแดนของ อ.เวียงแหงชัดเจน ซึ่งนักวิชาการอธิบายว่าจริงๆแล้วทำเช่นนั้นไม่ได้ ขณะที่ฝ่ายทหารได้อธิบายว่าตอนนี้เรายังไม่มีการปักปันเขตแดนชักเจนซึ่งขณะนี้เขากำลังรอฟังนโยบายจากผู้บังคับบัญชาว่าควรทำอย่างไร

ว่าที่ รต.หญิงอรพรรณกล่าวว่า กล่าวว่า ในส่วนของชาวบ้านนั้น ชุมชนในพื้นที่อรุโณทัย อ.เชียงดาว และ อ.เวียงแหง ต่างข้ามพรมแดนกันไปมาโดยชาวบ้านว้าได้ข้ามมารักษาพยาบาลและค้าขายกับคนในพื้นที่โดยไม่มีเอกสารใดๆซึ่งทางตำรวจกังวลว่าปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้น อาจกลายเป็นช่องทางหลบหนีของผู้กระทำผิดได้ ดังนั้นใน กมธ.จึงมีความเห็นว่าควรมีการตรวจสอบคนที่ข้ามไป-มาด้วยวิธีการง่ายๆ เช่นสแกนม่านตา เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร

“ในเรื่องของยาเสพติด ทางทหารได้ขอให้ช่วยสนับสนุนเรื่องกล้องดักถ่ายที่ติดในป่า เพื่อถ่ายกลุ่มที่ขนยาเสพติด เขามีอยู่แล้วจำนวนหนึ่งแต่ไม่เพียงพอ จึงขอเพิ่มอีก 150 ตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะกล้องนี้ช่วยได้มาก ไม่ต้องคอยให้กำลังพลไปลาดตระเวนอย่างเดียว”สส.เชียงใหม่ กล่าว

ขณะที่ รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาและอาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุค เนื้อหาระบุว่าตลอดแนวชายแดนไทย-พม่า บริเวณ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พบฐานทหารว้าแดงล้ำแดนเข้ามาในแผ่นดินไทยประมาณ 9 จุด โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตนเข้าไปตรวจจุดภูมิประเทศจริงซึ่งพบฐานทหารว้าแดงตั้งล้ำเข้ามาตรงเขตชายแดนด้านอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้แก่ ดอยหนองหลวงและดอยหัวม้า

รศ.ดุลยภาคกล่าวว่า เมื่อวันที่ 26-27 มกราคม 2568 ได้เดินทางร่วมกับ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯไปยัง อ.เวียงแหงและอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบเรื่องฐานทหารว้าแดงและสถานการณ์ชายแดนโดยรวม ทั้งนี้บริเวณที่ไม่ไกลนักจากช่องหลักแต่ง หมู่บ้านเปียงหลวง อ.เวียงแหง มีหน่วยกองร้อยของหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ตั้งตรวจตราพิทักษ์แนวเขตแดนไทยอยู่ ทหารในพื้นที่แถบนั้น (ฐานปฏิบัติการบ้านแปกแซม หมวดทหารม้าที่ 13 กองร้อยทหารม้าที่ 1)ได้รายงานว่ามีฐานทหารว้าแดงที่ล้ำแดนไทยตรงดอยกิ่วช้างกั๊บ ตลอดจนดอยไฟและดอยถ้วย โดยหน่วยในพื้นที่ได้ทำการประท้วงทางการพม่าไปแล้วตามช่องทางกลไกที่มีอยู่ในระดับท้องถิ่น จึงรอแต่คำสั่งจากหน่วยงานระดับสูงอีกทีว่าจะมีแนวทางจัดการปัญหานี้อย่างไร

รศ.ดุลยภาคกล่าวว่า ได้เห็นภูมิประเทศจริงซึ่งตนเห็นว่าทหารว้าแดงนั้น ตั้งฐานปฏิบัติการรุกล้ำเข้ามาค่อนข้างชัดเจนในฝั่งไทย เพราะตั้งฐานคร่อมหรือพ้นเลยจากแนวสันเขา/สันปันน้ำในลักษณะที่เข้าลึกมาทางฝั่งไทย และหากยืนจากฝั่งไทยแล้ว เราจะสามารถมองเห็นฐานทหารว้าแดงได้แบบชัดเจน กอปรกับชื่อดอยต่างๆ เช่น ดอยกิ่วช้างกั๊บ ดอยไฟ และดอยถ้วย ก็เป็นชื่อที่มาจากภาษาไทยหรือภาษาถิ่นภาคเหนือ (ไม่ใช่ภาษาว้าหรือภาษาพม่า)

“เรื่องว้าแดง เราคงต้องรอดูว่ารัฐบาลและกองทัพไทยจะมีวิธีการอย่างไรในการโน้มน้าวกดดันให้ว้าแดงถอนทหารออกจากแผ่นดินไทย ณ วันนี้ ว้าแดงมีทั้งการตั้งฐานในชัยภูมิแบบสูงข่ม คุมต้นน้ำบางสายที่ไหลไปหล่อเลี้ยงราษฎรไทย ว้าแดงยังมีรายได้มหาศาลจากการค้าหลากหลายรูปแบบ และมีกลุ่มกองกำลังที่โด่งดังขึ้นชื่อในเรื่องของการผลิตฝิ่น เฮโรอีนและยาเสพติด เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการปกป้องอธิปไตยของรัฐไทย ทำไมจึงปล่อยให้ว้าแดงล้ำแดนไทยและสร้างผลกระทบต่อสังคมไทยได้ถึงขนาดนี้ จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนช่วยติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป”รศ.ดุลยภาค ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...