โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยเศรษฐกิจไทย รัฐบาลพรรคไหนขึ้นมาบริหารแล้ว "เศรษฐกิจดีขึ้นจริง" เพราะฝีมือ หรือแค่ได้จังหวะโลกเป็นใจ บทเรียนการเมืองที่ตัวเลขไม่เคยโกหก

THE STATES TIMES

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 13.00 น. • Hard News Team

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย มักจะมีคำถามว่า “รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคการเมืองไหน ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตที่สุด” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบได้ยากยิ่ง

1. ทำไมคำถามนี้ตอบยากกว่าที่คิด
เวลาเราถามว่า “รัฐบาลพรรคไหนทำเศรษฐกิจดี?”
คำถามจริง ๆ แฝงไว้สองเรื่องพร้อมกันคือ
1. ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้นแค่ไหน – GDP โตเท่าไหร่ รายได้คนดีขึ้นไหม
2. คนส่วนใหญ่ “รู้สึก” ว่าดีขึ้นหรือเปล่า – เงินหมุนไหม หนี้ท่วมไหม ค่าครองชีพไล่ทันรายได้หรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น เศรษฐกิจไทยยังผูกกับ จังหวะเศรษฐกิจโลกและเงินลงทุนต่างชาติ อย่างหนัก
ทำให้หลายรอบที่ดูเหมือน “รัฐบาลเก่ง” จริง ๆ แล้ว
อาจเป็นเพราะเราขึ้นลิฟต์ตามรอบโลกมากกว่าฝีมือนักการเมืองล้วน ๆ
บทความนี้เลยจะพาปูเสื่อไล่ทีละยุค แล้วค่อยสรุปตรง ๆ ตอนท้ายว่า
> ถ้าต้องตอบชื่อ “ยุค/พรรค” ที่เห็นว่า เศรษฐกิจดีขึ้นชัด ในภาพรวม มีใครบ้าง

2. ยุคบูม 2530–2539: เศรษฐกิจพุ่งแรงสุดในประวัติศาสตร์ แต่เครดิตแบ่งกับ “เงินต่างชาติ”
ช่วง ปี 2530–2539 (1987–1996) คือยุคที่ไทยโตแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ใหม่
GDP โตเฉลี่ยเกือบ 9–10% ต่อปี มีบางปีขึ้นไปแตะกว่า 13% ด้วยซ้ำ
ตัวขับเคลื่อนหลักคือ
- เงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ไหลเข้าแบบท่วม หลัง Plaza Accord
- ไทยเปลี่ยนจาก “ผลิตแทนการนำเข้า” มาเป็น โรงงานส่งออกของโลก อย่างเต็มตัว
แต่ด้านมืดก็ตามมา:
- ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบเฉลี่ยหลายปีติด
- เงินกู้ต่างประเทศไหลเข้าเร็วเกินไป กลายเป็นพื้นฐานของวิกฤตปี 2540 ในเวลาต่อมา
การเมืองช่วงนั้นเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค
ทั้งชาติไทย ประชาธิปัตย์ และขั้วอื่นหมุนเวียนกัน
> ถ้าดูแต่ตัวเลข จะบอกว่า “รัฐบาลช่วงนั้นทำเศรษฐกิจดีมาก” ก็ไม่ผิด
> แต่ถ้าแฟร์ ๆ ต้องยอมรับว่า แรงส่งหลักมาจากรอบโลก + FDI
> และจบลงด้วยวิกฤตครั้งใหญ่ เพราะบริหารความเสี่ยงไม่อยู่

3. ยุคฟื้นจากปี 40 สู่ “ทักษิโณมิกส์”: ไทยรักไทย กับภาพจำว่า “เศรษฐกิจกลับมาคึก”
หลังวิกฤตปี 2540 เศรษฐกิจไทยติดลบหนัก ก่อนจะเริ่มฟื้นช่วงปลายรัฐบาลชวน (ประชาธิปัตย์)
ด้วยชุดนโยบายปรับโครงสร้างตามกรอบ IMF – แนวรัดเข็มขัด เน้นเสถียรภาพ
พอถึง ปี 2544 รัฐบาลไทยรักไทย (ทักษิณ) เข้ามาในจังหวะที่
- เศรษฐกิจเริ่มตั้งหลักได้
- ค่าเงินบาทอยู่ในระดับส่งออกแข่งขันได้
- โลกกำลังอยู่ในรอบขาขึ้นอีกรอบ
ตัวเลขเติบโตในช่วงนั้นถือว่าโดดเด่น:
- หลังปี 2002 ไทยกลับมาโต 5–7% ต่อปีต่อเนื่องหลายปี
- อีสานเป็นภูมิภาคที่รายได้ต่อหัวโตเร็วมาก ช่วง 2001–2011 รายได้ต่อหัวของอีสานเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ขณะที่กรุงเทพฯ ก็โตต่อเนื่องเช่นกัน
นโยบายที่คนจำได้:
- 30 บาทรักษาทุกโรค
- กองทุนหมู่บ้าน / SML
- OTOP
- ผลักดันสินเชื่อรายย่อย ทำให้คนตัวเล็กเข้าถึงเครดิตง่ายขึ้น
สิ่งเหล่านี้ทำให้ “ความรู้สึก” ของคนจำนวนมากคือ
> “ยุคนี้เงินหมุน คนต่างจังหวัดเริ่มมีโอกาส มีเครดิต มีหน้าที่การงานมากขึ้น”
แน่นอน ด้านลบก็มี ทั้งเรื่องหนี้ครัวเรือนที่เริ่มสูงขึ้น
ข้อครหาเรื่องคอร์รัปชัน และความขัดแย้งทางการเมืองที่สร้างบาดแผลยาวนาน
แต่ถ้าตอบตามข้อมูล + perception ของสังคมส่วนใหญ่:
> ยุคไทยรักไทย (ทักษิณ) คือหนึ่งในยุคที่ตอบได้เต็มปากว่า “เศรษฐกิจดีขึ้นชัดเจน”
> ทั้งในแง่ตัวเลข และความรู้สึกของฐานรากจำนวนมาก

4. 2008–2013: วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์–น้ำท่วมใหญ่ และการรีบาวด์ของอภิสิทธิ์–ยิ่งลักษณ์
พอถึงปี 2008 โลกเจอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เศรษฐกิจไทยปี 2009 ติดลบเล็กน้อย ก่อนจะรีบาวด์แรงในปี 2010:
- ปี 2009 โตประมาณ -0.7%
- ปี 2010 รีบาวด์ขึ้นราว 7.5%

ช่วงนี้อยู่ภายใต้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ (ประชาธิปัตย์)
> ถ้าดูแค่ตัวเลข จะเห็นว่าช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์มีปีที่ “เศรษฐกิจดีขึ้นชัด”
> แต่ส่วนสำคัญมาจาก เศรษฐกิจโลกที่ฟื้น + สินค้าส่งออก
> มากกว่านโยบายเชิงรุกภายในประเทศ
ต่อมาคือ ยุคยิ่งลักษณ์ (เพื่อไทย) 2554–2557
- ปี 2011 เจอน้ำท่วมใหญ่ GDP โตแค่ 0.8%
- ปี 2012 รีบาวด์แรง โตประมาณ 7.2% จากการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม + นโยบายกระตุ้น เช่น รถคันแรก ฯลฯ
- หลังจากนั้น 2013–2014 โตชะลอลงมาราว 2–1% ตามลำดับ เพราะความไม่แน่นอนทางการเมืองเพิ่มขึ้น
สรุปยุคนี้แบบสั้น ๆ:
> ทั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์และยิ่งลักษณ์ ต่างก็มี “ปีทอง” ที่ตัวเลขดีขึ้นชัด
> แต่ส่วนหนึ่งเป็น การเด้งกลับหลังวิกฤต (โลกหรือน้ำท่วม)
> มากกว่าจะเป็นโหมด “บูมต่อเนื่อง” แบบช่วงไทยรักไทย

5. ยุครัฐประหาร–คสช.–พลังประชารัฐ: ตัวเลข “กลาง ๆ” แต่คนรู้สึก “ฝืด”
หลังรัฐประหารปี 2557 ไทยเข้าสู่ยุค คสช.
ต่อด้วยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งยังมีขั้วเดิมเป็นแกนหลัก
ตัวเลขการเติบโตช่วง 2015–2019 อยู่ราว:
- 2015: 3.1%
- 2016: 3.4%
- 2017: 4.2%
- 2018: 4.2%
- 2019: 2.2%
ถ้าดูเฉพาะ macro:
- ไม่ได้แย่ระดับวิกฤต
- แต่ก็ไม่แรงพอจะเรียกว่า “บูม”

ปัญหาคือด้านโครงสร้าง:
- ไทยเริ่มแก่ตัวลงเร็ว (สังคมสูงวัย)
- ผลิตภาพแรงงานไม่ได้ดีขึ้นมาก
- หนี้ครัวเรือนระดับสูง กดการบริโภค
เลยเกิดภาพที่คุ้นกันมากในฐาน SME/มนุษย์เงินเดือน:
> ตัวเลขประเทศโต แต่ร้านเล็ก–คนตัวเล็กรู้สึกฝืด ค่าครองชีพไล่แซงรายได้
ดังนั้น ถ้าถามแบบตรง ๆ ว่า
“พอรัฐบาลชุดนี้ขึ้นแล้ว เศรษฐกิจดีขึ้นชัดไหม?”
คำตอบในสายตาคนส่วนใหญ่จะอยู่ในโทน “ไม่ถึงขั้นดีขึ้นชัด เป็นแค่ไม่ล้ม” มากกว่า

6. หลังโควิดถึงปัจจุบัน: ไทยโตช้าเมื่อเทียบภูมิภาค
โควิดทำไทยเจ็บหนักเป็นพิเศษ เพราะพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง:
- ปี 2020 GDP หดตัวราว -6.2%
- ปี 2021 โตแค่ 1.5%
- ปี 2022 โตประมาณ 2.8%

หลังจากนั้น แม้จะฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่หลายองค์กรระหว่างประเทศ
มองว่าไทยจะโตแค่ ประมาณ 2–3% ต่อปี ในช่วง 2024–2026
ขณะเดียวกัน รัฐบาลปัจจุบันพยายามใช้มาตรการกระตุ้น เช่น
- โครงการโอนเงินดิจิทัล
- มาตรการดึง FDI ในอุตสาหกรรมใหม่
- โครงการที่อยู่อาศัยรายได้น้อย และขยายระบบประกันสุขภาพ
แต่เมื่อเทียบกับ:
- โครงสร้างที่ไทยแก่เร็ว
- หนี้ครัวเรือนสูง
- แข่งกับเวียดนาม–อินโดฯ ที่ดึงโรงงาน–ลงทุนโลกไปก่อน
จึงยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่า
> “รัฐบาลปัจจุบันขึ้นมาแล้วเศรษฐกิจดีขึ้นชัดเจน”

7. แล้วสุดท้าย… รัฐบาลพรรคไหน “ขึ้นแล้วเศรษฐกิจดีขึ้น” ในสายตาผู้เขียน?
ถ้าแยก “อารมณ์ทางการเมือง” ออก แล้วมองตามข้อมูล + ความรู้สึกรวม ๆ ของสังคม
7.1 ยุคไทยรักไทย – ทักษิณ (2544–2549)
- ขึ้นมาช่วงฟื้นตัวหลังวิกฤตปี 40
- กล้าใช้นโยบายการคลังดันกำลังซื้อฐานราก
- ตัวเลขโต 5–7% ต่อเนื่องหลายปี
- ฐานรากและต่างจังหวัด “รู้สึก” ว่าชีวิตดีขึ้น มีเครดิต มีโอกาส
> ✅ ถ้าให้ตอบชื่อ “ยุค–พรรค” ที่เศรษฐกิจดีขึ้นชัด ทั้งตัวเลขและความรู้สึก
> ยุคไทยรักไทย คือเคสที่ชัดที่สุด (โดยไม่ปฏิเสธว่ามีต้นทุนทางหนี้ คอร์รัปชัน และความขัดแย้งทางการเมืองตามมา)

7.2 ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ (ปชป.) และยิ่งลักษณ์ (เพื่อไทย)
ทั้งสองยุคมี “ปีรีบาวด์สวยมาก”
- อภิสิทธิ์: ปี 2010 โต ~7.5% หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
- ยิ่งลักษณ์: ปี 2012 โต ~7.2% หลังน้ำท่วมใหญ่
แต่ภาพรวม:
- โตแรงในปีที่เด้งจากภาวะตกต่ำ
- จากนั้นโมเมนตัมถูกตัดด้วยปัจจัยการเมืองและปัญหาเชิงนโยบาย (เช่น จำนำข้าว)
> ✅ ถ้าถามว่า “ขึ้นแล้วมีช่วงที่เศรษฐกิจดีขึ้นชัดไหม” – มี
> ❌ แต่ไม่ใช่ “รอบบูมยาว” แบบช่วงไทยรักไทย หรือยุคบูมก่อนปี 40

7.3 ยุคบูม 2530–2539 (รัฐบาลผสมหลายพรรค)
- เศรษฐกิจโตเฉลี่ยเกือบ 9–10% ต่อปี
- ไทยก้าวกระโดดจากเกษตรไปสู่อุตสาหกรรมส่งออก
- แต่ต้องยอมรับว่าจบลงด้วยวิกฤตใหญ่ เพราะหนี้–ดุลบัญชีเดินสะพัดผิดรูป
> ✅ ถ้ามองแค่ตัวเลขและการเปลี่ยนผ่านประเทศ ยุคนี้ “สุด”
> ⚠️ แต่เครดิตแบ่งหนักกับ “รอบโลก + เงินต่างชาติ”
> และเป็นยุคที่วางระเบิดเวลาไว้ให้รุ่นต่อไป

8. 3 บทเรียนจากการย้อนดูทุกยุค
1. จังหวะโลกสำคัญไม่แพ้นโยบายพรรค
พรรคที่ดู “เก่ง” มักขึ้นมาในจังหวะที่โลกเป็นขาขึ้น และกล้าขยายการคลังในเวลาที่เหมาะ
2. คนจะรู้สึกว่าเศรษฐกิจดี เมื่อฐานรากมีโอกาสจริง ไม่ใช่แค่ GDP โต แต่คือ
- เข้าถึงเครดิต
- มีงาน มีรายได้พอ
- ไม่ถูกหนี้และค่าครองชีพไล่จนหายใจไม่ออก
3. ถ้าจะตัดสินรัฐบาลด้วยคำว่า “ทำเศรษฐกิจดีไหม” ต้องดูยาวกว่า 1 ปีรีบาวด์
ปีทองหลังวิกฤตเป็นเรื่องปกติ แต่ความเก่งจริงคือ
- รักษาโมเมนตัม
- วางโครงสร้างใหม่ให้โตต่อได้โดยไม่พังในอีกสิบปีข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...