โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“คลองประเวศฯ” เป็นเหตุ หลวงทวยหาญ เกือบวางมวยกับ เจ้าพระยามหินทรฯ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ต.ค. 2562 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2562 เวลา 07.17 น.
คลองประเวศบุรีรมย์ในปัจจุบัน (ภาพจาก https https://www.matichon.co.th)

คลองประเวศบุรีรมย์เป็นคลองที่ขุด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ให้ขุดต่อจากคลองพระโขนงไปเชื่อมกับ แม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ครั้งหนึ่งคลองประเวศบุรีรมย์แห่งนี้แคยไปชนวนเหตุให้ นายทหารหนุ่มกับผู้บัญชาการเกือบวางมวยกัน เรื่องราวมีดังนี้

เจ้าหมื่นไวยวรนารถ [1] ผู้บังคับการกรมทหารหน้า กราบถวายบังคมทูลลาหยุด พักราชการ เพื่อพักรักษาตัวอยู่ที่นาคลองประเวศบุรีรมย์ ตําบลศรีษะจระเข้ จังหวัดพระประแดง [สมุทรปราการในปัจจุบัน]  ถึงแม้ว่าเป็นเวลาที่ป่วยเช่นนี้ เจ้าหมื่นไวยวรนารถก็หาหยุดนิ่งอยู่เปล่าไม่ ได้ตรวจดูลําคลองประเวศบุรีรมย์ ขณะนั้นตื้นมาก เรือแพจะเดินขึ้นล่อง ค้าขายไม่ค่อยสะดวก

เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว เจ้าหมื่นไวยวรนารถจึงได้จัดการชักชวน กํานันผู้ใหญ่บ้านและราษฎรที่อยู่ในเขตต์แขวงเหล่านั้น ให้ป่าวร้องกันว่า ถ้าแม้ใครมีควายยินดี ก็ให้ระดมมาช่วยกันซ่อมคลองตามระยะที่ตื้นเขิน โดยใช้วิธีเอาควายลุยโคลนไม่ให้ออกแม่น้ำ ส่วนอาหารการกินนั้นเจ้าหมื่นไวยวรนารถจะจัดหาเลี้ยงดูเอง

พวกกํานันผู้ใหญ่บ้านและราษฎร ก็พร้อมกันมีความยินดีเห็นชอบด้วย ใครมีควายก็นํามาใช้ในการขุดคลองนี้ เจ้าหมื่นไวยวรนารถ ก็สั่งให้ทําอาหารลงเรือปิกนิกใหญ่สองลํา ล่องตามไปเลี้ยงดูผู้ที่ทํางานนั้นให้อิ่มหนําสําราญ ในชั่ว 3 วันคลองที่ตนเป็นอยู่นั้นก็สําเร็จลึกลงไปอีกได้หลายศอกด้วย

เมื่อการขุดคลองสําเร็จลงแล้ว เจ้าหมื่นไวยวรนารถจึงทํารายงานถวายพระราชกุศลส่งเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีลายพระราชหัตถเลขาตอบ มีความพอพระราชหฤทัยในการสาธารณประโยชน์ที่ได้เกิดกระทําขึ้นนั้นด้วย

ฝ่ายหลวงทวยหาญ (พระยาพหลพลพยุหเสนา กิ่ม) [2] ซึ่งดูแลราชการทหารแทนตัวเจ้าหมื่นไวยวรนารถขณะที่ป่วยอยู่นั้น ได้ไปฟังราชการของกรมทหารหน้าที่จวนเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงผู้กํากับการทหารหน้า ขณะนั้นเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธํารงได้พูดจาติเตียนทหารหน้าขึ้นว่า *“อ้ายพวกทหารหน้าและมันเก่งมันโกงทั้งนั้น เปรียบเหมือนกันทํานบใหญ่เอาไว้ก็ยังมีช่องอยู่ น้ำมันยังไหลรั่วอยู่เสมอๆ ” *

เมื่อหลวงทวยหาญได้ยินคําที่เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงพูดดูถูก ทหารหน้าต่อหน้าตนเช่นนั้น ก็บรรดาลโทษะขึ้นมารียพูดขัดออกไปว่า “ใต้เท้าเป็นผู้ใหญ่พูดอะไรเช่นนั้น ทหารหน้าทุกๆ คนเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ไม่เคยคดโกงใครเลยสักคนเดียว อ้ายคนที่มันโกงนั่นแหละ คืออ้ายพวกสัสดี”

ครั้นเจ้าพระยามหินทรศักดิธํารงได้ยินคําที่หลวงทวยหาญรักษา กล่าวปรามาทขึ้นเช่นนั้น ก็มีความโกรธเคืองยิ่งนัก ลุกขึ้นกําหมัดแต้ แทบจะต่อยและร้องว่า “มึงจองหองมาดูถูกกูจนถึงบ้านที่เดียวหรือ มึงเป็นอ้ายบ้า กูก็เป็นอ้ายแบ้เหมือนกันล่ะวะ”

หลวงทวยหาญรักษาก็ผุดลุกขึ้นเตรียมตัวจะสู้ เมื่อเจ้าพระยามหินทรศักดิธํารงเห็นท่าทางหลวงหาญรักษาจะต่อสู้เอาจริงเอาจัง ก็ระงับโทสะลงแล้วพูดขึ้นว่า “กูเป็นผู้ใหญ่ กูไม่สู้กับมึงให้เสียเกียรติยศละ มึงกลับไปก่อนเถิด”

ครั้นหลวงทวยหาญรักษากลับไปแล้ว เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธํารงก็ทําเรื่องราวที่หลวงทวยหาญรักษาหมิ่นประมาทล้างอํานาจจนถึงจวนของท่านนั้น นําขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เรือเร็วนำลายพระราชหัตถเลขาออกไปหาตัวเจ้าหมื่นไวยวรนาถ ซึ่งขณะนั้นออกไปพักรักษาตัวอยู่ที่นาคลองประเวศบุรีรมย์ ตําบลศีรษะจระเข้ ให้เข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในลายพระราชหัตถเลขานั้นมีว่า

“ให้พระนายไวยมาชําระอ้ายกิ่มของเจ้า อ้ายกิ่มมันไปทําบ้าทะเลาะ กับเจ้าพระยามหินทรเข้าแล้ว ให้เจ้าเข้ามาเป็นธุระจัดการระงับการวิวาทราบนี้ให้สงบลง”

ครั้นเจ้าหมื่นไวยวรนารถได้รับลายพระราชหัตถ์แล้วก็กลับเข้ามายังกรุงเทพฯ เมื่อเรียกตัวหลวงทวยหาญมาไล่เลี่ยง หลวงทวยหาญก็เล่าความที่เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงพูดจากดูหมิ่นทหารหน้าจึงเกิดเรื่องขึ้น  ให้เจ้าหมื่นไวยวรนาถฟัง เจ้าหมื่นไวยวรนาถก็ทำเรื่อราวที่เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงกล่าวคำดูถูกทหารหน้าก่อน

*หลวงทวยหาญจึงได้กล้าดูถูกท่านขึ้นเพราะถือเกียรติของทหารหน้า ทั้งนี้เป็นความผิดของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงเอง และเจ้าหมื่นไวยวรนาถจะจัดการห้ามหลวงทวยหาญมิให้เอะอะก่อการวิวาทต่อไป ความที่วิวาทกันนั้นก็สงบระงับๆ สมดังพระราชประสงค์ เจ้าหมื่นไวยวรนารถก็กลับคงรับราชการเป็นผู้บังคับการกรมทหารหน้าตามหน้าที่สืบไป *

[1] เจ้าหมื่นไวยวรนารถ ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม  แสงชูโต)

[2] หลวงทวยหาญรักษา (กิ่ม) ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระพหลพลพยุหเสนา (พ.ศ. 2428) และยศทหารเลื่อนเป็นว่าที่นายพันโท ต่อมาได้เป็นนายพันเอก และได้เลื่อนเป็น พระยาพหลพลพยุหเสนา (พ.ศ. 2438) นอกจากนี้ในสกุลนี้ ยังได้พระราชทินนาม “พระยาพหล” ถึง 3 คน คือ พระยาพหลพลพยุหเสนา (กิ่ม) และบุตรชายอีก 2 คนของท่านคือ พระยาพหลโยธินรามินทรภักดี (นพ พหลโยธิน) และ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 2 ของประเทศ

ข้อมูลจาก

ประวัติของจอมพลและมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มาตรี (เจิม แสง-ชูโต), โรงพิมพ์ศรีหงส์ 28 มีนาคม 2504

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ : 25 ตุลาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...