หนุ่มอยากมีคู่ ถูกสาวหลอกใช้ชื่อซื้อกระบะ ถูกเชิดรถหาย โร่แจ้งตำรวจ
หนุ่มอยากมีคู่ ถูกสาวหลอกใช้ชื่อซื้อกระบะ ถูกเชิดรถหายไปโร่แจ้งตำรวจ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ สภ.เสม็ด พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ บุญอ่อน สารวัตรเวร สภ.เสม็ด รับแจ้งจากนายสุบรรณ มีโคทะ อายุ 28 ปี ชาว ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรีว่า ตนเองได้เข้าไปในเว็บไซต์หาคู่ ปรากฏว่าไปเจอหญิงสาวคนหนึ่งถูกใจคือ น.ส.บุษราคัม เสาร์ทอง หลังจากนั้นได้มาติดต่อทางไลน์ โดย น.ส.บุษราคัม บอกว่าพร้อมจะมีอยู่กินด้วยกัน แต่ต้องเป็นโสด ลูก เมียไม่มี และได้มีการติดต่อกันสักพัก ได้อ้างว่าไม่มีรถใช้ และอยากขอยืมชื่อไปออกรถ แต่เงินดาวน์จะออกเอง จึงได้ตัดสินใจไปซื้อรถกระบะ ฟอร์ด 4 ประตู ราคา 1,200,000 บาทเศษ โดย น.ส.บุษราคัม ได้ออกค่าวางดาว์นไป 170,000 บาท โดยผ่อนเดือนละ 12,000 บาท นาน 7 ปี ปรากฏว่าเมื่อครบงวดจะส่งรถ แต่ไม่ยอมไปผ่อนรถ ทำให้ไฟแนนซ์ได้ติดต่อทวงถามมา ก็พยายามติดต่อกับ น.ส.บุษราคัม รับปากว่าจะผ่อนส่งให้ แต่ไม่ยอมผ่อนรถ พยายามทวงถามในเรื่องกระบะ ไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน จึงไม่รู้ว่ารถกระบะที่ซื้อไปนั้น เอาไปทำอะไร จึงได้ติดสินใจตรวจสอบรายชื่อ บุษราคัม เสาร์ทอง ในเว็บไซต์ ปรากฏว่าได้มีการโพสต์ข้อความกันอย่างมากมายว่า น.ส.บุษราคัม หลอกลวงให้ผู้ชายซื้อรถกระบะไปแล้วหลายคัน และไม่ยอมผ่อนส่ง จึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.เสม็ด
ต่อมานายวิทวัส เธียรเศวตตระกูล อายุ 32 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.แพร่ ก็เดินทางมาแจ้งความในลักษณะเดียวกันอีก 1 ราย ทางด้านตำรวจได้แจ้งว่า ได้มีผู้เสียหายในลักษณะความผิดดังกล่าว นั้นมาแจ้งความแล้วในพื้นที่ จ.ชลบุรี ทั้งหมด 5 ราย คือ สภ.เสม็ด 3 ราย และสภ.ดอนหัวฬ่อ 2 ราย
พ.ต.ท.ฐิติวัสส์ กล่าวว่า คดีของ น.ส.บุษราคัม ได้มาติดต่อกับพนักงานสอบสวนแล้ว และให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีการหลอกลวงแต่อย่างใด จึงได้นัดคู่กรณีมาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 10 ธันวาคม ขณะนี้กำลังตรวจสอบการกระทำความผิดว่าเข้าข่ายคดีแพ่ง หรือคดีอาญา หากเป็นคดีแพ่งก็จะต้องไปฟ้องร้องเรียนค่าเสียหายกันเอง หากเป็นคดีอาญา จะมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดียอมความไม่ได้ และจะต้องออกหมายเรียกมาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายจับต่อไป