โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘FM’ ยังครองใจคนฟังวิทยุ ‘มิวสิคสตรีมมิ่ง’ มาแรงตามเทคโนโลยี

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ธ.ค. 2562 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2562 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

โครงการสำรวจพฤติกรรมและแนวโน้มการบริโภคสื่อของไทย ปี 2562 จัดทำโดยสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. ร่วมกับสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีข้อมูลที่น่าสนใจถึงพฤติกรรมการรับฟังวิทยุของประชาชน

ผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ พบว่า มีผู้รับฟังสื่อทางเสียงที่รวมถึงการรับฟังรายการวิทยุ การฟังเพลงออนไลน์ และมิวสิคสตรีมมิ่ง (Music Streaming) จำนวน 55.6% หรือ 5,564 คน ขณะที่ 44.4% ไม่มีการรับฟังสื่อทางเสียง

พฤติกรรมการรับฟังรายการวิทยุทั่วประเทศ

จากการสำรวจพฤติกรรมการรับฟังรายการวิทยุพบว่า ผู้ฟังสื่อทางเสียงส่วนใหญ่ หรือ 65.7% ยังคงรับสื่อผ่านวิทยุ ขณะที่  34.3% ไม่รับฟังรายการวิทยุ โดยในกลุ่มผู้ที่รับฟังรายการวิทยุ 68.9% ยังนิยมรับฟังจากเครื่องรับวิทยุ ทั้งจากวิทยุในบ้าน วิทยุพกพา หรือวิทยุในรถยนต์ รองลงมา 19.3% รับฟังจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ตามด้วย 7.8% เป็นการรับฟังจากวิทยุที่อยู่ในโทรศัพท์เคลื่อนที่ และแท็บเล็ต และ  0.3% เป็นการรับฟังผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากดีไวซ์ต่างๆ

ในส่วนของคลื่นที่ใช้รับฟังรายการวิทยุพบว่า ผู้ฟังส่วนใหญ่ หรือ 85.9% รับฟังรายการวิทยุจากคลื่น FM ตามด้วยการรับฟังวิทยุออนไลน์ 17.5% และ รับฟังจากคลื่น AM อยู่ที่ 11.2% ส่วนช่องทางสำคัญที่ผู้บริโภคใช้รับฟังวิทยุออนไลน์ คือ การฟังผ่านแอปพลิเคชั่น 65.9% ส่วนการการรับฟังผ่านเว็บไซต์มีเพียง 39.7%

 

ด้านสถานที่รับฟังรายการวิทยุนั้น ผลสำรวจพบว่า ผู้ฟังส่วนใหญ่ยังนิยมรับฟังรายการวิทยุจากที่บ้าน หรือพี่พักอาศัยในสัดส่วน 46.6% รองลงมาเป็นการรับฟังในขณะเดินทาง หรืออยู่บนรถ 41.7% ส่วนการรับฟังในที่ทำงานมีสัดส่วนเพียง 10.9% และคนส่วนใหญ่รับฟังรายการวิทยุระหว่าง 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ในสัดส่วน 37.5% รองลงมาเป็นการรับฟังน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน มีสัดส่วน 36.9%

จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ใช้เวลามากนักไปกับการฟังรายการวิทยุ สะท้อนได้จากสัดส่วนที่มีผู้ฟังวิทยุเกินกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันนั้นมีเพียง 3.1% เท่านั้น ขณะที่ช่วงเวลาในการรับฟังรายการวิทยุพบว่า ช่วงเช้าตั้งแต่ 06.01- 09.00 น. เป็นช่วงเวลาที่มีผู้ฟังรายการวิทยุมากที่สุดถึง 33.1% รองลงมาเป็นเวลา 09.01-12.00 น. สัดส่วน 21% ที่เหลือเป็นช่วงเวลา 15.01-18.00 น. สัดส่วน 9.5% และ ช่วงเวลากลางคืน 03.01-06.00 น. มีสัดส่วนผู้ฟังเพียง 1.8% เท่านั้น

 

เมื่อแยกผลการศึกษาประเภทของรายการที่นิยมรับฟัง ตามประเภทรายการที่แต่ละช่วงอายุของผู้ฟังตามเจเนอเรชั่นทั้ง 5 กลุ่มนั้น พบว่า วัย ในช่วงอายุต่างๆ มีผลต่อความนิยมรับฟังประเภทรายการอย่างชัดเจน

Generation G.I. ที่มีอายุ 76 ปีขึ้นไป จะนิยมรับฟังรายการประเภทข่าวมากที่สุด 26.7% รองลงมาเป็นกลุ่มรายการศาสนา 20.8% และรายการสาระ และรายการบันเทิงในสัดส่วนเท่ากันที่ 15.8% โดยที่กลุ่มนี้ให้ความสนใจรับฟังรายการข่าวจราจรน้อยที่สุด เพียง 6.7%

Baby Boomer ที่มีอายุ 57 -75 ปี และ GenX ช่วงอายุ 42 -56 ปี มีความคล้ายคลึงกันที่ นิยมรับฟังรายการข่าวมากที่สุด 26.8% และ 24% รองลงมาเป็นรายการบันเทิง 19.9% และ 22.4% เป็นกลุ่มรายการสาระ

GenY ในช่วงอายุ 24- 41 ปี และ GenX ที่มีอายุน้อยกว่า 23 ปี นิยมรับฟังรายการบันเทิงมากที่สุดในสัดส่วน 28.1% และ 27.9% รายการข่าว มาเป็นอันดับ 2 ในทั้งสองกลุ่ม ตามด้วยรายการสาระ

ทั้งนี้จะเห็นว่ากลุ่มรายการข่าว ได้รับความนิยมสูงในผู้สูงอายุ และได้รับความนิยมลดลงตามกลุ่มอายุที่ลดลง ส่วนรายการกลุ่มบันเทิงจะได้รับความนิยมในกลุ่มอายุน้อย และรายการศาสนาจะไม่ได้รับความนิยมใน GenY และ GenZ

พฤติกรรมการรับฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่ง ผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น

ในปัจจุบันการฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลจากการสำรวจแสดงให้เห็นว่า สัดส่วนผู้ที่ฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งมีสัดส่วนสูงถึง 67.4% จากจำนวนผู้ฟังสื่อทางเสียงทั้งหมด โดยมีเพียง 32.6% เท่านั้นที่ไม่มีการรับฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่ง

 

ความก้าวไกลทางเทคโนโลยี ทำให้ช่องทางการรับฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งมีหลากหลายอุปกรณ์มากขึ้น อย่างไรก็ดีอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ คิดเป็นสัดส่วนถึง 83.7% ตามมาด้วยการรับฟังจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊ก แล็ปท็อป และคอมพิวเตอร์พกพา ในสัดส่วน 13.6% ในขณะที่การรับฟังผ่านทางแท็บเล็ตคิดเป็นสัดส่วน 2.2% และการรับฟังผ่านลำโพงอัจฉริยะ หรือ Smart Speaker มีเพียง 0.5% เท่านั้น

จากการสำรวจพบว่า ผู้ฟังส่วนใหญ่นิยมรับฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งในบ้านและที่พัก โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงสุด 61% รองลงมาเป็นการรับฟังในช่วงการเดินทาง 23.1% และการรับฟังในที่ทำงาน 13.8% ขณะที่ความถี่ในการรับฟังนั้น ผู้ฟังส่วนใหญ่ หรือ 37.9% รับฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งเป็นประจำทุกวัน รองลงมาเป็นการรับฟัง 3-4 วันต่อสัปดาห์ 30.3% รับฟัง 1-2 วันต่อสัปดาห์ 19.6% และ 5-6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 12.2%

 

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของระยะเวลาการรับฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งมีความคล้ายคลึงกับการรับฟังรายการวิทยุ โดยส่วนใหญ่รับฟังมากกว่า 1-2 ชั่วโมงต่อวัน อยู่ที่ 44.1% ตามด้วยการรับฟังน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ในสัดส่วน 22.5% และการรับฟังมากกว่า 2- 4ชั่วโมงต่อวัน 21.3%

 

ขณะที่ช่วงเวลาในการรับฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งมีความแตกต่างจากการรับฟังวิทยุปกติ กล่าวคือ การรับฟังวิทยุปกติจะเป็นการรับฟังในช่วงเวลาเช้าเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากเป็นการรับฟังรายการที่จัดตามโปรแกรมการออกอากาศในช่วงก่อนเริ่มงานประจำวัน แต่การฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งเป็นการรับฟังในช่วงเวลาหลังเลิกงานเป็นส่วนใหญ่

เมื่อสรุปข้อมูลจากการสำรวจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การฟังสื่อทางเสียงผ่านออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสามารถเข้าถึงการบริการได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และสามารถรับฟังได้จากอุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ เช่นโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต โดยการรับฟังเพลงออนไลน์และมิวสิคสตรีมมิ่งมักสะท้อนพฤติกรรมของประชากรอายุน้อยที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอุปกรณ์สื่อสารอยู่แล้วในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี เนื่องจากประชากรจำนวนไม่น้อยของประเทศไทยนั้น เป็นประชากรสูงอายุที่ยากต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเข้าถึงสื่อผ่านช่องทางดั้งเดิมจึงยังมีความสำคัญอยู่ เช่น การรับฟังวิทยุ AM และ FMผ่านเครื่องรับวิทยุ เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...