โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การชงชานมควร "ใส่นมก่อนชา" หรือ "ใส่ชาก่อนนม" กันนะ!?

Thaiware

อัพเดต 31 ธ.ค. 2562 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2562 เวลา 04.30 น. • l3uch
ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องการชงชานมของคนอังกฤษนั้นจะเป็นข้อถกเถียงที่ยังหาทางจบไม่ได้มาจนถึงในปัจจุบันนี้..

ชานม (Milk Tea)” น่าจะเป็นเครื่องดื่มในดวงใจของใครหลายคน ซึ่งกระบวนการทำนั้นไม่ได้มีความยุ่งยากซับซ้อน เพียงแค่ ผสมนมสดเพิ่มลงไปในชา ก็จะได้ชานมที่เราชื่นชอบแล้ว และสำหรับอุณหภูมิที่เหมาะสมของการชงชานมนั้น Hervé This นักเคมีโภชนาการชาวฝรั่งเศสได้อธิบายว่าควรใช้ “นมที่อุณหภูมิห้อง” จึงจะดีที่สุด เพราะหากเป็นนมร้อน คุณค่าทางสารอาหารก็จะหายไปจากการนำเอานมไปอุ่นและทำให้ต้องรอให้อุณหภูมิของชาและนมในถ้วยลดลงก่อนที่จะดื่ม และหากเป็นนมที่แช่เย็นก็จะทำให้ชาร้อนเสียรสชาติและอุณหภูมิได้

แต่สำหรับกลุ่มคนที่จริงจังเรื่องการดื่มชาอย่าง ชาวอังกฤษ นั้นได้มีข้อ ถกเถียงกัน ถึงเรื่องกรรมวิธีการชงชานมว่า “ควรเติมนมลงในชา” หรือ “ควรเติมชาลงในนม” กันแน่ และว่าด้วยเรื่องกรรมวิธีการชงชานี้เองถึงกับมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันออกเป็นสองฝั่ง ได้แก่พวกที่ “ใส่นมก่อนชา (Milk In First - MIF)” และ “ใส่ชาก่อนนม (Tea In First - TIF)” กันเลยทีเดียว

การชงชานมควร

ภาพจาก : https://www.bloomsbury-international.com/blog/2019/04/11/nation-tea-drinkers/

เพราะในขณะที่ทาง BSI หรือสถาบันมาตรฐานแห่งประเทศอังกฤษ (British Standards Institution) และ RSC หรือราชสมาคมเคมีแห่งประเทศอังกฤษ (Royal Society of Chemistry) ได้ออกมาอธิบายในประเด็นนี้ว่า การใส่นมลงในถ้วยก่อนแล้วจึงรินชาตามลงไป เป็นวิธีการดื่มชาแบบอังกฤษที่ดีที่สุด และเสริมว่า อุณหภูมิที่ดีที่สุด สำหรับการดื่มชาคือระหว่าง 60 - 85 องศาเซลเซียส แต่ทาง ราชวงศ์ ของประเทศอังกฤษกลับออกมาประกาศว่า “ที่ Buckingham เรา รินชาลงไปในแก้วก่อนนม เสมอ” เสียอย่างนั้น

Milk In First (MIF)

กลุ่มคนที่นิยมการใส่นมก่อนชาได้กล่าวว่า การ “เติมชาลงในนม” นั้นมีมาตั้งแต่ช่วง ก่อนศตวรรษที่ 17 แล้ว ในขณะที่การเติมนมลงทีหลังชานั้นเพิ่งเกิดขึ้นหลังช่วงศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา ดังนั้นการเทนมลงในถ้วยชาก่อนแล้วตามด้วยการเติมชาร้อนลงไปก็น่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้องมากกว่า ส่วนเหตุผลที่ช่วงก่อนหน้าศตวรรษที่ 18 นิยมการเติมชาลงไปในนมนั้นเป็นเพราะว่า ชาวอังกฤษนิยมการดื่มชาจากถ้วยกระเบื้อง ซึ่งในช่วงเวลานั้นถ้วยกระเบื้องมีราคาค่อนข้างแพง จึงนิยมการใส่นมลงไปในถ้วยชา ก่อนเพื่อคงอุณหภูมิในถ้วยไม่ให้ร้อนจนเกินไป และเติมน้ำชา ที่มีความร้อนมากกว่านมลงไปทีหลังเพื่อ ไม่ให้ถ้วยกระเบื้องแตก ได้ง่าย นอกจากนี้การเติมชาลงไปในนมยังช่วยคงอุณหภูมิของชาได้ดีกว่าการเติมนมลงในชาที่อาจกะปริมาณนมผิดพลาดและทำให้ชานั้น “เย็นจนเกินไป” และการที่ แลคโตสภายในนมค่อยๆ ละลายหลังจากการสัมผัสกับความร้อนของชา ทีละน้อยก็ทำให้ชามี รสละมุน มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

การชงชานมควร

ภาพจาก : https://www.teavivre.com/info/milk-tea-milk-in-first-or-after.html?fbclid=IwAR0_kag4zdMSJb4e-PnbckNpuq_BP8Q6RyBzbChwk7hh5F1ygeTsQ5wM40

Tea In First (TIF)

กลุ่มคนที่นิยมการใส่ชาก่อนนมนั้นได้ออกมาแย้งว่าการ เทชาลงในถ้วยก่อน จากนั้นคนเบาๆ 1 ครั้งและ เติมนม ลงในถ้วยชาจะช่วยให้เราสามารถ กะปริมาณของนมที่เราต้องการ จะเติมลงไปในน้ำชาได้ง่ายกว่าจากการสังเกตสี ของชาที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย และการเติมนมลงทีหลังนั้นจะช่วยให้เราสามารถลดอุณหภูมิของชาที่ร้อนมากๆ ให้เป็นอุณหภูมิที่สามารถดื่มได้เลยในทันทีอีกด้วย และนอกจากนี้ กลุ่ม TIF ก็ได้ออกมาตอบโต้ประเด็นเรื่องการเติมชาลงในนมเพื่อป้องกันถ้วยชาแตกของกลุ่ม MIF ว่า ถ้วยชาในปัจจุบันไม่ได้แตกง่ายเหมือนถ้วยชาในสมัยก่อนแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเทนมลงในถ้วยก่อนรินชาตามลงไป

การชงชานมควร

ภาพจาก : https://www.organicfacts.net/milk-tea.html

ทั้งนี้ไม่ว่าเราจะชื่นชอบจะชงชานมในรูปแบบไหนก็ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคล อยู่ดี แต่หากเป็นการ ชงชาแบบซอง ก็คงจะต้องเป็นพวก “เติมนมหลังชา” อย่างแน่นอน เพราะหากใส่นมลงไปในถ้วยก่อนการเติมน้ำร้อนเพื่อชงชา ชาจากซองจะไม่กระจายตัวและทำให้รสชาติของชาผิดเพี้ยนไปอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีการถกเถียงกันเฉพาะแค่การดื่ม “ชาดำ” เท่านั้น เพราะชาวอังกฤษนั้นนิยมการดื่มชาชนิดอื่นๆ โดยไม่ผสมนม และกล่าวถึงเพียงแค่“ชาร้อน” เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการพูดถึง “ชาแบบเย็น” หรือ “ชานมไข่มุก” ที่หลายๆ คนชื่นชอบกันแต่อย่างใด (อันที่จริง ชาวอังกฤษหลายๆ คนยังมองว่าการดื่มชาใส่น้ำแข็งและการเติมออปชันอย่างไข่มุกหรือพุดดิ้งเพิ่มลงไปในน้ำชานั้นทำให้ชา “เสียรสชาติ” อย่างมากเลยทีเดียว แม้ว่าคนรุ่นใหม่ๆ จะหลงไหลในชานมไข่มุกไม่ต่างจากฝั่งเอเชียก็ตาม)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...