โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เซี่ยงไฮ้ รอยเท้าอดีต / ลมหายใจปัจจุบัน / ภาพฝันอนาคต

The Momentum

อัพเดต 07 เม.ย. 2562 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 07 เม.ย. 2562 เวลา 06.17 น. • ภทร ไชยเชียงของ

In focus

  • เซี่ยงไฮ้ นับเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก มหานครนี้ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลางของจีนและมีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ  
  • โดยการผลักดันของรัฐบาลทำให้นครเซี่ยงไฮ้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย เซี่ยงไฮ้จึงนับเป็นความภูมิใจของชาวจีน โดยเฉพาะชาวเมือง ซึ่งถือกันว่าเมืองของตนเป็นสัญลักษณ์ของจีนยุคใหม่ ในด้านความก้าวหน้าและทันสมัย   
  • เซี่ยงไฮ้ คือเมืองในจีนที่มีความเป็นจีนน้อยมาก ถ้าเปรียบเป็นอาหาร เสมือนเมนูฟิวชัน ที่มีส่วนผสมพื้นฐานแบบตะวันออก แต่ปรุงแต่งและเสิร์ฟในแบบตะวันตก
  • อนาคตเราอาจได้เห็นแบรนด์ไฮเทค หรืองานครีเอทีฟล้ำๆ มีป้าย Made in Shanghai

‘ปารีสแห่งตะวันออก’ คือชื่อเล่นของเซี่ยงไฮ้ เมืองท่าฝั่งตะวันออกของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งถูกยกให้เทียบบารมีกับ มหานครปารีส  วอชิงตัน ดี.ซี. นิวยอร์ก และลอนดอน หากใครยังไม่เคยมาเยือน คงคิดไปว่าฉายาที่ได้ อาจฟังดูโอ่เกินตัว แต่พอได้โฉบมาทักทายเซี่ยงไฮ้จริงๆ เราก็ขอยอมรับโดยปราศจากข้อกังขา เพราะความเจริญ (หรือความมีอารยะ) ทั้งเมืองและคน วิ่งชนะหลายเมืองใหญ่ๆ ในโลกแบบขาดลอย

จังหวะการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้อาจแปลกสักหน่อย เพราะเกือบหนึ่งสัปดาห์ที่ได้สำรวจเมืองนี้ เหมือนเราได้เดินทางข้ามเวลาไป ๆมาๆ ด้วย ‘ไทม์แมชชีนของโดเรมอน’

เมื่อแลนดิ้งลงสนามบินผู่ตง รถไฟด่วนพาเราโผล่สถานีกลางเมืองที่เต็มไปด้วยกลุ่มตึกเก่า ย้อนเวลาไปกว่าร้อยปี ข้ามอุโมงค์แม่น้ำไปอีกฝั่ง ไม่กี่อึดใจเราจะโผล่มากลางกลุ่มตึกอนาคตอย่างในหนัง Sci-Fi

เพื่อไม่ให้คุณงงไปกับการท่องเที่ยว(ผ่านตัวอักษร) ในครั้งนี้ เราจึงขอถือวิสาสะพาเที่ยวแบบเรียงไทม์ไลน์กันสักหน่อย

พร้อมแล้ว ขอหมุนเวลาไปก่อนปี ค.ศ.1900    

 

*กลุ่มอาคารอายุร่วมร้อยปีริมหาดไว่ทาน *

#รอยเท้าอดีต จากหมู่บ้านชาวประมง ก้าวสู่หนึ่งในมหานคร

เมื่อนานมาแล้ว ชางไฮ่ หรือเซี่ยงไฮ้ เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเงียบสงบ ก่อนที่จะถูกยึดครองโดยชาติตะวันตก หลังที่จีนพ่ายแพ้กองทัพของควีนวิคตอเรียในสงครามฝิ่น ส่งผลต่อสัญญา(ที่ไม่ค่อยเป็นธรรมนัก) นามว่าสนธิสัญญา ‘นานกิง’ จีนต้องยอมเปิดเมืองท่า 5 เมือง ให้อังกฤษได้เช่าพื้นที่ (ตามด้วยพี่ๆ หัวทองอีกหลายประเทศ)  ครั้งนั้นทำให้เซี่ยงไฮ้คลาคล่ำไปด้วยชาวตะวันตกที่พร้อมเข้ามาขุด (โอกาส) ทอง ในเมืองปากแม่น้ำแยงซีแห่งนี้

เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ ไม่เพียงแต่ยกทัพขึ้นบก แต่ชาติตะวันตกก็นำวิทยาการเข้ามา และวางรากฐาน ความเจริญในหลายๆ ด้าน ทำให้เมืองประมงกลายเป็นเมืองท่าการค้าที่มีจำนวนเรือคับคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเป็นเมืองที่มีคนอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในประเทศจีน

  The Bund ยามค่ำคืน

เราเริ่มเดินสำรวจร่องรอยอารยธรรมในอดีตของเซี่ยงไฮ้ในจุดยกพลขึ้นบกที่ ‘หาดไว่ทัน’ หรือ ‘The Bund’ (เดอะบันด์/เดอะบุนน์ ตามฝรั่งเรียก)  กลุ่มอาคารในสไตล์ Art deco, Postmodernist, Neoclassical เรียงรายกันเสมือนฉากหนังในช่วงปี ค.ศ.1920 แปลกที่เป็นเมืองจีน ที่ไม่มีกลิ่นจีนแรง ประหนึ่งชาจีน ถูกปรุงกลิ่นอย่างฝรั่ง บนถนนหลักแห่งนี้เรียงรายด้วยสำนักงานใหญ่ของหลายบริษัทข้ามชาติ แม้ภายนอกตึกจะดูหลุดมาจากอดีตแต่ภายในได้รับการตกแต่งร่วมสมัย    

*เดินลัดเลาะในตรกซอกซอย เขต The Bund *

เมื่อลัดตามตรอกซอกซอยเดินไปไม่ไกลนัก เราจะพบสัญลักษณ์ของเมืองคือต้นเมเปิลที่มีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเมือง (ในเขตเช่าชื่อว่า French Concession) ซึ่งในปัจจุบันกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของเมือง

มาเมืองจีน เราก็อยากจะชิมรสชาติจีนแบบดั้งเดิมที่ ‘สวนอวี้หยวน’ (Yuyuan Garden) ไม่ไกลจาก The Bund นับเป็นความงามรสเอเชียที่เราคุ้นเคย สวนนี้ถูกสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งยังคงรูปแบบอาคาร สถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมไว้ ภายในสวนรายล้อมด้วยอาคารแสดงศิลปะต่างๆ รวมถึงร้านของฝาก และอาหารจีนรสถูกปาก (นักท่องเที่ยว) ก็มีให้ชิม หรือจะพักจิบชาจีนดีๆ จากอาคารโบราณกลางน้ำ ละเมียดชมสวนได้ในยามบ่ายก็นับเป็นกิจกรรมดีๆ ในสวนสวยแห่งนี้

เรือนชากลางน้ำในสวนอวี้หยวน

เคลิ้มไปกับความงามได้สักพัก ขอพาวาป กลับมาสู่โลกปัจจุบัน  

#ลมหายใจปัจจุบัน จังหวะสร้างสรรค์ของเซี่ยงไฮ้   

จุดฮิตในเซี่ยงไฮ้ที่ไม่ควรพลาดมาเช็คอินคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะนับร้อยที่กระจายอยู่ทั่วเมือง โดยเกือบจะทั้งหมดเป็นผลผลิตจากโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากช่วงต้นปี ค.ศ.2010 นครเซี่ยงไฮ้ ได้เข้าร่วมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของสหประชาชาติ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องจึงเร่งพัฒนา โครงการอันเกี่ยวเนื่องกับ ‘พื้นที่วัฒนธรรมสร้างสรรค์’ มูลค่าอุตสาหกรรมนี้มีีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองอย่างต่อเนื่อง และส่งผลดีต่อดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ได้มีเวทีแจ้งเกิด  ย่านคูลๆ ที่เราแนะนำให้ไปสำรวจ เช่นที่ M50 Creative Space, อาณาเขต Art West Bund ที่มีพิพิธภัณฑ์รวมไปถึงพื้นที่ศิลปะเล็กๆ แต่น่าสนใจ รวมถึงการจัด Shanghai Art Biennale  อย่างต่อเนื่อง ในเขตนี้ได้ปลุกลมหายใจของความสร้างสรรค์ของคนจีนสมัยใหม่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวอย่างเราด้วย

Shanghai Art Biennale  

หากจะจัดทริปเส้นทางไปชมงานศิลปะที่เซี่ยงไฮ้ เราอาจจะเลือกที่น่าสนใจ ตรงจริต และเกาะกลุ่มกัน เช่น แกลอรีเล็กๆ แต่ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นใหญ่มาแล้วที่ Yuz Museum ไปยืนให้ฝนตกใส่แต่ไม่เปียกกันที่ Rain Room แล้วไปที่ต่อ West bund สักครึ่งวัน ชมแกลอรีงานศิลปะที่ได้รับการปรับโฉมจากกลุ่มโรงงานเก่า เท่ๆ ดิบๆ ก็นับเป็นไอเดียที่ดี

*Rain Room @ Yuz Museum *

ตกดึกสำหรับสายเที่ยว ย่าน Xitianti นับเป็นคำตอบที่ดีที่สุด กลุ่มตึกแถวเก่าถูกเนตรมิตเป็นคลับเก๋ๆ นำเสนอทั้งอาหารตาและอาหารปากที่อร่อย

ปัจจุบันมีการไหลเข้ามาของโครงการร่วมทุนจากต่างชาติ ทำให้เซี่ยงไฮ้ยิ่งมีสีสันขึ้น และเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของคนทั่วโลก ทั้งโปรเจกต์สวนสนุกยักษ์ใหญ่อย่าง ​Disneyland และโปรเจกต์สุดว้าวอย่าง Intercontinental Shanghai Wonderland ที่สร้างลึกลงไปในเหมืองเก่าย่านชานเมือง นับเป็นจังหวะการเติบโตของเมืองใหญ่สู่อนาคตทีี่เกิดจากการร่วมทุนของจีนและนานาชาติ   

*Shanghai Disneyland *

*#ภาพฝันอนาคต เทคโนโลยีในฝันที่สมจริง *

หากเรายืนหันหลังให้ฝั่งตะวันตกท่ีมีอาคารเก่าในอดีตเป็นฉากหลัง และทอดสายตาข้ามแม่น้ำผู่ซี่ไปฝั่งตรงข้าม เราจะพบกับภาพอนาคตของเซี่ยงไฮ้

ภาพย่านผู่ตง (Pudong) หรือฝั่งตะวันออก เรียงรายด้วยสถาปัตยกรรมสูงเสียดฟ้า ล้ำสมัย ดู Modern ถึง Futuristic เมืองใหม่นี้เกิดขึ้นจากแนวคิดผลักดันให้เซี่ยงไฮ้้ก้าวเป็นศูนย์กลางโลก 4 ด้าน (เศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการเดินเรือ) เทศบาลเมืองฯ จึงคลอดแบบแผน ‘สร้างอัตลักษณ์ของแต่ละย่าน’  ซึ่งผู่ตงได้เป็นตัวแทนการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดสู่โลกอนาคต จากแผ่นดินที่เคยเป็นทุ่งนาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จึงกลายมาเป็นเขตเมืองใหม่ซึ่งที่ดินราคาสูงลิ่วแบบฉุดไม่อยู่

ภาพฝั่งเมืองใหม่ PUDONG ถ่ายย้อนจากเมืองเก่า

อาคารสูงที่สูงสุดของจีนแผ่นดินใหญ่นาม ‘Shanghai Tower’ นำกลุ่มเพื่อนอวดประชันโฉม ไม่เพียงแต่ความสูงที่สุดที่ได้รับการบันทึกเป็นสถิติ แต่การสร้างตึกนี้ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านพลังงาน  ทั้งใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรทั้งต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นมิตรกับชุมชนรายล้อมตึก ที่ชั้นบนสุดของเป็นจุดชมวิว วันใหนอากาศดีๆ เราจะเห็นวิวเซี่ยงไฮ้ได้ 360 องศา แนะนำให้มาช่วงเย็น จะได้ชมความงามยามพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า และกลางคืนที่เต็มไปด้วยไฟระยิบระยับ

มาที่อาคารสูงหลังรอง ‘The Shanghai World Financial Center’ความสูงประมาณ 500 เมตร ลักษณะเด่นของตึกนี้คือมียอดตึกเป็นช่องเปิดรูปสี่เหลี่ยม รูปทรงเหมือนที่เปิดขวด ซึ่งเกิดขึ้นโดยเปลี่ยนใจจากรูปวงกลม แรกเริ่มได้แรงบันดาลใจจากประตูวงเดือนแบบจีน แต่เกรงว่าจะซ้ำกับธงชาติประเทศเพื่อนบ้าน จึงเปลี่ยนเป็นเหลี่ยมๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็สวยแปลกตา  

อีกตึกที่ความสูงลดหลั่นลงมานามว่า ‘Jin Mao Tower’  หรืออาคารทองคำอันรุ่งเรืองนี้ มีตัวอาคารลักษณะเป็นแฉก 8 เหลี่ยม ที่เรียงต่อกันเป็นชั้นสูง 88 ชั้น ในรูปแบบโมเดิร์น ผสมผสานแบบจีนดั้งเดิม ความพีคคือที่ชั้นบนสุดเปิดโอกาสให้เราได้เดินท่ามกลามหมู่เมฆแบบไร้กระจกกั้น เหมาะสำหรับสายเอ็กซ์ตรีมไม่กลัวความสูง  

อีกหนึ่งอาคารสูงสุดคลาสสิก ที่ต้องพูดถึงเพราะเปรียบเป็นสัญลักษณ์ของจีนสมัยใหม่ในยุคแรกๆ คือ ‘หอไข่มุกตะวันออก’ (Oriental Pearl Tower)  หอส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ทรงเป็นไข่มุก ภายในหอกลม เป็นภัตตาคาร โรงแรม และร้านค้า ชั้นล่างส่วนฐานหอนั้นจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองและจำลองโลกอนาคต

กลุ่มตึกแห่งอนาคตยามค่ำคืน

ไม่เพียงเมืองอนาคตที่เรามองเห็น ด้านการวางเครือข่ายโทรคมนาคมรองรับการเติบตของอนาคต เทศบาลของนครเซี่ยงไฮ้ ก็ประกาศแผนดำเนินงานส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี (Technological Transformation) และยกระดับเศรษฐกิจของเมือง ผลักดันการพัฒนาคุณภาพของเศรษฐกิจร่วมกับบริษัทเครือข่ายเทคโนโลยี ในประเทศริเริ่มทดลองใช้งาน 5G และยังมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ Made in Shanghai ลบภาพเดิมๆ ของสินค้า Made in China  

*มองอนาคตจากมุมปัจจุบัน *

เซี่ยงไฮ้นำพาตัวเองมาจากอดีต ติดสปีดให้เป็นเมืองแห่งอนาคตภายในไม่กี่ปี ถือว่าเป็นจังหวะที่เร็วและแรงเมืองหนึ่งในศตวรรษนี้  อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราอาจได้เห็นหนึ่งในต้นแบบความไฮเทคและความสร้างสรรค์ของโลกยุคใหม่ที่ไม่ได้มาจากตะวันตก หากแต่มาจากบ้านพี่เมืองน้องอย่างเซี่ยงไฮ้ประเทศจีนก็เป็นไปได้   

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...