โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ดื่มนมยังไงให้ถูกเวลา ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ

Health Addict

อัพเดต 06 มิ.ย. 2562 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2562 เวลา 04.31 น. • Health Addict
ใครๆ ก็รู้ว่าดื่มนมดีต่อสุขภาพ แต่อาจจะยังไม่เคยรู้กันมาก่อนว่า การดื่มนม ถ้าเราเลือกดื่มประเภทของนมให้สัมพันธ์กับระบบร่างกายเราในช่วงเวลาต่างๆ ก็จะยิ่งช่วยให้ร่างกายได้เฮลท์ตี้ขึ้นไปอีก แถมยังได้ประโยชน์จากนมแบบเต็มๆ ด้วย ซึ่งเทคนิคการดื่มนมนี้คือ เป็นกา

  ใครๆ ก็รู้ว่าดื่มนมดีต่อสุขภาพ แต่อาจจะยังไม่เคยรู้กันมาก่อนว่า การดื่มนม ถ้าเราเลือกดื่มประเภทของนมให้สัมพันธ์กับระบบร่างกายเราในช่วงเวลาต่างๆ ก็จะยิ่งช่วยให้ร่างกายได้เฮลท์ตี้ขึ้นไปอีก แถมยังได้ประโยชน์จากนมแบบเต็มๆ ด้วย ซึ่งเทคนิคการดื่มนมนี้คือ เป็นการดื่มนมให้สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวิตของเรานั่นเอง 

  ช่วงเวลา 05.00 - 07.00 น.  ช่วงเช้าเวลานี้ควรดื่มนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์ เพราะเป็นช่วงการทำงานของลำไส้ใหญ่ ซึ่งจุลลินทรีย์จะทำให้การทำงานของลำไส้ใหญ่นั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากทำเป็นประจำ จะเป็นตัวช่วยให้เราถ่ายได้ทุกเช้า ทำให้รู้สึกสบายท้อง ช่วยในเรื่องทำให้ผิวพรรณสดใสอีกด้วย
  ช่วงเวลา 7.00 - 09.00 น. เวลานี้ถือเป็นช่วงเวลามื้อเช้าของใครหลายๆ คน ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่ามื้อเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด นอกจากเราจะทานอาหารเช้ากันแบบจัดหนักจัดเต็มแล้ว การดื่มนมพาสเจอร์ไรส์ หรือนมผสมมอลต์ ต่ออีกสักแก้วนึง ก็จะช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารให้ดีขึ้น ส่งผลให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สมองปลอดโปร่ง คิดงานดีไปได้ตลอดวัน ซึ่งก็มีผลการวิจัยจาก Harvard Medical School ที่ยืนยันผลวิจัยทางการแพทย์ที่ว่า โปรตีนในผลิตภัณฑ์ นม ไข่ เนื้อสัตว์ต่างๆ และอาหารทะเล จะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นในการผลิตสารสื่อสมองนั่นเอง    ช่วงเวลา 09.00 น. - 12.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต้องใช้สมอง ไม่ว่าจะเรียน หรือทำงาน การดื่มนมผสมโยเกิร์ต หรือจะกินโยเกิร์ตไขมันต่ำ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเเบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ตนั้นจะมีส่วนช่วยให้สมองคลายเครียด  ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ความคิดโลดแล่น มีความจำที่ดี คิดตัดสินใจได้ไวขึ้น 
  ช่วงเวลา 12.00 - 15.00 น.  หลังจากผ่านมื้อกลางวันอันแสนหนักหน่วงกันมาแล้วเรามากระตุ้นการทำงานของลำไส้เล็ก ด้วยการดื่มนมเปรี้ยวแบบสูตรไขมัน 0% ตามลงไปซะหน่อย จุลลินทรีย์ในนมเปรี้ยวก็จะช่วยย่อย แถมยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารเข้าร่างกายได้อย่างเต็มที่ แล้วเพื่อให้ลำไล้เล็กได้มีเวลาย่อย ดูดซึมได้ดีที่สุด เราก็ควรที่จะกินอาหารกลางวันไม่เกินบ่ายโมงกันด้วยนะ
  ช่วงเวลา 15.00 - 17.00 น. ส่วนใหญ่เวลานี้ก็จะเป็นเวลาที่ทุกคนจะนั่งทำงาน หรือเรียนหนังสือกันอยู่ ยังไงก็ลองหาช่วงเวลาพักเบรคมาดื่มนมเปรี้ยวรสผลไม้สักขวด ก็จะช่วยให้ระบบการทำงานของกระเพราะปัสสาวะขับถ่ายของเสีย ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีผลงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาที่ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการไว้ว่า ผู้ที่ดื่มนมเปรี้ยวเป็นประจำมีอัตราการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร และขับถ่ายน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มนมเปรี้ยวเลย    ช่วงเวลา 21.00 - 23.00 น.  เวลานี้เป็นเวลาของการนอนหลับพักผ่อน การที่เราดื่มนมก่อนนอน จะช่วยให้แคลเซียมจากนมที่เราดื่มเข้าไปถูกดูดซึม และนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว แถมแคลเซียมจากนมที่ดื่มเข้าไปยังคงค้างอยู่ในกระแสเลือด เพราะช่วงเวลากลางคืน แคลเซียมในเลือดจะลดลง ทำให้ร่างกายต้องดึงแคลเซียมในกระดูกออกมาเติมให้กับเลือด โดยไม่ถูกขับออกไปจากร่างกายเมื่อเทียบกับการดื่มนมในตอนกลางวัน การดื่มนมก่อนนอนเลยเหมือนเป็นการกักเก็บพละกำลังบางส่วนไว้ให้กับร่างกาย เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ในการปรับสมดุลทางเคมีในตอนกลางคืนขณะที่เราหลับ และทำให้เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังแบบเต็มๆ ยังไงล่ะ แต่ถ้าใครที่กลัวอ้วนก็ดื่มเป็นนมไขมัน 0% แทนได้เหมือนกัน 
ยังไงก็ลองไปทำตามกันดู แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเคร่งเป๊ะๆ ขนาดนั้น เพราะยังไงนมก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่อาจจะต้องเลือกประเภทที่ดื่มให้เหมาะสมกับนิดนึง อาจจะเป็นพวกนมสด นมไขมันต่ำ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ไม่ใช่เป็นชานมไข่มุก ชานมไทยเย็น หรือกาแฟนมโบราณ เดี๋ยวน้ำตาลจะพุ่งขึ้นสมองกันไปซะก่อน
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...