โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ลี ชอง เหว่ย' ประกาศเลิกเล่นทั้งน้ำตา หมอชี้ถ้ายังแข่งกลัวมะเร็งโพรงจมูกกลับมาอีก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 มิ.ย. 2562 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2562 เวลา 07.08 น.

ลี ชอง เหว่ย อดีตนักแบดมินตันมือ 1 ของโลก วัย 36 ปี ประกาศเลิกเล่นอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน หลังจากได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้เลิกเล่น เพราะกลัวว่าโรคมะเร็งโพรงจมูกจะกลับมาอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ชอง เหว่ยต้องหยุดแข่งขันมาระยะหนึ่ง เพื่อรักษามะเร็งโพรงจมูก และรักษาหายขาดแล้ว แต่แพทย์อยากให้พักผ่อนเพื่อไม่ให้โรคร้ายกลับมาอีก

ลี ชอง เหว่ย กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ยากมาก แต่หลังจากได้ปรึกษากับหมอชาวญี่ปุ่นรักษาอาการให้ก็รู้ว่าไม่มีทางเลือก เพราะหมอให้ตอบคำถาม 8 ข้อ เกี่ยวกับสภาพร่างกาย ซึ่งเมื่อตอบทั้งหมดแล้ว ชี้ให้เห็นชัดว่าร่างกายไม่พร้อมที่จะแข่งขันแบดมินตันในระดับสูงต่อไป 

“ผมเป็นหนี้ภรรยาอย่างมาก เพราะเธออยู่เคียงข้างผมมาตลอด แต่ที่ผ่านมาไม่มีเวลาแม้แต่จะไปฮันนีมูน ทั้งๆ ที่แต่งงานกันมาตั้งแต่ปี 2012 เพราะผมมีแข่งขันตลอด พอแข่งเสร็จก็ซ้อม ผมจึงอยากพาภรรยาไปเที่ยวบ้าง ลูกๆ ก็ถามว่าทำไมช่วงนี้ไม่ไปแข่งเลย ภรรยาก็เอารูปผมให้ดู ลูกบอกว่า พ่อผมเจ๋งที่สุด ผมก็ทำได้แค่ร้องไห้” อดีตนักตบขนไก่มือ 1 ของโลกกล่าวทั้งน้ำตา

ลี ชอง เหว่ย เป็นเจ้าของเหรียญเงินแบดมินตันโอลิมปิกเกมส์ 3 สมัย ปี 2008, 2012, 2016 รองแชมป์โลก 3 สมัย ปี 2011, 2013, 2015 และยังไม่เคยคว้าเหรียญทองในมหกรรมนานาชาติได้เลย ทั้งโอลิมปิก, เอเชี่ยนเกมส์และซีเกมส์ ส่วนแชมป์ระดับอาชีพ คว้าไปทั้งหมด 69 แชมป์ รายการสุดท้าย คือ มาเลเซีย โอเพ่น ที่บ้านเกิดตัวเอง เมื่อปีที่แล้ว

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย

เพิ่มเพื่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...