ผลออกแล้ว! สั่งลงโทษกักยาม 14 วัน พ.ต.ท.พาเมีย ขึ้น ฮ.หลวง-ใส่เครื่องแบบเต้นลง TIKTOK
ผลออกแล้ว! สั่งกักยาม พ.ต.ท.พาเมีย ขึ้น ฮ.หลวง 14 วัน – ใส่เครื่องแบบเต้นลง TIKTOK
กรณีปรากฏคลิป พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี แต่งเครื่องแบบเต้นล้อเลียนนักร้องประเทศเพื่อนบ้าน เผยแพร่ปรากฏทางTIKTOK พร้อมกับคลิปพาภรรยานั่งเฮลิคอปเตอร์ที่มีการเผยแพร่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จนเป็นที่วิจารณ์ถึงความเหมาะสมจากสังคม
ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ติดตามดำเนินการกรณีดังกล่าว โดย พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.อรรคพลไปปฏิบัติราชการประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยให้ขาดจากตำแหน่งและสังกัดเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และให้รายงานผลใน 7 วันนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 พล.ต.อ.วิสนุเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานความคืบหน้าจาก พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ว่า ได้พิจารณาผลการสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย ทั้ง 2 กรณีแล้ว พบว่ากระทำผิดจริง จึงมีคำสั่ง ภ.จว.อุดรธานี ที่ 286/2564 ลงวันที่ 27 เมษายน 2564 และคำสั่ง ภ.จว.อุดรธานี ที่ 287/2564 ลงวันที่ 27 เมษายน 2564 ลงโทษ พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ ฐานประพฤติตนไม่เหมาะสม ให้กักยาม
โดยการสั่งให้ควบคุมตัวใน กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี โดยกักไว้ในเขตพื้นที่ที่กำหนด กระทงละ 7 วัน รวม 2 กระทงเป็น 14 วัน ซึ่งเป็นการลงทัณฑ์สูงสุดในอำนาจ ผบก. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ตำรวจอื่นต่อไป
พล.ต.อ.วิสนุกล่าวว่า ทาง ตร.ไม่ได้เพิกเฉยต่อการแสดงออกของตำรวจที่ทำให้สังคมเกิดความไม่สบายใจ ซึ่งเมื่อพบว่าผิด ก็ต้องลงโทษทางวินัย ตามน้ำหนักของความผิด และฝากกำชับถึงข้าราชการตำรวจทุกนาย ให้ปฏิบัติตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ซึ่งได้ทำวีดิทัศน์คู่มือแนะนำแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชกาตำรวจอย่างเคร่งครัด
ซึ่ง ผบ.ตร.ได้เคยย้ำว่า การเป็นข้าราชการตำรวจนั้น นอกจาก “สิทธิส่วนบุคคล” แล้วยังมีคำว่า “หน้าที่ความรับผิดชอบ” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งต้องให้ความสำคัญทั้ง 2 เรื่อง ในน้ำหนักที่เท่ากัน และต้องคิดก่อนทำว่า ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ หน่วยงาน องค์กร หรือสังคมอย่างไร ซึ่งในแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ก็ระบุสิ่งที่ทำแล้วเป็นเรื่องสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ไว้ 5 ข้อ และสิ่งที่ทำแล้วเกิดความเสียหายต่อสถาบัน องค์กร หน่วยงาน หรือบุคคลอื่นไว้ 9 ข้อ ให้ตำรวจทุกนายกลับไปทบทวนให้ดี หากมีข้อบกพร่องเช่นนี้อีก จะอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้